โดย.นักวิชาการ ลูกพ่อขุน
จากข่าวหน้าหนึ่งที่ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ ตกเป็นข่าวเรื่องคลิปฉาวที่โยงใยกระบวนการยุติธรรมนั้น ณ ปัจุบันสังคมกำลังแสดงออกมาว่าพรรคประชาธิปัตย์และนายวิรัช ตกเป็นเหยื่อถูกกลั่นแกล้งและทำหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้าย หนักกว่านั้นในวงของแฟนพันธุ์แท้ สนธิ ลิ้มทองกุล ถึงกับบอกว่าคลิปนี้เป็นการตัดต่อเพื่อทำลายชื่อเสียและความน่าเชื่อถือของขบวนการยุติธรรม ก็ว่ากันไป...
เรามาลองตามเรื่องนี้แบบมีสติกันดูบ้าง เริ่มเดิมทีคลิปถูกกระจายอยู่ในเน็ตโดยไม่ค่อยได้รับความสนใจอะไร จนกระทั่งมีนักรบไซด์เบอร์ท่านหนึ่งโพสคลิปนี้ต่อโดยเปลี่ยนชื่อคลิป นำมาซึ่งการตรวจสอบของข้อเท็จจริงของพรรคเพื่อไทยและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งตัวคลิปถูกตัดทอนออกมาเป็นช่วง แต่ส่วนที่มีปัญหาคือช่วงคลิปที่ 2
พรรคเพื่อไทยตีเรื่องนี้ออกมาให้สาธารณชนได้รับทราบ และยืนยันว่าการกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ถือเป็นการทำให้ระบบยุติธรรมเสื่อมเสีย ตรงนี้เป็นภาพรวม แต่ข้อกล่าวหาที่ทางพรรคเพื่อไทยใช้ในการเผยนั้น เป็นเรื่องที่บุคคลในคลิปตกลงกันเรื่องจะนำ กกต.มาขึ้นให้การในคดีหรือไม่?
จุดนี้เป็นเรื่องตลกที่หลายคนคงลืมไปเพราะคดีการยุบพรรคเป็นเรื่องที่ กกต.เป็นผู้ยื่นเรื่องฟ้องไม่ใช่พรรคเพื่อไทยทำ ฉะนั้น กกต.จึงมีศักดิ์เป็นโจทย์แล้วโจทย์ผู้ร้องจะมาเป็นพยานให้จำเลยผู้ที่ตนมีความเห็นให้ฟ้องเช่นนี้จะเรียกว่าอะไรได้นอกจากทำลายระบบยุติธรรมอย่างที่พรรคเพื่อไทยชี้แจง ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องมองไปถึงเรื่องจริยธรรม ที่มีการเอาข้อมูลมาเพื่อเตรียมล๊อปบี้แค่เรื่องที่ กกต.ผู้เป็นโจทย์จะมาแก้ต่างให้จำเลยที่ตนสั่งฟ้องแค่เรื่องนี้ก็ผิดแล้ว
กลับมาทางฝั่งนายวิรัชบ้าง พอเรื่องแดงก็รีบออกมาบอกว่าตนไม่มีเจตนาและเรื่องทุกอย่างเป็นการจัดฉาก สังเกตุจากการที่มีคนตั้งใจตั้งกล้องแอบถ่าย
ตรงนี้หากฟังเผินๆคงเชื่อสนิทใจ ด้วยผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดฉากถือได้ว่ามีส่วนได้เสียกับคดียุบพรรค ทำให้ดูมีนำหนักกับกลุ่มคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอย่างถ่องแท้
แต่การที่นายวิรัชใช้เรื่องนี้ เพื่อพาตนให้พ้นจากความผิดนั้นผมไม่เห็นด้วย แม้จะอ้างว่าถูกหลอกให้มาเจอกับเลขาฯจนถูกแอบถ่าย แต่หากเราวิเคราะห์กันตามหลักความเป็นจริงเรื่องทุกอย่างเกิดจากคนสองคนมีการพูดคุยกัน โดยบทสนทนาเกิดจากการพูดคุยตกลงกันเองมิได้มีใครไปบังคับ แม้จะอ้างว่ามีการแอบถ่ายหรือหลอกล่อให้มาเจอ แต่หากคนสองคนนั้นมิได้พูดเรื่องที่มิบังควรถามว่าผู้ที่แอบถ่ายนั้นจะได้อะไรกลับไป การอ้างว่าตนถูกหลอกมาถ่ายเป็นการจัดฉากจึงเป็นเป็นข้ออ้างไม่สามารถลบเรื่องที่นายวิรัชเป็นผู้กระทำไว้ได้ เพราะไม่ว่าจะมีการถ่ายหรือไม่นายวิรัชก็ไดพูดเช่นที่ปรากฎในคลิปจริงๆ ถึงแม้ความจริงแล้วคนที่จัดการแอบถ่ายจะเป็น นปช.หรือพรรคเพื่อไทยอย่างที่นายวิรัชกล่าวหา แต่หากนายวิรัชไม่พูดกับเลขาในเรื่องดังกล่าวจะเป็นข่าวไหม..? ความจริงข้อนี้กำลังถูกคารมคมคายของนายวิรัชลบไปทุกขณะ
การออกมาตีรวนว่าเป็นการจักดฉากในสายตาผู้ที่ติดตามข่าวสารเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องตลกที่พรรคประชาธิปัตย์ทำอีกครั้ง คนทำออกมาประกาศปาวๆว่าไม่ได้ผิดอะไรที่พูด แต่อีกฟากฝั่งทางศาลจัดการลงดาบตัดตอนกันข้อติติงโดยการให้พักราชการเลขาฯไว้ก่อน เช่นนี้เป็นการตอบสังคมกลายๆว่าการกระทำนี้ไม่ว่าจะจัดหรือไม่จัดฉากก็ไม่ควรจะเกิด ไม่ใช่ความผิดของผู้แอบถ่ายแต่เรื่องนี้ความผิดอยู่ที่คนสองคนที่พูดและคิดทำเรื่องที่ผิดจริยธรรม
วันนี้สังคมกำลังเซไปเซมากับคำพูดสวยหรู ที่ผู้กระทำผิดพยายามพูดเพื่อให้ตนเองรอดพ้น แต่หากหยุดฟังเรื่องไร้สาระ แล้วตั้งสติวิเคราะห์ความจริงที่เกิดเราจะทราบเองว่า ใครกันแน่ที่เลวทราม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น