รับภาระหนี้รัฐหัวละ4หมื่น
มาร์คย้ำขาดทุนเกิน2แสนล.
ยังคงเกิดเสียงวิจารณ์ออกมาอย่างอื้ออึง เกี่ยวกับตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ภายหลังจาก?นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนจากการแถลงชี้แจงเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำได้เพียงแค่ยืนยันว่าตัวเลขขาดทุนไม่ได้มากถึง 2.5 แสนล้านบาท แต่กลับไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง โดยอ้างเป็นความลับทางราชการ และต้องรอให้ขายข้าวให้ได้หมดก่อน จึงจะสามารถคำนวณตัวเลขที่ได้จริงออกมาได้
อดีตขุนคลังผิดหวังแจงจำนำข้าว
โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า รู้สึกผิดหวังกับการชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะที่อ้างว่ายังคำนวณกำไรขาดทุนไม่ได้เพราะต้องรอให้ขายขายข้าวหมดก่อน จึงขอไม่ปิดบัญชี
จวกน่าละอายทำผิดหลักบัญชี
“เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์แถลงว่ายังไม่สามารถคำนวนกำไรขาดทุนจำนำข้าวได้ เพราะต้องรอให้ขายข้าวจนหมดเสียก่อน เฮ้อ!!! ฟังแล้วลมจับ สงสัยจะต้องรอไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเสียแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่กำกับดูแลนักบัญชีทั่วประเทศ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามหลักการบัญชีเสียเอง เป็นที่น่าละอายมากนะครับ”
ถามเอกชนทำบ้างได้หรือไม่
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า หากในอนาคตบริษัทธุรกิจเอกชนขอใช้หลักการนี้บ้าง จะได้หรือไม่ กรณีบริษัทซื้อสินค้ามาล๊อตใหญ่ ขายไปเพียงบางส่วน ที่เหลือยังค้างอยู่ในสต๊อก จะขออ้างว่า เนื่องจากยังมีสินค้าที่ขายไม่หมด ก็เลยขอยังไม่ปิดบัญชีประจำปี เหมือนกับที่กระทรวงพาณิชย์อ้างจะได้หรือไม่ แล้วกระทรวงการคลังจะเก็บภาษีประจำปีกันอย่างไร
ตบหน้าสอนหัดทำบัญชี
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า บังเอิญเคยเรียนวิชาสอบบัญชีที่ประเทศอังกฤษ จึงขออธิบายหลักวิธีทางบัญชีเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจ คือ ทุกองค์กร ต้องมีการปิดบัญชีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นทุกเดือน หรือทุกสามเดือน ทุกหกเดือน หรือทุกสิบสองเดือนก็ได้ แต่โดยทั่วไปต้องไม่เกินรอบสิบสองเดือน เช่น สมมติว่า ต้องการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 มกราคม 2556 เพื่อให้ตรงกับของคณะกรรมการปิดบัญชี ก็ให้หาข้อมูลดังนี้
1.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลใช้เงินไปในการรับจำนำสะสมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ตั้งไว้เป็นบรรทัดแรก 2.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลขายข้าวไปทั้งสิ้นได้เงินเท่าใด ก็ใส่เป็นบรรทัดที่สอง 3.ณ วันที่ดังกล่าว มีการตรวจนับสต๊อคโดยบุคคลที่เชื่อถือได้หรือยัง เขาพบว่ามีข้าวอยู่จริงเท่าใด ให้ใช้เฉพาะตัวเลขที่นับสต๊อคเหลืออยู่จริง
4.สต๊อคข้าวที่มีอยู่ ณ วันที่ดังกล่าว มีคุณสมบัติและสภาพเฉลี่ยอย่างไร ให้ตีตามราคาตลาดในวันนั้น โดยลดทอนราคาตลาดลงตามสภาพเฉลี่ย เป็นบรรทัดที่สาม และ 5.กำไรขาดทุน คือคำนวนโดยเอาบรรทัดแรก ลบด้วย บรรทัดที่สอง และ บรรทัดที่สาม เท่านั้นเอง ถ้าจะตั้งใจทำกันจริงๆ ก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย
เตือนผู้เสียภาษีมีแต่พังกับพัง
