ตุลาการรธน.มีมติสั่งฟ้องคนให้ข่าว ฟันอาญามือแพร่ 5คลิปใน"ยูทูบ" ตั้งกฎไม่ตอบโต้ ตร.เล็งออกหมายจับคดีคลิปยุบปชป.สัปดาห์หน้า รู้"พสิษฐ์"พบใครที่ฮ่องกง วงจรปิด"สุวรรณภูมิ"จับภาพคนรับ-ส่ง ศาลรธน.แจ้ง"บัวแก้ว"ถอนพาสปอร์ตประเภทราชการ พท.จี้สอบเนื้อหา-ตุลาการในคลิป ชี้ตั้งลูกหลานเป็นเลขาฯส่อผิดกฎหมายป.ป.ช.มาตรา 100
"ตุลาการรธน."ให้สำนักงานเตรียมฟ้องหมิ่นผู้ให้ข่าวศาลรับใบสั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 27 ตุลาคม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกเอกสารข่าวสำนักงาน เรื่องการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันเดียวกันนี้ โดยที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนจนถึงปัจจุบัน มีผู้ให้ข่าวทางหนังสือพิมพ์ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการเปิดเผยคลิปวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับการประชุมพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นลำดับ ดังนี้
1.เมื่อวันที่ 28 กันยายน ได้มีบุคคลข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญว่า มีคลิปที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญ และได้ให้ข่าวกับ
หนังสือพิมพ์ข่าวสดว่า “ทราบว่า เวลานี้รังสีอำมหิตได้ส่งไปช่วยไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์”
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน “พี่น้องประชาชนจะได้เห็นคลิปที่แสดงให้เห็นถึงความหายนะของกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญและคนไทยจะต้องตกตะลึงกับคลิปดังกล่าว ก็คือมีบุคคลคนหนึ่งไปรับงานเพื่อไม่ให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่กลับมีการบันทึกภาพเอาไว้ได้”
“ค่อยดูกันความลับไม่มีในโลก เราเชื่อว่า หากไม่มีใบสั่งใด ๆ พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบไปนานแล้ว"
ต่อมาได้มีการเผยแพร่คลิปภาพนิ่ง ของประธานองค์มนตรี นั่งอยู่กับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนหลงเข้าใจผิดไปว่าได้มีใบสั่งไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และข่มขู่ศาลในการพิจารณาหรือพิพากษาคดีอันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 139 และมาตรา 198
พ่วงฟ้องอาญาคนนำคลิป5 ตอนแพร่ยูทูบ
2. เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ได้มีบุคคลไม่ทราบชื่อ นำคลิปวีดีโอจำนวน 5 คลิป โพสต์ไว้บนเว็บไซต์ยูทูบซึ่งในคลิปที่เปิดมีอยู่ 3 คลิปเป็นความลับการประชุมพิจารณาคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีผู้นำคลิปไปเผยแพร่ในเว็บไซด์จึงเป็นการนำความลับในราชการไปเปิดเผยให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับ ซึ่งสอดคล้องกับที่มีบุคคลได้กล่าวข่มขู่ศาลไว้ดังกล่าวข้างต้น อันถือได้ว่า เป็นการร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 164 การกระทำของบุคคลที่ถ่ายคลิปในห้องประชุมของตุลาการดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 164 และมาตรา 323
นอกจากนั้น ยังมีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิด โดยดูหมิ่นและหมิ่นประมาทศาล โดยการให้ข่าวกับหนังสือพิมพ์อีกหลายครั้งด้วยกัน
ถอนพาสปอร์ตข้าราชการ "พสิษฐ์"
ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ มอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น และที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินประเภทราชการ (Official Passport) ของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เนื่องจากปัจจุบัน นายพสิษฐ์ได้พ้นจากตำแหน่งเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
ย้ำห่วงบ้านเมืองไม่หวังตอบโต้คู่กรณีฝ่ายใดหากจำเป็นทำตามกฎหมาย
ในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและการดำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกลไกสำคัญของประเทศในฝ่ายอำนาจของตุลาการจึงได้กำหนดเป็นหลักการเกี่ยวกับหลักปฏิบัติในกรณีที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยให้ยึดมั่นในหลักการของการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความมั่นคง หนักแน่น ในการดำรงรักษาความยุติธรรม ตามภาระหน้าที่ทางตุลาการของสถาบันศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินการใดๆ อันเป็นการมุ่งตอบโต้หรือเป็นคู่กรณีกับฝ่ายใด หากจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องใดก็จะคำนึงถึงกระบวนการขั้นตอนตามหลักกฎหมาย เป็นที่ตั้ง
ดังนั้น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว และเพื่อให้สาธารณชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างถูกต้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากมีความจำเป็นต้องแจ้งข่าวสารใดให้ทราบ จะได้ทำการประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน เมื่อมีมติเป็นอย่างใดก็จะแถลงหรือมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้ทราบเป็นครั้ง ๆ ตามลำดับต่อไป
ปธ.กก.สอบคลิปเผยขีดเส้นสอบคลิปใน 15 วัน เร่งลงลึกในรายละเอียด
ก่อนหน้านี้ เวลา 17.30 น. วันเดียวกัน นายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบคลิป กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการที่ใช้เวลาการประชุมกว่า 4 ชั่วโมงว่า จากนี้ไปคณะกรรมการจะมีการประชุมให้ถี่ขึ้น เพื่อที่จะลงลึกในรายละเอียดตามกรอบอำนาจที่วางไว้ แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดให้สื่อทราบได้ว่ามีผู้เกี่ยวข้องบุคคลใด เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการ เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดีได้
ทั้งนี้คณะกรรมการได้ยืนยันว่าจะสรุปการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 20 ตุลาคมตามที่กรอบที่กำหนดไว้ และไม่ควรที่จะขยายเวลาการตรวจสบอออกไปอีก และเมื่อสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้วจะรายงานผลให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญรับทราบก่อนเสนอให้คณะตุลาการต่อไป ทั้งนี้คณะกรรมการจะเร่งสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จโดยเร็วและในวันพรุ่งนี้ (28 ตุลาคม) ก็จะมีการประชุมอีกครั้ง โดยหลังจะติดตามว่ากรรมการแต่ละคนมีความพร้อมที่จะประชุมอีกเมื่อใดซึ่งจะสามารถเรียกประชุมได้ในทันที
ปัดสอบวิ่งเต้นโยนหน่วยงานอื่นจัดการ ยันกก.โปร่งใส
ส่วนที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการสอบเรื่องเนื้อหาคลิปว่ามีการล็อบบี้วิ่งเต้นนั้น นายสนิท กล่าวว่า คงไม่สามารถตรวจสอบถึงเจตนาและเนื้อหาของคลิปดังกล่าวได้เพราะเป็นเรื่องที่หน่วยงานอื่นทำอยู่แล้วที่จะดำเนินการเอาผิดได้ แต่คณะกรรมการจะดูเพียงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมคณะตุลาการว่ามีวิธีการอย่างไรที่ทำให้การประชุมตุลาการถูกเล็ดลอดออกไปภายนอกได้
เมื่อถามถึงพรรคเพื่อไทยการกล่าวหาว่าในคณะกรรมการตรวจสอบมี 4 คนที่พัวพันการทุจริตจัดซื้อรถประจำตำแหน่งตุลาการนั้น นายสนิทยืนยันว่าไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ เพราะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างนั้นไม่มีที่ไหนที่ถ้าคนทำสุจริตแล้วมาบอกว่าไม่สุจริต ยืนยันเรียกได้เลยว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว
เล็งออกหมายจับคดีคลิปฉาว
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธาน ได้เชิญตัวแทนคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนกรณีคลิปลับคดียุบ ปชป. ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ประกอบด้วย พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผู้บังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) และนายสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีคลิปวิดีโอการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง เข้าชี้แจง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม
พล.ต.ต.ปัญญาชี้แจงว่า เบื้องต้นหลังจากรวบรวมหลักฐาน และพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ว่าด้วยการดูหมิ่นศาล หรือขัดขวางการพิพากษาของศาล การนำข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การแอบถ่ายตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เชื่อมั่นว่า การสืบสวนน่าจะกระจ่างแน่นอน เนื่องจากผู้กระทำผิดทิ้งร่องรอยไว้เยอะ และน่าจะออกหมายจับคนร้ายได้ภายในสัปดาห์หน้า
พบหลักฐานสาวถึงคนทำผิด
พ.ต.อ.ศิริพงษ์ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถหาผู้กระทำผิดที่นำคลิปออกมาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูบได้ แต่ขึ้นอยู่กับพยานและหลักฐาน จะใช้การสืบสวนโดยอาศัยบริบทแวดล้อม รวมถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดคลิปวิดีโอ ทั้งวันที่ถ่าย วันที่อัพโหลด โดยได้ติดต่อไปยังเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งเป็นของบริษัทกูเกิล แต่ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา เพราะต้องปฏิบัติตามขั้นตอน และรักษาข้อมูลของลูกค้า
ด้าน พ.ต.อ.สุพิศาลชี้แจงว่า คนร้ายทิ้งร่องรอยไว้เยอะ ตำรวจพบไอซีซี-ไอดี (หมายเลขที่กำหนดให้ใช้เฉพาะแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในโทรศัพท์มือถือ) จำนวน 20 ตัว ที่สามารถพิสูจน์คนทำผิด ซึ่งซุกอยู่ในระบบ visual computer ของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด โดยจะตามร่องรอยจากจุดนี้เพื่อสาวไปถึงตัวผู้กระทำผิดให้ได้ ทั้งนี้ เรื่องหลักฐานจากเว็บไซต์ยูทูบ จะใช้ "เอ็มแลบ" คือการร่วมมือทางอาญา ซึ่งจะใช้ช่องทางในการสืบสวนหรือได้พยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายโดยผ่านช่องทางกองการต่างประเทศ ร้องขอไปยังหน่วยงานสืบสวนกลางหรือเอฟบีไอ เพื่อให้ช่วยขอหมายศาลจากศาลสูง เพื่อขอข้อมูลจากบริษัทกูเกิล
รู้"พสิษฐ์"ไปพบใครที่ฮ่องกง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.หลายคนได้สอบถามถึงการเอาผิดกับผู้ที่มีเจตนาเอาคลิปมาเผยแพร่ได้หรือไม่ รวมถึงจะเชิญนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในฮ่องกง มาสอบสวนได้หรือไม่ ซึ่ง พ.ต.อ.สุพิศาลชี้แจงว่า กรณีความผิดที่มีคนเอาเรื่องคลิปมาพูดก่อน ทางกองปราบปรามจะเก็บบรรยากาศของการสร้างเจตนาของบุคลที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญต้องสอบพยานที่ได้มีการคุยเรื่องคลิปก่อนที่จะมีการเผยแพร่ รวมทั้งสอบถามว่า คลิปได้มาอย่างไร โดยจะนำให้ศาลพิจารณา หากเข้าข่ายก็จะให้ศาลออกหมายจับ
"กรณีนายพสิษฐ์ที่เดินทางไปฮ่องกง เจ้าหน้าที่รู้ตั้งแต่วันที่เดินทางออกไป โดยชุดสืบสวนได้เก็บภาพที่สนามบินสุวรรณภูมิไว้แล้ว ว่าใครไปส่ง ใครไปรับ หรือมีใครมาพบบ้าง โดยฝ่ายสืบสวนได้เก็บรายละเอียดไว้หมดแล้ว ส่วนที่เดินทางไปฮ่องกง ก็ได้เก็บข้อมูลไว้แล้วว่า ไปพบใคร หากออกหมายจับแล้ว จะขอความร่วมมือไปยังต่างประเทศเพื่อดำเนินการจับกุม" พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าว
พท.จี้สอบตุลาการรธน.ในคลิป
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พท. ในฐานะผู้ร้องร่วมกับนายทะเบียนพรรคการเมืองในคดียุบ ปชป. จากการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท เข้ายื่นหนังสือถึงนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านสำนักอำนวยกิจการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตรวจสอบว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญคนใดเป็นผู้พูดหรืออภิปรายในเนื้อหาของคลิป
