แม้เสียงลึก-ลับ จะถูกเปิดฟังกันที่พรรคการเมืองหนึ่ง ก่อนถูกปล่อยลงในเว็บไซต์สาธารณะหลายวัน
แม้ "เสียง" จาก "คลิปลับ" จะถูกถอดเนื้อความ และบรรยายอย่างละเอียด จะถูกส่งออกจากพรรคการเมืองหนึ่ง
แต่มือมืดที่ขยายผลเนื้อหาของคลิปภาพและเสียง ยังลอยนวล
ปล่อยให้ "คนในภาพ" เผชิญหน้า ชะตากรรม จำนนด้วยหลักฐาน
อย่างน้อย นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ถูกเด้งฟ้าผ่ากลางฤดูฝน
อย่างน้อย วิรัช ร่มเย็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ ก็ติดกับดัก ถูกพรรคสอบสวนซ้ำ หลังถูกล่อไปนำสืบนอกศาล
แสงสว่างสาดส่องไปที่ 9 ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ นายจรัญ ภักดีธนากุล, นายจรูญ อินทจาร, นายเฉลิมพล เอกอุรุ, นายนุรักษ์ มาประณีต, นายบุญส่ง กุลบุปผา, นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์, นายสุพจน์ ไข่มุกด์, นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี
แผนล้มรัฐบาล ล้มพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นขบวนการเครือข่ายใต้ดินที่ไม่ปรากฏ "หัวหน้า" ขบวนการ มีเพียง "โฆษกพรรคเพื่อไทย" ที่ออกมายืน กลางแจ้ง
นักแถลงข่าวจากพรรคเพื่อไทย เริ่มขบวนการปล่อยข้อมูลลับ-ชื่อย่อ-ตำแหน่ง ของคนในศาลควบคู่คนในพรรคประชาธิปัตย์ ต่อเนื่องด้วยการชี้เบาะแสคลิปเสียงที่ถูกปล่อยไว้ในเว็บไซต์สาธารณะ
จากนั้นก็อธิบายสำทับ ขยายความด้วยซับไตเติลข้อความใต้ภาพเคลื่อนไหว และโยงเนื้อเรื่องให้น่าติดตาม ด้วยการโชว์กราฟิก ลายเซ็น เรียงลำดับของบุคคลสำคัญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
สอดคล้องกับ "ข้อมูล" ของ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่วิเคราะห์ไว้ว่า
"พรรคประชาธิปัตย์พยายามหาช่องทางชนะฟาวล์ โดยจะให้ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเบิกความเป็นพยาน เพราะก่อนหน้านี้ ประธาน กกต.เคยบอกในขั้นตอนการพิจารณาก่อนส่งให้ศาลวินิจฉัยว่า ไม่ผิด" ประธาน ส.ส. เพื่อไทยตอกย้ำความเคลื่อนไหวในคลิปลับ
ข้อความ-ข้อมูลที่ไม่เป็นคุณ สุ่มเสี่ยง เพลี่ยงพล้ำของฝ่ายประชาธิปัตย์ จึงถูก "มือดี" ปล่อยออกมาในชั่วโมงที่ 72 ก่อนที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในฐานะหัวหน้าพรรค จะไปขึ้นศาล สืบพยานผู้ถูกร้องนัดสุดท้าย
นักแถลงข่าวจากพรรคเพื่อไทยยิ้มร่า เมื่อข้อความที่ถูกถอดรหัสอย่างละเอียด ถูกตีความเป็นไปตามแผน
เบื้องหลังรอยยิ้ม มีเสียงของ "ร.ต.อ.เฉลิม" เปิดหน้า ช่วงเดียวกับที่ "นายกรัฐมนตรีและคณะ" ไปให้การ
"พรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบหรือไม่ พรรคเพื่อไทยไม่วิตกกังวล แต่กรณีที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญต้องเคลียร์ ให้ชัด จะมาทะเล่อทะล่าสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ แต่คนรักพรรคเพื่อไทยก็มี พวกผมมีปัญญาถ่ายคลิปไปวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ศาล หรือแค่วันนี้จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว จากนี้ไปจะต้องรบกัน ผมไม่ยอมให้คนมา กล่าวหาพรรคเพื่อไทย"
ข้อกล่าวหา-กล่าวอ้างเรื่อง 2 มาตรฐาน ที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า กระหึ่มทั่วทั้งเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้วยการฟอร์เวิร์ดเมล์ "คลิปร้อน" ที่ตัดต่อไว้ 5 ตอนรวด
