กองทัพระส่ำ! "ประวิตร" เรียกบอร์ดประชุมจัด "โผทหาร" อังคารนี้ เก้าอี้ "ปลัดกลาโหม" วุ่น "ป้อม" ดันน้องรักหักเหลี่ยมเพื่อน ตท.8 "ประยุทธ์" นอนมาคว้า "ผบ.ทบ." แถมได้สิทธิ์ร่วมจัดทีม 5 เสือ ทบ. สะพัด "นายพล" หน่ายสายบูรพาพยัคฆ์ ยื่นใบสมัครเออร์ลีรีไทร์อื้อ
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีรายงานความเคลื่อนไหวภายในกองทัพที่น่าสนใจ เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นยศนายพล ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ เพื่อหารือในการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี
ตามกฎหมายระบุว่า คณะกรรมการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นยศนายพล มีจำนวน 7 คน ตามตำแหน่ง ซึ่งโครงสร้างของบอร์ดจะมี รมช.กลาโหมอยู่ด้วย แต่ในรัฐบาลชุดนี้ไม่มีตำแหน่ง รมช.กลาโหม ทำให้คณะกรรมการทั้งหมดมีองค์ประชุม 6 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีนี้จะมีการสรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งที่สำคัญในกองทัพ โดยเฉพาะปลัดกระทรวงกลาโหม แทน พล.อ.อภิชาต และผู้บัญชาการทหารบก แทน พล.อ.อนุพงษ์ ที่จะเกษียณในปีนี้
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตรได้ให้นโยบายในการปรับย้ายครั้งนี้ว่า ต้องพิจารณาให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด อีกทั้งต้องเป็นไปตามหลักอาวุโสและความเหมาะสม ลดกระแสความแตกแยกในกองทัพ
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เพราะมีแนวโน้มที่การปรับย้ายครั้งนี้อาจต้องวางฐานอำนาจของกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ เพื่อให้เชื่อมั่นว่าการปฏิบัติงานต่างๆ จะไม่เกิดอุปสรรคขึ้นได้
มีรายงานว่า ขณะนี้เหล่าทัพได้จัดทำบัญชีโยกย้ายในดราฟต์แรกเสร็จสิ้นแล้ว แต่หลายตำแหน่งยังมีการซ้ำซ้อน ซึ่งต้องมีการเจรจากันอีก เพื่อให้หมุนคนลงตำแหน่งให้เกิดความเหมาะสม และไม่เกิดความขัดแย้งขึ้น โดยเฉพาะการสลับตำแหน่งข้ามหน่วยระดับกองบัญชาการและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
สำหรับตำแหน่งที่ยังเป็นปัญหาในขณะนี้คือ ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ที่มีแนวโน้มว่าอาจจะมีการเสนอ พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท (ตท.8) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด น้องรักของ พล.อ.ประวิตร ให้ข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยให้เหตุผลว่าอาวุโสในการครองยศพลเอกมาก่อน พล.อ.พหล สง่าเนตร (ตท.8) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นคนในสำนักงานปลัดฯ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลไม่พอใจ พล.อ.พหล ที่วิจารณ์รัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤติการเมืองที่ผ่านมากลางที่ประชุม ที่อาจมีปัญหาในการหาที่ลงให้ พล.อ.พหล ซึ่งอย่างน้อยต้องสลับมาเป็นรอง ผบ.สส.
"ทว่า พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.ก็ต้องการให้ พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เพื่อน ตท.10 เหล่าทหารม้าด้วยกันได้ข้ามมาเป็นรอง ผบ.สส. ซึ่งข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวคงต้องหารือกันในที่ประชุมอีกครั้ง" แหล่งข่าวระบุ
ในส่วนของกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ตามคาด โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. ขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ. ส่วนตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ. คาดว่าอาจจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เลือกทีมงานของตนเองอีก 1 คน จากที่เลือก พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. มาเป็น เสธ.ทบ. ซึ่งคาดว่าจะเสนอชื่อ พล.ท.ชลวิชญ์ เพิ่มทรัพย์ ปลัดบัญชีทหารบก ขึ้นเป็น ผช.ผบ.ทบ.
ส่วน ผช.ผบ.ทบ.อีกหนึ่งตำแหน่ง ยังต้องพิจารณาเลือกระหว่างแม่ทัพภาคที่จะขยับขึ้นมา ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็น พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าอาจจะเลือก พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นมากินอัตราพลเอกก่อนเกษียณ 1 ปี
มีรายงานว่าในปีนี้ถือว่าจะมีผู้ที่ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ และจะถือเป็นปีที่มีนายพลใหม่มากเป็นประวัติการณ์ด้วย เนื่องจากเกิดกระแสความเบื่อหน่ายในกองทัพ ที่ต้องเจอกับสภาพที่ไม่ก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ เพราะตัวเองไม่ใช่สายบูรพาพยัคฆ์หรือทหารที่ใกล้ชิดกับขั้วอำนาจนี้.
ที่มา.ไทยโพสต์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น