“วันนี้มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า กรณีนี้จะเป็นต้นเหตุให้รัฐบาลพังหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ทราบ เพราะไม่ชำนาญด้านการเมือง แต่ผมอยากจะตอบในที่นี้ ถึงแม้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะพังหรือไม่ แต่ที่ผมทราบแน่ๆ ก็คือในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี พวกเราพังกันหมดแล้วครับ”
รับภาระหนี้อ่วมคนละ4หมื่น
นายธีระชัย ย้ำว่า ถ้าใช้ตัวเลขขาดทุนแบบกลมๆ 2 แสนล้าน เฉลี่ยต่อคนสำหรับคนไทยทั้ง 67 ล้านคน โดยรวมทั้งลูกเด็กเล็กแดง จะเป็นเงินคนละเกือบ 3,000 บาท แต่หากใช้ตัวเลขบุคคลธรรดาที่เสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนนั้น คงมีไม่ถึง 5 ล้านคน ถ้าใช้ตัวเลข 5 ล้านคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นตัวหาร ภาระจะตกถึงคนละ 40,000 หมื่นบาท
จี้คายบัญชีแจงตัวเลขออกมา
“หรือหากการขาดทุนบานออกไปเป็น 3 แสนล้านบาท ภาระก็จะเพิ่มเป็นคนละ 60,000 บาท ดังนั้นรัฐมนตรีคลังกับรัฐมนตรีพาณิชย์ร่วมกันสร้างภาระให้แก่ประชาชนมากขนาดนี้ ก็ควรจะปิดบัญชีให้เขาดูกันหน่อยซิครับ ประชาชนเขาจะได้รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเลือดที่ไหลออกไปกันหน่อย” นายธีระชัย กล่าว
มาร์คย้ำตัวเลขเจ๊ง2แสนล้าน
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งชี้แจงและแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าวโดยเร่งด่วน เนื่องจากการรับจำนำที่ทำมา 3 ฤดูกาลมีการขาดทุนอย่างมหาศาล โดย นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เคยออกมายอมรับว่า การรับจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2554/2555 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท นาปรังฤดูการผลิต 2555 ขาดทุน 93,993 ล้านบาท และนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 ขาดทุน 84,071 ล้านบาท รวมขาดทุน 220,976 ล้านบาท
ตอกหน้าอย่าไขสือปิดตัวเลข
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามบอกว่าตราบใดที่ยังขายข้าวไม่หมด ก็จะไม่มีทางทราบว่า สถานะเรื่องการขาดทุนของโครงการจำนำข้าวเป็นอย่างไร ถ้าใช้หลักคิดนี้ตราบเท่าที่โครงการจำนำข่าวยังดำเนินการต่อ จะไม่มีทางทราบว่า ขาดทุนเท่าไหร่ เพราะจะมีข้าวที่ขายออกไปและรับจำนำเข้ามาไม่จบไม่สิ้น
“เหมือนกับการซื้อของมา 100 บาท แล้วเอามาเก็บไว้ ขณะที่ราคาในตลาดขายที่ 80 บาท จะบอกว่าไม่ขาดทุน เพราะยังไม่ได้ขายแล้วซื้อเข้ามาเรื่อยๆ ในจำนวน 100 บาท จะมาสรุปว่า ยังไม่ขาดทุนเพราะยังขายไม่หมดไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าราคาตลาดในขณะนั้นขาดทุน 20 บาทต่อการซื้อครั้งละ 100 บาท ยิ่งไปกว่านั้นของที่เก็บไว้ยังมีปัญหาเรื่องเสื่อมสภาพด้วย ก็ต้องประเมินเป็นช่วงๆ เพื่อปิดบัญชีว่ามูลค่าของเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีประมาณการว่าการขาดทุนอยู่ที่ 220,976 ล้านบาท จึงมีพื้นฐานหลักคิดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถสรุปตัวเลขได้เหมือนอย่างที่รัฐบาลอ้าง”
กางตัวเลขจับโกหกพณ.อ้างไม่เจ๊ง
ขณะที่จากการชี้แจงของ นายบุญทรง ที่ระบุว่า สามารถนำเงินที่ระบายข้าวไปคืน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) 1.2 แสนล้านบาท และประเมินมูลค่าข้าวในสต๊อคว่าอยู่ที่ 2.26 ล้านบาท รวมแล้วเงินยังหายไป 3.15 แสนล้านบาท จากวงเงินที่ถูกใช้ในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด 6.6 แสนล้านบาท จึงไม่มีประเด็นที่รัฐบาลจะปฏิเสธว่าการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท เพราะตัวเลขของราชการยืนยันตรงกันว่าต้องขาดทุนในโครงการนี้ปีละกว่าสองแสนล้านบาท
