ในโลกใบนี้...หากมองให้ไกลออกไปจากพรมแดนประเทศไทย...หาแผ่นดินใดแผ่นดินหนึ่ง ซึ่งมีความใกล้เคียงกับประเทศและประชาชนคนไทยแล้วและเป็นประเทศประชาธิปไตยแล้ว
นอกจากฟิลิปินส์...น่าจะไกลออกไปถึงตอนใต้ของทวีปยุโรป คือ แผ่นดินสเปน
อากาศสบายทะเลอุ่น...สเปนกับประเทศไทยจึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวของชาวโลก...ความกลมกลืนกันของคนหลายเผ่าพันธุ์ในสเปนและไทย ทำให้ประชาชนในสองชาติ...มีชาติที่สนุกสนานอยู่กันไปวันๆ ไม่เคร่งครัดเคร่งเครียดอย่างคนเยอรมันคนญี่ปุ่น
ที่เหมือนกัน...สเปนเคยเป็นเผด็จการติดต่อกันยาวนาน...ในยุคของจอมพลทหาร...นายพลฟรังโก หะแรกท่านแม่ทัพใหญ่ก็ใช้เผด็จการทำประชานิยมเอาใจคนสเปน...แต่นานไปนานไป...คำว่า “ฟรังโก” ก็กลายเป็นคำว่า “โอเค” เพราะไม่ว่าเรื่องราวใดๆ ถ้ามีเครือข่ายหรือเครือญาติของท่านนายพลเข้าไปปะปน...ก็ต้องสำเร็จ
ธรรมชาตินั้น...ศักดิ์สิทธิ์...ไม่มีใครยิ่งใหญ่จนความตายเอื้อมมือไปไม่ถึง...ครอบครองแผ่นดินมานานกว่า 40 ปี...สังขารก็เริ่มบอกลา...ผู้ยิ่งใหญ่ฟรังโก้...ไม่ได้ปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์...แต่เขาเลือกเชื้อพระวงศ์พระองค์หนึ่งขึ้นมาให้สานต่อการปกครองของเขา...
คนสเปนได้กษัตริย์...หลังจากว่างเว้นมานานวัน...แต่ท่านนายพลฟรังโก ไม่ได้เลือกคนผิด...
พระราชาธิบดี ฮวน คาร์ลอส...ได้อำนาจเผด็จการจาก...เผด็จการฟรังโก...แทนที่จะทรงใช้พระราชอำนาจนั้นสืบต่อ ลัทธิฟรังโก...พระองค์ทรงเปลี่ยนผ่านพระราชทานพระราชอำนาจนั้นคืนสู่คนสเปน
แน่นอน...ผู้สูญเสียอำนาจคือนายร้อยห้อยกระบี่ทั้งหลายย่อมไม่พึงพอใจ...จนกลายเป็นเหตุให้กระทำการยึดอำนาจการปกครองจากประเทศไปจากรัฐสภา...ประวัติศาสตร์โลกบันทึกไว้ว่า...ระหว่างการเป็นกษัตริย์ที่เป็นสัญลักษณ์...ตามรัฐธรรมนูญแห่งสเปน...กับการเป็นจอมทัพที่กระทำการปฏิวัติ...ฮวน คาร์ลอส...จะเสด็จไปในทิศทางไหน...
ประวัติศาสตร์บรรทัดต่อไป...บอกว่า...ทหารผู้ปฏิวัติ...กลายเป็นกบถถูกถอดยศและติดคุก 30 ปี...และ ฮวน คาร์ลอส...กลายเป็นศูนย์รวมใจ...ของมหาชนชาวสเปนและชาวโลก ตราบเท่าทุกวันนี้
คอลัมน์.พญาไม้ทูเดย์พญาไม้
ที่มา.บางกอกทูเดย์
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น