จาก:หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปชป. เรียงหน้าโต้คลิปลับล็อบบี้คดียุบพรรค “วิรัช” อ้างถูกหลอกให้ไปพบ เชื่อมีขบวนการสร้างเรื่อง เฉ่งเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญชื่อ “พ” รู้เห็นเป็นใจกับพรรคเพื่อจัดฉาก ประกาศไม่ฟ้อง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร “ชวน” มั่นใจไม่กระทบคดีและไม่จำเป็นต้องปรับทีมกฎหมาย “พร้อมพงศ์” ฉายคลิปยืนยันมีการวิ่งเต้นคดียุบพรรคจริง ย้ำตรวจสอบความถูกต้องแล้วไม่กลัวการฟ้องร้อง แฉรัฐบาลสั่งบล็อกยูทูบไม่ให้คนเข้าดูคลิปแล้ว เล็งยื่นถอดถอนคนในคลิปออกจาก ส.ส.
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค แถลงว่า วันที่ 19 ต.ค. นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะไต่สวนพยานคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในส่วนของฝ่ายผู้ถูกร้องเป็นนัดสุดท้าย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์นำพยานสำคัญ 4 ปากเข้าเบิกความ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน นายพีระพันธ์ สารีรัฐวิภาค นายถาวร เสนเนียม และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งทั้งหมดจะมาตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับการทำหนังสือลงวันที่10 ม.ค. 2548 เพื่อขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
จ่ายเช็ควันเดียวกับขอเปลี่ยนโครงการ
“ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือทำไมมีการออกเช็คสั่งจ่ายค่าทำโฆษณาที่ลงนามโดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคในขณะนั้น วันเดียวกับที่ทำหนังสือขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการต่อ กกต. ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก ซึ่งตามข้อกำหนดของ กกต. นั้นการจะเปลี่ยนแปลงโครงการใดต้องผ่านการอนุมัติเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ ที่สำคัญนายสุชาติ เกิดเมฆ หรือเป๋ โปสเตอร์ ให้การชัดเจนว่าได้รับเงินมาเพียง 500,000 กว่าบาท แต่พรรคประชาธิปัตย์ออกเช็คมาราคา 2 ล้านกว่าบาท” นายพร้อมพงศ์กล่าวและว่า การที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่าหากทำไม่ถูกต้องก็คืนเงินให้ กกต. ก็ไม่มีความผิดถือว่าเป็นการพูดเอาแต่ได้ หากพรรคการเมือง 19 พรรคที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้ขอคืนเงินบ้างจะได้หรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เมื่อแก้ตัวในศาลไม่ได้จึงเกิดกระบวนการล็อบบี้ฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศ เพราะเข้าข่ายละเมิดกระบวนการยุติธรรม ไม่เคารพหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐของประเทศ ทำลายกระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ
แฉรัฐบาลบล็อกยูทูบไม่ให้ดูคลิป
“วันนี้มีคลิปฉาวเกี่ยวกับกระบวนการวิ่งเต้นไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ออกมา 5 ตอน แต่เผยแพร่ได้ไม่นานรัฐบาลก็ใช้วิธีการสามานย์บล็อกยูทูบที่เผยแพร่คลิปดังกล่าว ถือว่าจงใจปิดหูปิดตาประชาชน ผมรับคำท้าขอระบุว่าคนที่อยู่ในคลิปคือนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีภาพและเสียงชัดเจนว่าเป็นการสมคบกันเพื่อวิ่งเต้นให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ” นายพร้อมพงศ์กล่าวและว่า ก่อนหน้านี้มีเรื่องอื้อฉาวกรณีของนายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรค ที่ไปรับเอกสารกับเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญนอกเวลานอกที่ทำการศาลจนต้องออกจากทีมกฎหมายต่อสู้คดีไป ครั้งนี้จึงตอกย้ำว่ามีการกระบวนการวิ่งเต้นเพื่อไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ
ดูคลิปแล้วรู้ทำไมดึง “อภิชาต” เป็นพยาน
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เมื่อได้ดูคลิปลับที่นายวิรัชเจรจากับคนสนิทของศาลรัฐธรรมนูญไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจึงยอมให้มีการสืบพยานบุคคลที่นายวิรัชต้องการให้สืบ และมีความพยายามนำตัวนายอภิชาต สุขคานนท์ ประธาน กกต. มาเป็นพยานเบิกความตามเสียงสนทนาในคลิปลับดังกล่าว
“มีประเด็นที่ต้องตั้งเป็นคำถามว่าอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งถือเป็นข้อกฎหมาย ทำไมศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถวินิจฉัยเรื่องนี้เองได้ คดีทำไมจึงแตกต่างจากคดีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดพจนานุกรมวินิจฉัยคำว่าลูกจ้าง ทำไมจึงต้องมีความพยายามในลักษณะที่จะนำเอานายอภิชาตมาเบิกความตามที่นายวิรัชยื่นคำขอ ทำไมบังเอิญเช่นนั้น” นายพร้อมพงศ์กล่าวและว่า ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบว่าศาลรัฐธรรมนูญยังคงดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ศาลพิจารณาคดีโดยถูกต้องและเที่ยงธรรมยังจะมีอยู่ในคดีนี้หรือไม่
ลั่นเช็คความถูกต้องแล้วไม่กลัวฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ได้นำคลิปที่ระบุว่าเป็นการสนทนาระหว่างนายวิรัชกับคนสนิทของศาลรัฐธรรมนูญมาเปิดเผยพร้อมระบุว่าคนที่อยู่ในคลิปชื่อ “วุฒิ” เป็นนายหัวของนักการเมืองภาคใต้ ถ้าเอ่ยชื่อคนรู้กันทั้งภาคใต้ คนทางการเมืองรู้กันหมด ไม่ต้องบอกว่าใกล้ชิดใคร อีกคนคือนายวิรัช และอีกคนคือตัวแทนของคนใหญ่คนโตในศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เช็กความถูกต้องมาหมดแล้ว ไม่กลัวว่าจะถูกฟ้องร้อง และสัปดาห์หน้าจะยื่นถอดถอนนายวิรัชออกจากตำแหน่ง ส.ส. และจะหารือกับฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินคดีอาญากับพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง หนึ่งในคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แถลงปฏิเสธว่า ไม่มีการล็อบบี้เพื่อไม่ให้พรรคถูกยุบ เรื่องคลิปที่นำมาเผยแพร่มีกระบวนการสร้างเรื่อง โดยพรรคเพื่อไทยเป็นผู้เขียนบทเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
“วิรัช” โต้ทำกันเป็นกระบวนการ
“พรรคต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่เคยใช้วิธีการสามานย์” นายวิรัชกล่าวและว่า กระบวนการครั้งนี้มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และในคลิปที่ 2 ที่มีรูปผมและผู้ชายอีก 2 คน โดยมีนายวรวุฒิ นวโภคิน ที่ปรึกษากรรมาธิการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร ที่ผมเป็นประธานนั้น ขอชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวในคลิปที่มีการระบุถึง “พ” ได้มีการติดต่อนายวรวุฒิว่าต้องการขอพบเพื่อพูดคุยและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารกู๊ดดี้ ซอยปูนซีเมนต์ไทย ย่านประชาชื่น เวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เพราะคนชื่อ “พ” เป็นคนสำคัญในศาลรัฐธรรมนูญ จึงเดินทางไปพบตามมารยาท ซึ่งในคลิปพยายามโยงว่าเป็นการทำของทีมกฎหมาย แต่ขอยืนยันว่าไปในนามส่วนตัว
ซัด “พ” รู้เห็นเป็นใจจัดฉากถ่ายคลิป
นายวิรัชกล่าวว่า การตั้งกล้องแอบถ่ายในคลิป คนชื่อ “พ” นั่งหันหลังให้กล้องเพราะเป็นคนที่รู้มุมกล้อง จึงขยับตัวมานั่งเก้าอี้หัวโต๊ะเพื่อจะได้จับภาพตนได้ชัดเจน และคนชื่อ “พ” พยายามใช้คำถามนำในการเพิ่มเติมพยาน โดยพยายามโยงไปถึงประธาน กกต. ซึ่งตามขั้นตอนประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องมาให้ปากคำอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปบอกศาลว่าให้เอาคนนั้นคนนี้มาเบิกความ