ปชป.จี้“ปู-บุญทรง”รับผิดชอบ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความพยายามปกปิดตัวเลขการขาดทุนในครั้งนี้ จะไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล เพราะเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายกว่าการแถลงตัวเลขจริง เนื่องจากสังคมจับตามองเรื่องนี้มากขึ้น การไม่เปิดเผยตัวเลขครั้งนี้ยิ่งทำให้สังคมสงสัย เข้าข่ายการปกปิดข้อมูล ทำให้ความน่าเชื่อถือของเครดิตรัฐบาลจะยิ่งลดลง
“อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่แต่งตั้งให้ นายบุญทรง ดำเนินการ เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทางใดทางหนึ่ง และ นายบุญทรง ที่ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลโครงการได้ ก็สมควรที่จะทบทวนการทำหน้าที่ตัวเองได้แล้ว” นพ.วรงค์ กล่าว
เย้ย“โต้ง”ไวท์ไลน์ปัดเดิมพันเก้าอี้
ส่วนกรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ปฏิเสธไม่เคยประกาศท้าเดิมพันตำแหน่ง หากโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนเกิน 6 หมื่นล้านบาทนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า เข้าใจว่า ตอนนี้กระแสสังคมบีบ นายกิตติรัตน์ มาก เพราะมีการเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนจำนำข้าวที่สูง จึงทำให้มีแรงกดดันให้นายกิตติรัตน์รับผิดชอบ และเชื่อว่าเป็นการโกหกสีขาวหรือไวท์ไลน์อีกรอบของ นายกิตติรัตน์ เท่านั้น
รบ.หมดมุกจูงมือชาวนาช่วยป้อง
เช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำตัวแทนชาวนาจาก จ.กำแพงเพชร ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ลบบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี มาเปิดเผยถึงชีวิตความเป็นอยู่ภายหลังรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าว โดยแต่ละคนต่างยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและอยากให้มีโครงการรับจำนำข้าวอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของชาวนาทั้งประเทศ
พท.ปัด“ปู”ลอยตัวเหนือปัญหา
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้นำประเทศ ไม่เคยลอยตัวหรือเลี่ยงความรับผิดชอบต่อปัญหาใดๆ โดยเฉพาะการติดตามการแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เคยทำโครงการประกันราคาข้าว มีชาวนามาก่อม็อบประท้วงทุกฤดูกาลผลิต แต่ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้มีการประท้วง อีกทั้งผลสำรวจของอีสานโพล ก็เผยว่าคนอีสานใน 20 จังหวัดพอใจการแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาลถึงร้อยละ 61
ป.ป.ช.ตั้ง2อนุฯไต่สวนบุญทรง
วันเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อไต่สวน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และบุคคลอื่นร้องเรียนมา ซึ่งมีทั้งในภาพรวมและการให้ตรวจสอบการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะจากการตรวจสอบเอกสารที่ยื่นมานั้นพบว่า มีข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะตั้งอนุกรรมการไต่สวน นายบุญทรง ในเรื่องดังกล่าวได้ โดยมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. 3 คน คือ นายวิชา มหาคุณ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง และนายกล้านรงค์ จันทิก รับผิดชอบ
ที่มา.นสพ.แนวหน้า
/////////////////////////////////////////////////////
มาร์คย้ำขาดทุนเกิน2แสนล.
