--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ลึกสู่หายนะ

เพราะประเทศไทยมัวแต่..แย่งอำนาจกันโดยไม่รู้ว่า..ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน..สิ่งที่มองเห็นอยู่ข้างหน้าจึงเป็นความมืดมิด

ไม่ใช่ไม่เห็นแสงสว่างที่ปากอุโมงค์..เพราะถึงอย่างไร เราก็ยังรู้ว่าที่เดินไปข้างหน้าในความมืดนั้น..ยังเป็นทางออก

แต่สำหรับประเทศไทยวันนี้..เรากำลังพากันและช่วย กันเดินเข้าไปสู่ด้านลึกของอุโมงค์..ทั้งๆ ที่รู้ว่าสุดปลายทางมันก็คือความหายนะวอดวาย..

ในขณะที่ฝ่ายถือครองอำนาจ..พยายามแสดงอาการลิงโลดและประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการบริหาร ประเทศ

แต่การไปไหนมาไหนของผู้ครอบครองอำนาจทั้งหลาย.. ก็คืออยู่ภายในของรถยนต์กันกระสุน..ใช้จ่ายกันวันละล้านๆ เพื่อรักษาความปลอดภัย

จ่ายกันไปแล้ว 5 พันล้านและยังจ่ายต่อไปทุกวัน..

ประเทศเพื่อนบ้านในแหลมอินโดจีน..บ้านเมืองของเขา เป็นปึกแผ่นแน่นหนากันมาแล้วกว่า 35 ปี..เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีกัน นานเกือบ 30 ปี..เขาทั้งหลายกำลังก้าวหน้า เติบใหญ่..ในขณะที่ประเทศไทยของเรา..ยังจมปลักอยู่กับ การแย่งอำนาจของแต่ละฝักฝ่ายทางการเมือง

ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ..

ประเทศมีรัฐบาล..ที่เดินทางไปได้เพียงครึ่งเดียวของราชอาณาจักร..มีสงครามที่ไม่รู้จบในเขตจังหวัดภาคใต้..และ จะมีสงครามใหม่ๆ เกิดขึ้น..อีกไม่นานข้างหน้า..เพราะจน ป่านนี้รัฐบาลและกองทัพได้ให้การยืนยันตรงกันแล้วว่า..มี 19 จังหวัดที่ปฏิเสธอำนาจรัฐ..หรืออาจจะถึง 36 จังหวัด.. ก่อนที่จะมีฉากสังหารหฤโหดใจกลางเมืองหลวง

ประเทศมีรัฐบาลที่กลัวการเลือกตั้ง เพราะรู้ว่าประชาชน จำนวนที่มากกว่า จะพากันปฏิเสธอำนาจของพวกเขา

เราจะเป็นประชาธิปไตยกันได้อย่างไร..หากเราไม่ ยอมรับเสียงส่วนใหญ่..เราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร..ใน เมื่อไทยกับไทยกลายเป็นคนต่างเผ่าเราต่างพันธุ์..และ เห็นต่างกันในแทบจะทุกเรื่อง

เราจะคืนสู่ความสงบสุขกันได้อย่างไร..และแบบไหน..ถึงวันนี้ไม่มีใครตอบได้..โดยเฉพาะรัฐบาลและส่วน การนำของกองทัพ

ลึกเข้าไปในอุโมงค์แห่งหายนะ นั่นแหละวันนี้ของประเทศไทย

ที่มา.สยามธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น