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เนื้อหาที่ปรากฏเป็นคำพูดในคลิปของตุลาการ ถือเป็นสาระสำคัญที่ควรต้องตรวจสอบว่าตุลาการรัฐธรรมนูญผู้ใดเป็นผู้พูดหรืออภิปราย จะสอบเพียงแต่ที่มาของคลิป ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงขอให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง ได้สอบเนื้อหาและตุลาการผู้ที่ได้ปรึกษาหารือเรื่องดังกล่าวในคลิป เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคมที่สนใจติดตามเรื่องนี้ทราบต่อไป
ชี้ตั้ง"ลูกหลาน"ส่อผิดม.100
นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนได้แต่งตั้งบุตรและหลานเข้ามาเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการว่า พท.ได้รับหนังสือร้องเรียนเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา พบว่ามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน ได้แต่งตั้งบุตรและหลานเข้ามาทำหน้าที่เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ก่อนที่ตนจะเปิดเผยก็มีตุลาการบางคนตอบโต้ว่า สามารถตั้งใครก็ได้มาเป็นเลขานุการ จึงอยากตั้งคำถามกลับไปว่า ถ้ามีบุตรหลานหรือเครือญาติของตุลาการไม่มาทำงาน แต่รับเงินเดือนทุกเดือน จะถือเป็นความผิดตามกฎระเบียบของทางราชการหรือไม่ และจะมีบทลงโทษอย่างไร หากบุตรหลานทำให้งานราชการเสียหาย จะมีใครกล้าออกคำสั่งลงโทษหรือไม่ และในกรณีที่บุตรหลานอาจมีการทุจริตด้วยการไปรับงานหรืออามิสสินจ้างในการวิ่งเต้นคดี ตุลาการรัฐธรรมนูญจะกล้าลงโทษบุตรหลานด้วยการกล่าวโทษดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ตำแหน่งเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐร่วมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 วรรคท้าย ได้บัญญัติให้การพิจารณา สรรหา กลั่นกรอง หรือแต่งตั้งบุคคลใด จะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย ดังนั้น การแต่งตั้งบุตรหลาน หรือคนรู้ใจมาเป็นเลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรมและจริยธรรม ประกอบกับเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทำสัญญาจ้างบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ดังกล่าว ทำให้สัญญาดังกล่าวส่อเป็นสัญญาในลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด ตามมาตรา 100 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
"ชมรมกฎหมายภาคประชาชนจะไปยื่นเรื่องดังกล่าวให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป เมื่อถึงเวลานั้นจะมีการเปิดเผยชื่อของตุลาการรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งบุตรและหลานมาเป็นเลขานุการอีกครั้ง" นายพร้อมพงศ์กล่าว
ไล่บี้จัดซื้อรถประจำตำแหน่ง
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การจัดซื้อรถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส จำนวน 10 คัน ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เป็นการจัดซื้อของตุลาการรัฐธรรมนูญชุดก่อน ถือเป็นการพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว เนื่องจากที่ผ่านมาได้เคยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้และมีการชี้มูลว่า น่าจะไม่ถูกต้องและส่อไปในทางทุจริต โดยมีเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน น่าจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ประกอบกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เคยเข้ามาตรวจสอบและทำหนังสือมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อมีมูลความผิดก็ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัย ซึ่งขณะนี้เวลาก็ผ่านมาประมาณ 3-4 เดือน แต่ยังไม่มีดำเนินการอะไร จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ได้มีการต่อรองในเรื่องนี้กันหรือไม่ และอยากเรียกร้องไปยังนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการผู้ว่าการ สตง. ควรทำความจริงในเรื่องนี้ให้ปรากฏอีกครั้ง และควรทำหนังสือทวงถามทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร
"เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน ที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อรถ ทราบมาว่า มีถึง 4 คน ที่ได้มาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปที่มีการแอบถ่ายในห้องประชุมตุลาการ ที่มีคณะกรรมการทั้งหมด 7 คนด้วย ซึ่งการที่ตั้งคนที่ยังมีปัญหามาตรวจสอบเรื่องสำคัญเช่นนี้ แล้วจะสามารถหาความจริงโดยปราศจากความกดดันได้อย่างไร ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมีการพูดว่า พวกผมมีต้นทุนต่ำในสังคม แต่ในวันนี้เรากำลังนำความจริงมาพูดให้สังคมได้รับรู้"นายพร้อมพงศ์กล่าว
สตง.ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง
ต่อมาเวลา 10.30 น. นายพร้อมพงศ์ พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือพร้อมคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดียุบ ปชป. ถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยระบุว่า นายอภิชาตจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเป็นผู้เสียหาย ควรดำเนินการเอาผิดผู้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวด้วย อีกทั้งในคลิป นายอภิชาตเป็นผู้ที่ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวพาดพิงถึง นายอภิชาตจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียและเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น นายอภิชาตจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส กล่าวถึงปัญหาการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยี่ห้อเล็กซัส ว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้ย้อนหลัง หลังได้รับรายงานเบื้องต้นว่า สตง.เคยมีการเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่ามีความคืบหน้าอย่างใดบ้าง และมีผลการสอบสวนออกมาอย่างเป็นทางการหรือยัง เท่าที่ทราบเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อรถยนต์ดังกล่าว ยืนยันได้ว่า ขั้นตอนการดำเนินการไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดเก่าที่พ้นวาระไปแล้ว
ปชป.สรุปคำแถลงปิดคดียุบ
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา หนึ่งในคณะทำงานฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบ ปชป. เปิดเผยภายหลังการประชุมทีมกฎหมายที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา ปชป. เป็นหัวหน้าทีม ว่าที่ประชุมได้สรุปคำแถลงปิดคดีในคดีกล่าวหา ปชป.ช้เงินสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์แล้ว โดยได้เพิ่มเอกสารที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญจากเดิม 108 หน้า เป็น 115-119 หน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มรายละเอียดข้อมูล เพื่อให้มีน้ำหนักในสำนวนมากขึ้น และจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในเช้าวันที่ 28 ตุลาคมนี้
"นายชวนและนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความ ต่างแสดงความพอใจต่อการทำงานของคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ซึ่งนายชวนมีสีหน้ายิ้มแย้งแจ่มใส และได้กำชับให้ทีมกฎหมายลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย"นายวิรัตน์กล่าว
นายวิรัตน์กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้หารือกันถึงกรณี พท.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเนื้อหาในคลิป แต่เรื่องนี้ ถือเป็นกระบวนการหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ซื้อได้ ก็ซื้อ ถ้าซื้อไม่ได้ก็ทำลาย กระบวนการรอบนี้จึงมุ่งทำลาย ซึ่งคลิปที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อสถาบันองคมตรี และตุลาการ เป็นการกระทำอย่างน่าละอาย แต่ยืนยันว่าการเผยแพร่คลิปดังกล่าว จะไม่มีผลต่อรูปคดียุบ ปชป.
ที่มา:มติชนออนไลน์
****************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น