ยังคงเกิดเสียงวิจารณ์ออกมาอย่างอื้ออึง เกี่ยวกับตัวเลขการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ภายหลังจาก?นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนจากการแถลงชี้แจงเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำได้เพียงแค่ยืนยันว่าตัวเลขขาดทุนไม่ได้มากถึง 2.5 แสนล้านบาท แต่กลับไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง โดยอ้างเป็นความลับทางราชการ และต้องรอให้ขายข้าวให้ได้หมดก่อน จึงจะสามารถคำนวณตัวเลขที่ได้จริงออกมาได้
อดีตขุนคลังผิดหวังแจงจำนำข้าว
โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า รู้สึกผิดหวังกับการชี้แจงของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะที่อ้างว่ายังคำนวณกำไรขาดทุนไม่ได้เพราะต้องรอให้ขายขายข้าวหมดก่อน จึงขอไม่ปิดบัญชี
จวกน่าละอายทำผิดหลักบัญชี
“เมื่อวานนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์แถลงว่ายังไม่สามารถคำนวนกำไรขาดทุนจำนำข้าวได้ เพราะต้องรอให้ขายข้าวจนหมดเสียก่อน เฮ้อ!!! ฟังแล้วลมจับ สงสัยจะต้องรอไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเสียแล้ว กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่กำกับดูแลนักบัญชีทั่วประเทศ แต่กลับไม่ปฏิบัติตามหลักการบัญชีเสียเอง เป็นที่น่าละอายมากนะครับ”
ถามเอกชนทำบ้างได้หรือไม่
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า หากในอนาคตบริษัทธุรกิจเอกชนขอใช้หลักการนี้บ้าง จะได้หรือไม่ กรณีบริษัทซื้อสินค้ามาล๊อตใหญ่ ขายไปเพียงบางส่วน ที่เหลือยังค้างอยู่ในสต๊อก จะขออ้างว่า เนื่องจากยังมีสินค้าที่ขายไม่หมด ก็เลยขอยังไม่ปิดบัญชีประจำปี เหมือนกับที่กระทรวงพาณิชย์อ้างจะได้หรือไม่ แล้วกระทรวงการคลังจะเก็บภาษีประจำปีกันอย่างไร
ตบหน้าสอนหัดทำบัญชี
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า บังเอิญเคยเรียนวิชาสอบบัญชีที่ประเทศอังกฤษ จึงขออธิบายหลักวิธีทางบัญชีเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจ คือ ทุกองค์กร ต้องมีการปิดบัญชีเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นทุกเดือน หรือทุกสามเดือน ทุกหกเดือน หรือทุกสิบสองเดือนก็ได้ แต่โดยทั่วไปต้องไม่เกินรอบสิบสองเดือน เช่น สมมติว่า ต้องการปิดบัญชี ณ วันที่ 31 มกราคม 2556 เพื่อให้ตรงกับของคณะกรรมการปิดบัญชี ก็ให้หาข้อมูลดังนี้
1.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลใช้เงินไปในการรับจำนำสะสมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ตั้งไว้เป็นบรรทัดแรก 2.จนถึงวันที่ดังกล่าว รัฐบาลขายข้าวไปทั้งสิ้นได้เงินเท่าใด ก็ใส่เป็นบรรทัดที่สอง 3.ณ วันที่ดังกล่าว มีการตรวจนับสต๊อคโดยบุคคลที่เชื่อถือได้หรือยัง เขาพบว่ามีข้าวอยู่จริงเท่าใด ให้ใช้เฉพาะตัวเลขที่นับสต๊อคเหลืออยู่จริง
4.สต๊อคข้าวที่มีอยู่ ณ วันที่ดังกล่าว มีคุณสมบัติและสภาพเฉลี่ยอย่างไร ให้ตีตามราคาตลาดในวันนั้น โดยลดทอนราคาตลาดลงตามสภาพเฉลี่ย เป็นบรรทัดที่สาม และ 5.กำไรขาดทุน คือคำนวนโดยเอาบรรทัดแรก ลบด้วย บรรทัดที่สอง และ บรรทัดที่สาม เท่านั้นเอง ถ้าจะตั้งใจทำกันจริงๆ ก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย
เตือนผู้เสียภาษีมีแต่พังกับพัง
“วันนี้มีผู้สื่อข่าวถามผมว่า กรณีนี้จะเป็นต้นเหตุให้รัฐบาลพังหรือไม่ ผมตอบว่าไม่ทราบ เพราะไม่ชำนาญด้านการเมือง แต่ผมอยากจะตอบในที่นี้ ถึงแม้ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะพังหรือไม่ แต่ที่ผมทราบแน่ๆ ก็คือในฐานะประชาชนผู้เสียภาษี พวกเราพังกันหมดแล้วครับ”
