"พล.อ.เตีย บัน"งงกับคำกล่าวของ"ธาริต"เอาข้อมูลมาจากไหนถึงได้กล่าวหาว่ากัมพูชาให้ใช้พื้นที่ฝึกกองกำลังติดอาวุธเพื่อต่อต้านรัฐบาลไทย
จากกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงข้อมูลจากการสืบสวนขยายผลจากการให้ปากคำของ 11 นักรบแดง อ้างว่าแกนนำ นปช. ชักชวนชายฉกรรจ์จำนวน 39 คน หลบหนีไปฝึกอาวุธในค่ายทหารประเทศกัมพูชา แล้วเข้ามาก่อเหตุในเมืองไทย
พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์พิเศษ หลังจากการกลับประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมจากประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 1 (ADMM-Plus 1st) ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม ที่ผ่านมา
พล.อ.เตีย บัน กล่าวว่า กัมพูชางงกับคำแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่าไปเอาข้อมูลมาจากไหนถึงได้กล่าวหาว่ากัมพูชาว่าให้ใช้พื้นที่ฝึกกองกำลังติดอาวุธเพื่อต่อต้านรัฐบาลไทย และไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนให้ข้อมูล หรือข้อมูลหลุดมาจากที่ไหน
@ กัมพูชายืนยันได้หรือไม่ว่า กัมพูชาจะไม่ยอมให้ใช้แผ่นดินกัมพูชาในการซ่องสุ่มฝึกกองกำลังติดอาวุธเพื่อโจมตีประเทศไทย
เรื่องนี้ทำไมผมจะต้องไปยืนยัน เพราะกัมพูชาไม่ได้มีการฝึกกองกำลังติดอาวุธอะไรทั้งสิ้น และในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคงในกัมพูชา ผมก็อยากยืนยันให้ชัดเจนว่า ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่ในกัมพูชา ผมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคงจะมีจุดประสงค์อันใดอันหนึ่งเท่านั้น อย่าเอากัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
"ดีเอสไอ ไม่น่าจะเอากัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของประเทศไทย ส่วนดีเอสไอ หรือประเทศไทย จะดำเนินการจัดการเรื่องนี้อย่างไรก็แล้วแต่ อย่านำกัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาทางประเทศจะต้องแก้ไขปัญหาหรือจัดการกันไปเอง ทำไมถึงต้องเอากัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมอยากรู้อยากทราบเหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงเอากัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะจริงๆ แล้วมันไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย"
@ หลังจากที่มีข่าวในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นทางกัมพูชา หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงของกัมพูชา ได้มีการตรวจสอบว่ามีการฝึกกองกำลังติดอาวุธหรือไม่
ทำไมจะต้องไปตรวจสอบ เพราะกัมพูชาไม่ได้ให้ใครมาใช้พื้นที่ในการฝึกกองกำลังติดอาวุธ
@ จะมีการลักลอบในการฝึกหรือไม่
กล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า จะต้องไปตรวจสอบอะไร เพียงแต่ผมแปลกใจว่าข่าวในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเป็นเรื่องที่แปลก และประหลาดใจมาก ดีเอสไอจะแก้ไขปัญหาหรือสะสางปัญหาเรื่องนี้อย่างไรก็ว่ากันไป แต่ทำไมถึงเอากัมพูชาไปเชื่อมโยงด้วย ผมประหลาดใจมาก
@ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือไม่
เรื่องนี้ไม่เป็นไร แต่ความสัมพันธ์ทางด้านทหารระหว่างกองทัพกัมพูชากับกองทัพไทย โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตรพูดคุยกันมาตลอด ด้านการทหารมีความเข้าใจกันดี ทุกอย่างพยายามยับยั้งไม่ให้เรื่องบานปลายกลายเป็นเรื่องเป็นราว เราเข้าใจกัน และคุยกันตลอด ไม่มีปัญหาอะไร
@ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่
จะไม่เข้าใจอย่างไร เพราะเรื่องทั้งหมดมันไม่มี และไม่เคยเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ดีเอสไอคงจัดฉากขึ้นมา และพูดกันขึ้นมาเอง ไม่อยากจะไปวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับกัมพูชา ขออย่างเดียวขออย่าได้เอากัมพูชา หรือคนของกัมพูชาเข้าไปเกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย เป็นเรื่องภายในของประเทศที่จะต้องสะสางกันเอง อย่าเอากัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะมันจะยิ่งทำให้เกิดปัญหามากขึ้น และจะมองภาพไม่สวย ที่ผ่านมาไม่มีเหตุการณ์แบบนี้
"สิ่งที่เกิดขึ้นทางกัมพูชาคงไม่ต้องเรียกร้องอะไร แต่สิ่งที่กัมพูชาพยายามทำตลอดคืออยากให้กัมพูชา และประเทศไทย เข้าคืนสู่สภาพดี และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหมือนในอดีต สามารถเดินทางเข้าออกของทั้งสองประเทศได้เหมือนเดิม พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกวิถีทางเพื่อให้รักกันเหมือนเดิม เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ที่จะมาทะเลาะกัน และให้คนใดคนหนึ่งมาได้ผลประโยชน์ที่ทั้งสองประเทศทะเลาะกัน หรือมาจับผิด กระทบกระทั่งกัน มันจะทำให้เกิดความเสียหาย"
ดังนั้นมีสิ่งเดียวคือจะต้องคืนดีกัน และทำมาหากิน และแก้ไขปัญหาร่วมกันที่ทั่วโลกได้รับอยู่ในขณะนี้ การที่บ้านใกล้เรือนเคียงกันไม่มีอะไรที่จะสามารถแยกออกจากกันได้ แต่หนทางที่ดีคือพูดคุยกัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะบานปลายทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่
ผมว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น และเหตุการณ์คงไม่บานปลายไปถึงเหนือถึงใต้ได้ เพราะเรื่องมันไม่เป็นเรื่อง เรื่องปากท้องของทั้งสองประเทศสำคัญกว่า
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น