“ใครล็อบบี้เรื่องนี้ถือว่าสิ้นคิด เพราะไม่มีใครมีอำนาจไปบอกศาลว่าให้เอาใครมาเบิกความ เรื่องนี้ทำกันเป็นกระบวนการ เหมือนที่นายทศพล เพ็งส้ม โดนมาแล้ว โดยมีคนชื่อ “พ” ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยบอกให้นายทศพลไปรับเอกสารและภาพถ่าย การกระทำของพรรคเพื่อไทยถือเป็นเรื่องชั่วช้าที่ต้องการกดดันศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์”
โยนศาลพิจารณาจะทำอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายวิรัชกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวไม่คิดฟ้องร้องใคร
เมื่อถามต่อว่าการไปในนามส่วนตัวแต่กระทบต่อพรรคจะรับผิดชอบอย่างไร นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดจึงไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะในคลิปก็เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าใครพยายามทำอะไร
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิด จึงจะยังทำงานในทีมกฎหมายสู้คดียุบพรรคต่อไป ผมไม่หนักใจเรื่องนี้เพราะชี้แจงได้”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะฟ้องนาย “พ” หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า นาย “พ” เป็นคนของศาลรัฐธรรมนูญ ฟ้องไม่ได้
งงในที่ประชุมตุลาการก็แอบอัดเสียงได้
ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา หนึ่งในทีมกฎหมายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเผยแพร่คลิปออกมาเป็นเรื่องดี เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่ามีกระบวนการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ศาลต้องทบทวนเรื่องการอัดเสียงในที่ประชุม เพราะเป็นการประชุมลับ ไม่ควรให้ใครเอามาเผยแพร่ได้
นายชวน หลีกภัย ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ฟังจากคลิปก็พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยืนยันว่าพรรคไม่เคยใช้วิธีการวิ่งเต้น
“ชวน” ระบุเตือนแล้วให้ระวังตัว
“ผมเคยเตือนล่วงหน้าตั้งแต่กรณีของนายทศพลแล้วว่าให้ระวัง เพราะมีขบวนการทำเรื่องเหล่านี้อยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องคนรู้จักนัดออกไปพบจึงเกรงใจและไปตามนัด” นายชวนกล่าวและว่า เท่าที่ดูจากคลิปคิดว่ามีการวางแผนเอาไว้ แต่คงไม่มีผลอะไรต่อคดี แต่ยังงงอยู่ว่าสามารถเข้าไปบันทึกเสียงการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร
นายชวนยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องปรับนายวิรัชออกจากทีมกฎหมายเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด
“เทพไท” ตั้งข้อสังเกต 4 ประเด็น
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตั้งข้อสังเกต 4 ประการว่า 1.การสร้างคลิปต้องใช้เงินจำนวนมาก มีการจัดตัวละครวางแผนกันอย่างดี 2.ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาทบทวนอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะมีกระบวนการละเมิดอำนาจศาล โดยเฉพาะคลิปที่ 3-5 จงใจนำการประชุมศาลรัฐธรรมนูญมาเผยแพร่ และโฟกัสไปยังนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนต้องการดิสเครดิตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน และต้องดำเนินการกับผู้ปล่อยคลิปดังกล่าว 3.เป็นกระบวนการในลักษณะตีปลาหน้าไซ เนื่องจากท่าทีของแกนนำพรรคเพื่อไทยเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์รอดคดีนี้ จึงสร้างเรื่องว่าที่พรรคประชาธิปัตย์รอดเพราะมีกระบวนการล็อบบี้ศาล 4.มีจุดประสงค์ทางการเมืองเพื่อจุดกระแส ปลุกระดมกลุ่มคนให้เห็นว่ามีสองมาตรฐานจริงด้วยการสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมา
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น