รับภาระหนี้อ่วมคนละ4หมื่น
นายธีระชัย ย้ำว่า ถ้าใช้ตัวเลขขาดทุนแบบกลมๆ 2 แสนล้าน เฉลี่ยต่อคนสำหรับคนไทยทั้ง 67 ล้านคน โดยรวมทั้งลูกเด็กเล็กแดง จะเป็นเงินคนละเกือบ 3,000 บาท แต่หากใช้ตัวเลขบุคคลธรรดาที่เสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างกินเงินเดือนนั้น คงมีไม่ถึง 5 ล้านคน ถ้าใช้ตัวเลข 5 ล้านคนที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นตัวหาร ภาระจะตกถึงคนละ 40,000 หมื่นบาท
จี้คายบัญชีแจงตัวเลขออกมา
“หรือหากการขาดทุนบานออกไปเป็น 3 แสนล้านบาท ภาระก็จะเพิ่มเป็นคนละ 60,000 บาท ดังนั้นรัฐมนตรีคลังกับรัฐมนตรีพาณิชย์ร่วมกันสร้างภาระให้แก่ประชาชนมากขนาดนี้ ก็ควรจะปิดบัญชีให้เขาดูกันหน่อยซิครับ ประชาชนเขาจะได้รู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับเลือดที่ไหลออกไปกันหน่อย” นายธีระชัย กล่าว
มาร์คย้ำตัวเลขเจ๊ง2แสนล้าน
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งชี้แจงและแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าวโดยเร่งด่วน เนื่องจากการรับจำนำที่ทำมา 3 ฤดูกาลมีการขาดทุนอย่างมหาศาล โดย นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เคยออกมายอมรับว่า การรับจำนำข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2554/2555 ขาดทุน 42,963 ล้านบาท นาปรังฤดูการผลิต 2555 ขาดทุน 93,993 ล้านบาท และนาปีฤดูกาลผลิต 2555/2556 ขาดทุน 84,071 ล้านบาท รวมขาดทุน 220,976 ล้านบาท
ตอกหน้าอย่าไขสือปิดตัวเลข
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพยายามบอกว่าตราบใดที่ยังขายข้าวไม่หมด ก็จะไม่มีทางทราบว่า สถานะเรื่องการขาดทุนของโครงการจำนำข้าวเป็นอย่างไร ถ้าใช้หลักคิดนี้ตราบเท่าที่โครงการจำนำข่าวยังดำเนินการต่อ จะไม่มีทางทราบว่า ขาดทุนเท่าไหร่ เพราะจะมีข้าวที่ขายออกไปและรับจำนำเข้ามาไม่จบไม่สิ้น
“เหมือนกับการซื้อของมา 100 บาท แล้วเอามาเก็บไว้ ขณะที่ราคาในตลาดขายที่ 80 บาท จะบอกว่าไม่ขาดทุน เพราะยังไม่ได้ขายแล้วซื้อเข้ามาเรื่อยๆ ในจำนวน 100 บาท จะมาสรุปว่า ยังไม่ขาดทุนเพราะยังขายไม่หมดไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าราคาตลาดในขณะนั้นขาดทุน 20 บาทต่อการซื้อครั้งละ 100 บาท ยิ่งไปกว่านั้นของที่เก็บไว้ยังมีปัญหาเรื่องเสื่อมสภาพด้วย ก็ต้องประเมินเป็นช่วงๆ เพื่อปิดบัญชีว่ามูลค่าของเปลี่ยนแปลงอย่างไร ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีประมาณการว่าการขาดทุนอยู่ที่ 220,976 ล้านบาท จึงมีพื้นฐานหลักคิดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถสรุปตัวเลขได้เหมือนอย่างที่รัฐบาลอ้าง”
กางตัวเลขจับโกหกพณ.อ้างไม่เจ๊ง
ขณะที่จากการชี้แจงของ นายบุญทรง ที่ระบุว่า สามารถนำเงินที่ระบายข้าวไปคืน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) 1.2 แสนล้านบาท และประเมินมูลค่าข้าวในสต๊อคว่าอยู่ที่ 2.26 ล้านบาท รวมแล้วเงินยังหายไป 3.15 แสนล้านบาท จากวงเงินที่ถูกใช้ในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด 6.6 แสนล้านบาท จึงไม่มีประเด็นที่รัฐบาลจะปฏิเสธว่าการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท เพราะตัวเลขของราชการยืนยันตรงกันว่าต้องขาดทุนในโครงการนี้ปีละกว่าสองแสนล้านบาท
ปชป.จี้“ปู-บุญทรง”รับผิดชอบ
