ระหว่าง..การช่วยรับจำนำข้าวจากชาวนา..กับการรับประกันราคาข้าว..อันไหนจะถูกต้องมากกว่ากัน..ก็ต้องมามองกันทีละประเด็น
ประกันราคาข้าว..รัฐบาลก็ขาดอำนาจในการบริหารจัดการ..ไม่สามารถทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นหรือต่ำลงได้..เพราะกลไกการตลาดยังอยู่ในกำมือของพ่อค้าข้าวและนายธนาคารที่ผูกขาดสร้างกำไรจากการค้าข้าวมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี..
ดังนั้น..ประเทศจะต้องสูญเสียแต่เพียงอย่างเดียว..แต่จะไม่มีโอกาสทำกำไร..ในขณะที่ชาวนาคนปลูกข้าว..ก็จะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับรัฐบาล..กล่าวคือ..
ข้าวจะมีราคาต่ำในระหว่างอยู่ในมือชาวนา..และจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อพ้นไปจากมือชาวนา..เพราะชาวนาปลูกข้าวเป็น แต่ขายข้าวเองไม่ได้..จะสีเองก็ไม่ได้ จะเก็บไว้ก็ไม่ได้..
คนรวยรายแรกก็คือ..นายธนาคารใหญ่..ที่กลายเป็นผู้กำหนดราคาข้าวตั้งแต่ยังเป็นต้นเขียวอยู่ในท้องนา..จนกลายมาเป็นข้าวพร้อมหุงในร้านสะดวกซื้อ
ส่วนการรับจำนำข้าว...โดยกำหนดราคาไว้ล่วงหน้า..ชาวนาจะรู้แต่เบื้องต้นว่า..ราคาข้าวในมือเขาจะมีราคาเท่าไหร่เมื่อปลูกเสร็จ..ชาวนาจะวางแผนการเพาะปลูกและกำหนดจำนวนของข้าวที่เพาะปลูกได้..ตามกำลังความสามารถของเขา..รวมทั้งการลงทุนเพื่อให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น..
รัฐบาล..สามารถปรับปรุงและควบคุมราคาในตลาดโลกได้..จากการควบคุมการส่งออกและราคา...และสามารถเจรจากับชาติปลูกข้าวทั้งหลายได้..เพื่อทำให้เกิดการตลาดของผู้ขาย..ฯลฯ
แน่นอนว่า...สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในทันที..หรือในขวบปีของการเป็นรัฐบาล..
แน่นอนว่า...การกระทำเช่นนี้ย่อมได้รับการต่อต้านจากมาเฟียข้าวที่ครอบครองและควบคุมตลาดข้าวและเป็นจ้าวชีวิตของชาวนา..
ไปดูกันก็ได้ว่า..เงินกู้ในกิจการซื้อขายข้าวของประเทศไทย..ใช้เงินจากธนาคารแห่งใด..และที่น่าอดสูใจยิ่งกว่าก็คือ..ถึงวันนี้นายเก่าเจ้าของธนาคาร..ได้ให้ต่างชาติมาเป็นผู้ได้ประโยชน์..
คงต้องว่ากันอีก...กับสงครามเพื่อปลดปล่อยชาวนา..
โดย:พญาไม้,บางกอกทูเดย์
_--------------------------------------
ประกันราคาข้าว..รัฐบาลก็ขาดอำนาจในการบริหารจัดการ..ไม่สามารถทำให้ราคาข้าวสูงขึ้นหรือต่ำลงได้..เพราะกลไกการตลาดยังอยู่ในกำมือของพ่อค้าข้าวและนายธนาคารที่ผูกขาดสร้างกำไรจากการค้าข้าวมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี..
ดังนั้น..ประเทศจะต้องสูญเสียแต่เพียงอย่างเดียว..แต่จะไม่มีโอกาสทำกำไร..ในขณะที่ชาวนาคนปลูกข้าว..ก็จะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับรัฐบาล..กล่าวคือ..
ข้าวจะมีราคาต่ำในระหว่างอยู่ในมือชาวนา..และจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อพ้นไปจากมือชาวนา..เพราะชาวนาปลูกข้าวเป็น แต่ขายข้าวเองไม่ได้..จะสีเองก็ไม่ได้ จะเก็บไว้ก็ไม่ได้..
คนรวยรายแรกก็คือ..นายธนาคารใหญ่..ที่กลายเป็นผู้กำหนดราคาข้าวตั้งแต่ยังเป็นต้นเขียวอยู่ในท้องนา..จนกลายมาเป็นข้าวพร้อมหุงในร้านสะดวกซื้อ
ส่วนการรับจำนำข้าว...โดยกำหนดราคาไว้ล่วงหน้า..ชาวนาจะรู้แต่เบื้องต้นว่า..ราคาข้าวในมือเขาจะมีราคาเท่าไหร่เมื่อปลูกเสร็จ..ชาวนาจะวางแผนการเพาะปลูกและกำหนดจำนวนของข้าวที่เพาะปลูกได้..ตามกำลังความสามารถของเขา..รวมทั้งการลงทุนเพื่อให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น..
รัฐบาล..สามารถปรับปรุงและควบคุมราคาในตลาดโลกได้..จากการควบคุมการส่งออกและราคา...และสามารถเจรจากับชาติปลูกข้าวทั้งหลายได้..เพื่อทำให้เกิดการตลาดของผู้ขาย..ฯลฯ
แน่นอนว่า...สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในทันที..หรือในขวบปีของการเป็นรัฐบาล..
แน่นอนว่า...การกระทำเช่นนี้ย่อมได้รับการต่อต้านจากมาเฟียข้าวที่ครอบครองและควบคุมตลาดข้าวและเป็นจ้าวชีวิตของชาวนา..
ไปดูกันก็ได้ว่า..เงินกู้ในกิจการซื้อขายข้าวของประเทศไทย..ใช้เงินจากธนาคารแห่งใด..และที่น่าอดสูใจยิ่งกว่าก็คือ..ถึงวันนี้นายเก่าเจ้าของธนาคาร..ได้ให้ต่างชาติมาเป็นผู้ได้ประโยชน์..
คงต้องว่ากันอีก...กับสงครามเพื่อปลดปล่อยชาวนา..
โดย:พญาไม้,บางกอกทูเดย์
_--------------------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น