นายปราโมทย์ โชติมงคล ประธานคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ช่วงเวลาเกือบ 2 ปี ได้ประสานกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และอนุกรรมการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา ผลจากการติดตามปรากฏว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยอ้างว่าได้ดำเนินการตามข้อเสนอบางส่วนแล้ว ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 วรรคแรก และ 33 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการ ดังนี้ 1.ขอให้แก้ปัญหาสลากเกินราคาตามแนวทางที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเคยเสนอแนะไปแล้ว คือ สำนักงานสลากฯ ทำความตกลงกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน ว่าเมื่อมีการแจ้งความเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากเกินราคาแล้ว ขอให้สถานีตำรวจที่รับแจ้งความส่งเรื่องที่รับแจ้งความดังกล่าวไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมๆ กัน เพื่อทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้ตรวจสอบการดำเนินการของสำนักงานสลากฯ ว่าได้ทำตามกฎ ระเบียบ กติกา หรือไม่ เพื่อที่จะพิจารณายกเลิกโควตาต้นตอของผู้ที่จำหน่ายสลากเกินราคาทั้งสาย
นายปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการที่ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอ้างว่าได้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วนั้น ยืนยันไม่ใช่เป็นการดำเนินการตามที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะไป แต่เป็นเพียงการตักเตือนผู้ที่จำหน่ายสลากเกินราคาเสมือนหนึ่งว่าได้จัดการกับผู้ที่จำหน่ายสลากเกินราคาไปแล้ว ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาไปเรื่อยๆ เพื่อให้ตนเองสามารถดำรงตำแหน่งอยู่ได้ต่อไปเท่านั้น
2.การแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาที่จะเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง คือ การได้มาซึ่งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งควรจะมาจากบุคคลภายนอกที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐเป็นที่ประจักษ์ มากไปกว่าคนของราชการที่ถูกนักการเมืองครอบงำ หรือคนที่นักการเมืองส่งมาเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยตรง ซึ่งหากจะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติในเรื่ององค์ประกอบและวิธีการได้มาซึ่งคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า 3.เห็นควรให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรฐบาลที่ทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดจำหน่ายสลากโดยประสานประโยชน์ ด้วยการแก้ไขระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินการของบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อการจัดสรรโควตาในการจัดจำหน่าย และ 4.เห็นควรทบทวนสัดส่วนการจำหน่ายสลาก เช่น โควตาจังหวัด เป็นต้น โดยให้จัดสรรใหม่ให้เหมาะสมและพิจารณาให้โควตาในส่วนที่จะช่วยตรึงราคาให้แก่หน่วยงานของรัฐ เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น หรือควรเปิดโอกาสให้คนชราที่มีรายได้น้อยไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพมีโอกาสที่จะมีรายได้เพื่อยังชีพเพิ่มมากขึ้น โดยการดำเนินการผ่านทางหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอต่างๆ ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้กระจายโอกาสและรายได้ในการจำหน่ายสลากไปทุกอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งก็น่าจะเป็นการช่วยให้มีสวัสดิการแก่คนชราที่มีรายได้น้อยไม่พอเพียงแก่การยังชีพได้ด้วย
นายปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า หากมีการดำเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะ ก็จะทำให้มีการกระจายโควตาการจำหน่ายสลากออกไปยังประชาชน อันจะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงโอกาสที่จะขจัดความยากแค้นได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการที่ดีกว่าการให้โควตาแก่นิติบุคคลเอกชนที่เป็นผู้ผูกขาดผลประโยชน์มาเป็นเวลานานเป็นสิบๆ ปีแล้ว ทั้งวิธีการให้โควตาแก่นิติบุคคลเอกชนยังเป็นวิธีการที่เอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองบางคนที่ต้องการใช้อำนาจมาแสวงหาผลประโยชน์จากโควตาดังกล่าว ซึ่งในแต่ละเดือนคาดว่าจะได้ผลประโยชน์เป็นเงินหลายร้อยล้านบาท หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคา โดยได้ดำเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะไว้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม
ประธานคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวต่อว่า ในทางกลับกัน ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการก็จะทำให้ปัญหาการจำหน่ายสลากเกินราคายังคงมีอยู่หรืออาจจะยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรีบดำเนินการตามคำเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วรายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทราบโดยเร็ว ตามความในมาตรา 33 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552
ที่มา.เนชั่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น