มึนหน้าที่ตัวเอง‘ที่ปรึกษา’หรือ‘สถาบันการเงิน’กันแน่
สสว.ล้มกระดาน 4 บริษัทลูก อ้างบริหารงานล้มเหลว ล่าสุด เตรียมปิดฉากอุตสาหกรรมขนมไทยหลังมีหนี้ผูกพันกว่า 100 ล้าน ทั้งที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลคาดหวัง ปั้นแบรนด์ “สวัสดี” ตีตลาดทั่วโลก ระบุที่ผ่านมาสับสนหน้าที่จะเป็น “ที่ปรึกษา” หรือ “สถาบันการเงิน” สนับสนุนผู้ประกอบการ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเอสเอ็มอี หรือ สสว. เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่าที่ผ่านมา สสว.พยายาม เป็นแกนกลางเข้าไปช่วยเหลือขับเคลื่อนธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ทั้งระบบ ทั้งการให้ความรู้ด้านวิชาการ การสนับสนุนด้านการเงิน รวมถึงการเข้าไปร่วมทุนทำธุรกิจในรูปแบบจอยต์เวนเจอร์ในธุรกิจที่ควรสนับสนุน เมื่อธุรกิจนั้นอยู่ได้ด้วยตัวเอง สสว.ก็จะถอนหุ้นออกมาเพื่อให้เจ้าของธุรกิจดำเนินการด้วยตัวเองต่อไป
อย่างไรก็ตาม นอกจากการจอยต์เวนเจอร์กับธุรกิจภาคเอกชนแล้ว ยังมีธุรกิจบางเซ็กเตอร์ที่ สสว.จัดตั้งขึ้นในลักษณะบริษัทลูก แต่ถ้าผลการดำเนินงานไม่ประสบความสำเร็จก็จะอาจจะปิดตัว ซึ่งที่ผ่านมาปิดไปแล้ว 2 บริษัท และกำลังจะปิดอีก 2 บริษัท คือบริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด และ บริษัท ส่งเสริมการค้าเอสเอ็มอี จำกัด โดย 2 บริษัทดังกล่าวมีปัญหาขาดทุนมานาน รวมถึงมีภาระหนี้ผูกพันที่รอการชดเชยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
นายยุทธศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาผลงานการทำงานของ สสว.ไม่เข้าเป้า ทำให้การประเมินผลงานที่จัดประเมินโดยทริสได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ในฐานะที่ตนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาดูแลจะพยายามพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาเป็นบวกให้ได้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า ทิศทางการทำงานของ สสว.วันนี้ยังค่อนข้างขาดความชัดเจนว่าจะเดินทางไปในทิศทางไหน จะเข้าไปช่วยเหลือ SMEs ในรูปแบบการผลักดันแบบเต็มตัวกึ่งๆสถาบันการเงินหรือจะเป็นองค์กรให้ความเห็นด้านข้อมูล คำแนะนำ วิธีการแก้ไขปัญหาธุรกิจ SMEs แก่รัฐบาล เหมือนกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
“นโยบายของ สสว.เวลานี้เหมือนกับขาดความเป็นเอกภาพ ขาดแรงขับเคลื่อน โครงการอะไรที่รัฐบาลในอดีตเคยดำเนินการไว้ถูกโละทิ้งหมด อย่างเช่นบริษัทอุตสาหกรรมขนมไทยซึ่งน่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ในตลาดโลก เพราะขนมไทยมีจุดเด่นมากมาย แต่กลับต้องโดนปิดตัวเพราะผลประกอบการขาดทุน” แหล่งข่าวแสดงความเห็น
สำหรับบริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด จัดตั้งขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม ตามมติของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่เล็งเห็นถึงการส่งเสริมการผลิตขนมไทยทุกประเภท เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และเพื่อยกระดับขนมไทยให้มีศักยภาพในการส่งออก เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิตในทุกระดับชั้น เป็นการหารายได้เข้าประเทศ ภายใต้แบรนด์ “สวัสดี” อีกทั้งยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาราคาอ้อยและน้ำตาลตกต่ำได้อีกทางหนึ่ง นำมาซึ่งการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในประเทศ
ดังนั้นทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงได้จัดตั้ง บริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด ขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาทและได้มีการจดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 3 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน 2546 รวมเป็น ทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท
“ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในวันนี้มีราคาดีขึ้นเพราะอ้อยถูกนำไปผลิตเป็นเอธานอลมากขึ้นหรือเปล่าทำให้รัฐบาลไม่ต้องเข้าแบกรับเรื่องราคา เลย นำมาสู่การปิดบริษัทอุตสาหกรรมขนมไทย ในขณะที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ไม่รู้ว่ามีผลงานอะไรบ้าง” แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว
ที่มา.สยามธุรกิจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น