--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รอด-ไม่รอด? คณะกรรมการ"ปฏิรูปประเทศ"

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย โดยมี “นายอานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูป และ “นพ.ประเวศ วะสี” ประธานกรรมการสมัชชาปฏิรูป ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว คณะกรรมการปฎิรูปประเทศจำนวน 19 คน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศจำนวน 27 คน

โดยนายอานันท์ กล่าวว่า ความแตกต่างในการทำงานระหว่างคณะกรรมการของตน กับ นพ.ประเวศ คือ คณะกรรมการ นพ. ประเวศ จะทำงาน เก็บข้อมูลข้อคิดเห็น และสังเคราะห์ปัญหา เพื่อนำเสนอ ข้อมูลข้อเท็จจริง ต่อคณะกรรมการชุดตน ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปจะทำหน้าที่ยกร่างเป็นแผนปฏิบัติการ ที่สามารถ นำไปปฏิบัติและแก้ไขปัญหาความอยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในอดีตได้ ทั้งภาครัฐบาล ภาคข้าราชการ และเอกชน สามารถนำไปใช้ได้

ทั้งนี้ยืนยันว่า...ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป เป็นเวลา 3 ปี ตามระเบียบสำนักนายกฯ แต่หากรัฐบาลใด จะยกเลิกระเบียบดังกล่าว ก็สามารถทำได้ แต่เชื่อมั่นว่า สังคม จะสนับสนุน ให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดทำหน้าที่ต่อไป

ด้าน นพ.ประเวศ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้จะส่งเสริมสนับสนุน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยจะมีการจัดตั้ สมัชชาจังหวัดขึ้นทั่วประเทศ สมัชชาประเด็นที่ภาคประชาชนเสนอ และสมัชชาแห่งชาติขึ้นมาทำงานรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ออกมาเป็นนโยบาย และที่สำคัญคณะกรรมการชุดนี้จะทำงานคู่ขนานกับคณะกรรมการปฏิรูปฯของนายอานันท์

สำหรับรายนามของคณะกรรมการทั้งสองชุดมีดังนี้
คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ...1.นายกฤษณพงศ์ กีรติกร 2.คุณหญิง กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา 3.นายชัยอนันต์ สมุทวณิช 4.นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ 5.นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ 6.นายบัญชา อ่อนดำ 7.นางปราณี ทินกร 8.นายพงศ์โพยม วาศภูติ 9.นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ 10.พระไพศาล วิสาโล 11.นางรัชนี ธงไชย 12.นายวิชัย โชควิวัฒน์ 13.นางวิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ 14.นายศรีศักดิ วัลลิโภดม 15.นายสมชัย ฤชุพันธุ์ 16.นางสมปอง เวียงจันทร์ 17.น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา 18.นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล 19. ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์

คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ...1.นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย 2.ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 3.ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 4.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5.ประธานสมาคมธนาคารไทย 6.เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ปงระเทสไทย 7. นายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ 8.นายชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ 9.ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา 10.นายณรงค์ เพชรประเสริฐ 11.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ 12.นางเตือนใจ ดีเทศน์ 13.รศ.นิพนธ์ พัวพงศกร 14.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 15. นางปรีดา คงแต้ม 16. นายปรีดา เตียสุวรรณ์ 17.นางเปรมฤดี ชามภูนนท์ 18.นพ.พลเดช ปิ่นประทีป 19.นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม 20.นายมานิจ สุขสมจิตร 21.นายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ 22.นางเรวดี ประเสริฐเจริญสุข 23.นายวิชัย โชควิวัฒน์ 24.นายสน รูปสูง 25.นายสมพร ใช้บางยาง 26.นางสาลี อ๋องสมหวัง 27.นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ

สุดท้ายนี้มีผู้กล่าวไว้ว่า...สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชาชนคนไทย คือ ผู้มีอำนาจมักไม่รู้จักเรียนรู้ในสิ่งที่ผิดพลาด และนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาประเทศชาติและประชาชนอย่างมีเมตตา...เพราะทุกคนเชื่อในเหตุและผลของตนเอง...ใครที่เห็นด้วยก็ว่ากันไป...แต่หากใครไม่เห็นด้วยก็จะถูกจ้องมองด้วย “ดวงตาที่เขียวปั๊ด” แล้วแบบนี้ประเทศชาติจะเจริญ มีความสุข และอยู่กันอย่างสันติสามัคคีได้อย่างไร

การปฏิรูปประเทศจึงไม่ใช่กระบวนการปรองดองเพื่อสร้างภาพ...หากแต่เป็น “การปฏิวัติ” พฤติกรรมของผู้มีอำนาจและความคิดของคนไทย...รู้จักสำนึกในบทบาทและหน้าที่ที่ทำ...และรู้จักสำเหนียกในการรับรู้ “ผิดชอบชั่วดี” เพราะที่ผ่านมาสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ไม่มีใครกล้าเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

ทุกวันนี้บ้านเมืองกลับจาก “หน้ามือเป็นหลังมือ” คนดีอยู่ไม่ได้...แต่ทำไม “คนจัญไร” ถึงมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง...ดังนั้นการปฏิรูปประเทศไทยคือการกำจัดบุคคลเหล่านี้ออกไปให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ว่าจะ “กล้าทำ” กันหรือไม่? เพราะเป็นเรื่องน่าหนักใจอย่างยิ่ง หากหันซ้ายหันขวาแล้วไปเจอแต่คนที่เป็นพวกพ้องฝ่ายตน

ประชาชนจะสามารถฝากความหวังได้หรือไม่กับการปฏิรูปประเทศชาติครั้งใหญ่...ซึ่งคงไม่ใครตอบได้นอกจาก “ต้องดูกันต่อไปยาวๆ” โดยจะจดจำคำที่พวกท่านให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า...จะดำเนินการขับเคลื่อนและปฏิรูปแบบโครงสร้างต่างๆ ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย พร้อมเสริมสร้างสมรรถนะในความเข้มแข็งและความเป็นธรรมอันจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ และสันติสุข

คำพูดนี้ประชาชนจะไม่ลืม...และหวังว่าพวกท่านจะไม่ลืมเช่นเดียวกัน!!

ที่มา.บางกอกทูเดย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น