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความพยายามปกปิดตัวเลขการขาดทุนในครั้งนี้ จะไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล เพราะเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายกว่าการแถลงตัวเลขจริง เนื่องจากสังคมจับตามองเรื่องนี้มากขึ้น การไม่เปิดเผยตัวเลขครั้งนี้ยิ่งทำให้สังคมสงสัย เข้าข่ายการปกปิดข้อมูล ทำให้ความน่าเชื่อถือของเครดิตรัฐบาลจะยิ่งลดลง
“อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่แต่งตั้งให้ นายบุญทรง ดำเนินการ เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทางใดทางหนึ่ง และ นายบุญทรง ที่ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลโครงการได้ ก็สมควรที่จะทบทวนการทำหน้าที่ตัวเองได้แล้ว” นพ.วรงค์ กล่าว
เย้ย“โต้ง”ไวท์ไลน์ปัดเดิมพันเก้าอี้
ส่วนกรณี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ปฏิเสธไม่เคยประกาศท้าเดิมพันตำแหน่ง หากโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนเกิน 6 หมื่นล้านบาทนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า เข้าใจว่า ตอนนี้กระแสสังคมบีบ นายกิตติรัตน์ มาก เพราะมีการเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนจำนำข้าวที่สูง จึงทำให้มีแรงกดดันให้นายกิตติรัตน์รับผิดชอบ และเชื่อว่าเป็นการโกหกสีขาวหรือไวท์ไลน์อีกรอบของ นายกิตติรัตน์ เท่านั้น
รบ.หมดมุกจูงมือชาวนาช่วยป้อง
เช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำตัวแทนชาวนาจาก จ.กำแพงเพชร ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ลบบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี มาเปิดเผยถึงชีวิตความเป็นอยู่ภายหลังรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าว โดยแต่ละคนต่างยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและอยากให้มีโครงการรับจำนำข้าวอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของชาวนาทั้งประเทศ
พท.ปัด“ปู”ลอยตัวเหนือปัญหา
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้นำประเทศ ไม่เคยลอยตัวหรือเลี่ยงความรับผิดชอบต่อปัญหาใดๆ โดยเฉพาะการติดตามการแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าวของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เคยทำโครงการประกันราคาข้าว มีชาวนามาก่อม็อบประท้วงทุกฤดูกาลผลิต แต่ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้มีการประท้วง อีกทั้งผลสำรวจของอีสานโพล ก็เผยว่าคนอีสานใน 20 จังหวัดพอใจการแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาลถึงร้อยละ 61
ป.ป.ช.ตั้ง2อนุฯไต่สวนบุญทรง
วันเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อไต่สวน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ และบุคคลอื่นร้องเรียนมา ซึ่งมีทั้งในภาพรวมและการให้ตรวจสอบการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะจากการตรวจสอบเอกสารที่ยื่นมานั้นพบว่า มีข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะตั้งอนุกรรมการไต่สวน นายบุญทรง ในเรื่องดังกล่าวได้ โดยมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. 3 คน คือ นายวิชา มหาคุณ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง และนายกล้านรงค์ จันทิก รับผิดชอบ
ที่มา.นสพ.แนวหน้า
/////////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น