ประธาน ส.ส.เพื่อไทยที่เคยวิเคราะห์ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบ มีข้อมูลใหม่ "อย่ามาโยนบาปกล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยจัดฉากใส่ร้าย ตามหลักกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ต้องถูกยุบแน่นอน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์รอด ถือว่าปาฏิหาริย์เกินไปแล้ว จากข้อมูลพยานหลักฐานมันชัดเจนหมด ยังไงก็ต้องยุบ"
ขณะที่การสืบพยานแต่ละนัด คำให้การของฝ่ายร้อง-กกต. และฝ่ายถูกร้อง-ประชาธิปัตย์ ไม่ถูกขยายความ
แต่ภาพและเสียงที่ปรากฏในคลิปลับ ถูกสืบ-สอบสวนในพื้นที่สาธารณะอย่างกว้างขวาง โดยพรรคเพื่อไทย
แผนการแคมเปญ การอธิบายรายละเอียดเรื่อง 2 มาตรฐาน ที่แตกต่างระหว่างคดียุบไทยรักไทย-พลังประชาชน และกรณีพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุติไว้ชั่วคราว เพราะเกรงละเมิดอำนาจศาล
ข้อเท็จจริง-พยานเอกสารของฝ่ายถูกร้องทั้งหมด ในการต่อสู้คดีโดย "ดรีมทีมทนายเทวดา" ที่ถูกรวบรวมเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย จะถูกอธิบายต่อสาธารณะในช่วงที่การสืบพยานเสร็จสิ้น
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้การต่อสาธารณะว่า "สิ่งที่ผมยืนยันได้ คือ พรรคไม่มีความจำเป็นใด ๆ ไม่มีเจตนาใด ๆ ต้องมาล็อบบี้ศาล พร้อมจะต่อสู้ในเนื้อหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขณะเดียวกันต้องการให้ศาลพิจารณาได้โดยปราศจากการกดดัน หรือล็อบบี้ใด ๆ ขอไม่พูดว่ามีความมั่นใจในคดีหรือไม่ แต่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลไปหมดแล้ว มั่นใจว่าศาลจะต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย"
สอดคล้องกับสมมติฐานของประธาน ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรค ที่เคยตั้งประเด็นไว้ว่า จะมีความพยายามในการกดดันศาลหลายรูปแบบ
ดังนั้นจึงได้มีการสั่งการให้ "ลูกทีม- ลูกพรรค" อยู่ในที่ตั้ง ห้ามให้ความเห็น-ก้าวล่วงในรูปคดี
แต่จนแล้ว-จนรอดก็เพลี่ยงพล้ำ เพราะลูกพรรคไปพัวพัน-พูดคุยเรื่องคดี กับคนนอกพรรค ที่มีตำแหน่งแห่งหนสำคัญ ต่อรูปคดี
24 ชั่วโมง หลังคลิปเสียง-ภาพปรากฏ สู่เว็บไซต์สาธารณะ คณะตุลาการ 5 คน แถลงข้อเท็จจริงฟังได้ว่า
"กรณีที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกทางสื่อมวลชนได้เกิดกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ขอชี้แจงว่าคลิปที่ปรากฏภาพของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ของศาลได้ ดังนั้น นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้มีคำสั่งปลด นายพสิษฐ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายพสิษฐ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด"
"ยืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ตามพระปรมาภิไธย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกลางกับทุกฝ่าย ไม่มีใครมาก้าวก่ายแทรกแซง ขอให้ประชาชน มั่นใจการทำงานของศาล"
คำให้การของพยานฝ่ายผู้ถูกร้องถูกเปิดเผย เปิดตัว เปิดหน้า
ถ้อยแถลง-ท่าทีของคณะตุลาการถูกยืนยันเจตนา ด้วยการ "ปลด" คนที่พัวพันในคดี
การนำสืบจากคลิปลับ จึงเหลือ เพียง "ไอ้โม่ง" หัวขบวน ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการแผนซ้อนแผน ที่ยังไม่เผยตัวในที่แจ้ง
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น