--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ส่องศาลรัฐธรรมนูญ ย้อนรอย 'พสิษฐ์' ตุลาการในพายุอำนาจ

ศาลรัฐธรรมนูญถูกตาชั่ง-ลูกตุ้มแห่งความยุติธรรมเหวี่ยงด้วยจังหวะที่เร่งร้อน

เมื่อปรากฏภาพคลิปวิดีโอ 5 ชุด เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต

ภาพและเสียงทั้ง 5 ตอน ถูกตัดต่อ เชื่อมโยง กระทบภาพลักษณ์แห่งองค์กรอิสระ กระเทือนไปถึงพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค

ชื่อ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการส่วนตัว ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถูกเอ่ยนามทั้งใน-นอกศาล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ณ บ้านเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (พุ่ม ศรีไชยันต์) เลขที่ 326 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง ในการเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางกระแสข่าวภายนอกที่คาดการณ์ว่า ตำแหน่งดังกล่าวน่าจะเป็นชื่อนายจรัญ ภักดีธนากุล

ขณะที่คนในวงการตุลาการ โดยเฉพาะเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ (ธรรมศาสตร์) ซึ่งมีบทบาทในองค์กรอิสระมาก่อนหน้า ทำนายฟันธงไว้ก่อนล่วงหน้าว่า ผลการลงมติเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ ต้องออกมาเป็นนายชัช ชลวร แน่นอน

ด้วยกิตติศัพท์ที่รู้กันในวงการตุลาการว่า "นายชัช" ผู้นี้ไม่ธรรมดา แม้ชื่อเสียงใน วงกว้างจะไม่ได้เป็นที่รู้จักของชาวบ้านร้านตลาดมากเท่ากับ นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้มีอดีตเป็นถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม

ระหว่างสุญญากาศอำนาจ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญอยู่บนฤดูการผลัดเปลี่ยนคณะตุลาการชุดใหม่ มีนักกฎหมาย- ทีมงานของตุลาการติดตามเป็นเงาตาม ตัวว่าที่ผู้มีอำนาจ

เมื่อสปอตไลต์ฉายไปจับว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างรอการ โปรดเกล้าฯ อำนาจจากทุกฝ่ายต่าง เคลื่อนตัวเข้าหาผู้มีบารมีหมายเลข 1 ในวงการยุติธรรม

ขณะนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคร่งครัดเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยของสำนักงานอย่างยิ่ง ทำให้ "แขก" ของท่านประธานศาลต้องติดต่อผ่าน "เงา" ตามตัวของท่าน ที่ชื่อ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์

บุคคลที่ต้องการเข้าใกล้ "ประธาน" ได้รับการประสานว่า ให้ติดต่อผ่าน "นายพสิษฐ์"

บทบาท-ภาพลักษณ์ของ "นายพสิษฐ์" เป็นที่ประจักษ์แก่สายสาผู้พบเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า "มีอำนาจ"

นอกจากหน้าที่ "เลขานุการส่วนตัว" เขามีหน้าที่หลักในวง "แถลงข่าว" กิจการ-คดีของศาลรัฐธรรมนูญด้วย

ภาพที่ถูกฉายซ้ำ คือ "นายพสิษฐ์" นั่งเป็น "ตัวจริง" อยู่ตรงกลางเวที ขนาบซ้าย-ขวาด้วยคนมีตำแหน่งจริง อย่าง "นายเชาวนะ ไตรมาส" เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย "นายปัญญา อุดชาชน" รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเลขาธิการและรองเลขาธิการ

เท่านั้นยังไม่พอ "นายพสิษฐ์" ในฐานะเลขานุการประธานศาล ยังมักสวมบทเป็นผู้ดำเนินรายการหน้าเวที ด้วยการจัดคิวให้เลขาธิการสำนักงานตอบคำถามนี้ หรือชี้ให้รองเลขาธิการสำนักงานชี้แจงปัญหาโน้นอยู่บ่อยครั้ง

ยังไม่นับรวมข้อมูลอีกชุดที่โจษขานกันว่า "นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์" อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จำต้อง ขยับขยายออกจากศาลรัฐธรรมนูญ เพราะ ฤทธิ์เดชของเลขานุการผู้มากบารมีที่ชื่อ "พสิษฐ์"

ข่าวใน-นอกศาลวิจารณ์กันขรมว่า ปฐมเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างอดีตเลขาธิการสำนักงานกับอดีตเลขานุการประธานศาล อาจมาจากเรื่องในตาราง งบประมาณ

นอกจากสถานะบนดิน เปิดหน้า ได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เขายังใช้ตำแหน่งเช่นนี้ปฏิบัติการ เชื่อมโยงเครือข่ายไปยัง องค์กรอิสระที่มีคดีเกี่ยวพัน ทั้งจากสำนักงาน กกต. เครือข่ายเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ของ "นายชัช" ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ

1 ในภารกิจลับของเขา คือการนัดพบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นทีม กฎหมายในคดียุบพรรค ที่ทั้งฉากและ เนื้อเรื่องถูกถ่ายทอดเพิ่มเติมจากคน ในพรรคเพื่อไทย ไปจนถึงเว็บไซต์สาธารณะ

ปรากฏการณ์ความเสื่อมถูกวิเคราะห์ วิจารณ์จากวงการนักฎหมายว่า การแต่งตั้งบุคคลที่มีบทบาทใกล้ชิดผู้เป็นประมุขหมายเลข 1 แห่งบ้านเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์นั้น ย่อมมีความไม่เหมาะสมด้วยเหตุประการทั้งปวง

คดีความที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ส.ส. และ ส.ว. ต่างถูกนำมาถกเถียง สนทนา ตั้งสมติฐานว่า อาจมีเรื่องลึก-ลับ เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่

ผลการปรากฏตัวของคนใกล้ชิดประธานศาลรัฐธรรมนูญถูกตีความจากนักการเมืองฝ่ายค้าน ด้วยตรรกะที่ไม่เหนือความคาดหมาย ว่าอาจส่งผลให้คดี ยุบพรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบทางอ้อม

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
*********************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น