พิชัย นริพทะพันธุ์
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ที่มา : Daily News Online
เรื่องเศรษฐกิจ ยังเป็น “จุดชี้ขาด” ทางการเมืองที่สำคัญ เมื่อรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินหน้า ก็จำเป็นที่ต้องมี “ฝ่ายตรวจสอบ” อย่างฝ่ายค้านที่เข้มแข็งเป็น “เงาตามตัว” ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช.คลัง 1 ในทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย
** มองทิศทางการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างไร
ส่วนตัวคิดว่าจีดีพี 6% อย่างที่นายกฯพูดไว้โตแน่ เนื่องจากการส่งออกโต แต่มันโตเฉพาะภาคการส่งออกอย่างเดียว และผม ไม่อยากให้มองที่ตัวเลขจีดีพี แต่ต้องถามว่าประชาชนรู้สึกดีขึ้นหรือ ไม่ ซึ่งผมมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น เพราะชาวนา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ได้รับเงินจากส่วนนี้เลย ผมมองว่าประเทศเราการกระจายรายได้มีปัญหา เรียกว่ารวยกระจุก จนกระจาย คือผู้ที่ได้ประโยชน์มีไม่กี่คน ซึ่งทำให้โครงสร้างภาษีเราจาก 65 ล้านคน มีคนจ่ายภาษี 6 ล้านคน แต่จ่ายจริงแค่ล้านกว่าคน ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ผิด
ผมมองว่าสิ่งที่รัฐบาลทำยังค่อนข้างงง ไม่มีวิธีคิดที่ดี คือ เขาควรมองในแง่ของการทำให้คนมีรายได้มากกว่าไปแจกเงิน หรือผมเรียกว่าทฤษฎีอำมาตย์ ในอดีต อำมาตย์ก็จะแจกเงินอย่างเดียว ไม่ได้มองวิธีคิดของคน ผมอยากฝากถึงรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำคุณต้องคิดให้ออกว่าปัญหาของคนปัจจุบันคืออะไร แต่รัฐบาลไปมองว่าแจกเงินให้คนจนเขาก็ดีใจแล้ว เขาก็ยกย่องแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่ นโยบายของพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคพลังประชาชนมันไม่ได้แจกอย่างเดียวนะ แต่แจกในลักษณะที่ว่าให้คนมีความภูมิใจ ความภูมิใจของคนเป็นเรื่องสำคัญ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค เงิน 30 บาท ไม่พอกับค่าใช้จ่ายอยู่แล้วแต่คนก็จะรู้สึกว่าผมจ่ายเงินนะ ไม่ใช่อนาถาไม่ใช่ขอฟรีนะ แต่ปัจจุบันผมว่ารัฐบาลไปใช้จ่ายแบบงง ๆ เช่น ศอฉ. จ่าย 5,000 กว่าล้านบาท แล้วถามว่าอะไรคือประโยชน์ของประเทศบ้าง ข้าราชการที่อยู่ใน ศอฉ.ก็มีเงินเดือนประจำอยู่แล้ว ถ้าศอฉ.ลากยาวออกไปต้องจ่ายเพิ่มอีก แล้วในทางเศรษฐกิจถามว่าได้ประโยชน์อะไรบ้าง อะไรก็ตามที่ต้องจ่ายไปอยากให้รัฐบาลกลับมาคิดว่าจะมาจ้างงานให้เกิดการผลิตการแข่งขันในอนาคตบ้างหรือไม่ ไม่ใช่สักแต่ว่าจ่ายแล้วไม่เกิดประโยชน์ หรืออย่างสร้างถนน บางเส้นทางไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ถ้าเราเอาเงินไปทำอย่างอื่นจะเกิดประโยชน์มากกว่า
** หลายคนวิจารณ์ว่าหลายนโยบายของรัฐบาลเป็นนโยบายทางการเมือง
นี่คือปัญหา แต่ความเป็นจริงรัฐบาลคิดอะไรเป็นการเมืองมากเกินไป อย่างพรรคเราจะคิดว่าอะไรเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจและประชาชน เพราะเราเชื่อว่าถ้าประชาชนได้ประโยชน์จริง ๆ ยังไงเขาก็จะรักและจะเลือกเรา ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง ลองให้มีเลือกตั้งตอนนี้ ยังไงประชาชนก็จะเลือกเรา เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเราจะทำประโยชน์ให้ เราต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม เมื่อมีรายได้เพิ่มก็มีความสามารถในการจ่ายภาษี ซึ่งมีจำนวนผู้จ่ายภาษีเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่เราก็เป็นรัฐสวัสดิการได้ ความคิดประชานิยมคือการที่ทำไปเรื่อย ๆ ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วก็เป็นรัฐสวัสดิการ แต่ต้องใช้เวลานาน แต่วันนี้รัฐยังเข้าใจผิดว่าเรื่องรัฐสวัสดิการคือรัฐให้ประชาชน แต่ความจริงแล้วประชาชนมีความมั่นใจในตัวรัฐถึงจ้างรัฐทำสวัสดิการให้ตัวเอง แต่รัฐบาลเราความมั่นใจมีแค่ไหน ทุกวันนี้ก็มีข่าวคอร์รัปชั่นตลอดเวลา เช่น บอกว่าจะลดหย่อนภาษีเพื่อให้เกิดการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ขณะเดียวกันก็มีเรื่องปั่นหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน สำคัญที่สุดคนส่วนใหญ่ของประเทศเชื่อว่ารัฐบาลมีส่วนในการทำร้ายคน ให้คนตายบาดเจ็บหรือเปล่า ถ้าคนเชื่ออย่างนี้ความเชื่อถือต่อรัฐบาลก็ไม่มี
แต่ผมก็ขอชมรัฐบาลบางเรื่อง เช่น เรื่องภาษีที่ดิน ภาษีมรดก เป็นแนวคิดที่ดีคือคนมีเงินต้องจ่าย ที่จริงเรื่องนี้ผ่าน ครม.มาแล้ว แต่ก็ยังลากยาวไม่รู้จะสร้างภาพหรือไม่ หากเข้าสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวผมสนับสนุนเพราะสิ่งนี้เป็นรูปแบบของอนาคต เป็นประโยชน์ของประเทศ แต่ผมเองก็ไม่ได้เป็นเจ้าของพรรคไม่ได้มีบารมีคุมทุกคน แต่ยังไงฝ่ายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเราสนับสนุนเรื่องนี้เต็มที่เพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จริง ๆ แล้วผมดีใจนะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนออกกฎหมายเรื่องภาษีที่ดิน ภาษีมรดกนี้ เพราะถ้าเราออกก็จะถูกด่าหาว่าเราไปล้างแค้นพวกอำมาตย์
** ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยหน้าตาเป็นอย่างไร
ก็มีหลายคน อย่างเช่น ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ดร.สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จริง ๆ แล้วก็มีผู้ให้คำปรึกษาอยู่ด้านนอกหลายคนที่มาช่วย เช่น ดร.โอฬาร ไชยประวัติ แต่ต้องยอมรับความจริงว่าภาวะอย่างนี้การเมืองไม่ปกติ เขาก็เกิดความกลัวที่จะเปิดตัวซึ่งก็เป็นสิทธิของแต่ละคนเราจะไปว่าก็ไม่ได้ จริง ๆ คนที่คิดเยอะคงเป็นคุณทักษิณ แต่มาเป็นหัวหน้าไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วคุณทักษิณเป็นคนเก่ง ทำไม เราไม่เอามาใช้งาน ช่วยประเทศให้ได้รับประโยชน์ ความจริงแล้วคุณทักษิณก็เป็นคนที่ไม่ใช่พูดไม่รู้เรื่อง แต่เท่าที่ผมรู้คือไม่มีใครไปคุยกับคุณทักษิณ การคุยเพื่อหาจุดจบผมว่าก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมไม่ทำกัน
** นโยบายด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเป็นการต่อยอดจากพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน
จริง ๆ ตอนนี้เรามีนโยบายร่างเสร็จแล้ว แต่เมื่อพูดออกไปก็จะถูกก๊อบปี้ ก็พยายามจะไม่พูด ยกตัวอย่างล่าสุด ช่วงที่เราเดินสายพบปะประชาชนในต่างจังหวัด เราก็พูดเรื่องหนี้นอกระบบว่าเป็นปัญหาหลัก วันรุ่งขึ้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาประกาศเรื่องหนี้นอกระบบ แต่เขาทำไม่เป็น ทำผิด เพราะเขาไม่ได้ศึกษา แต่เห็นว่าเราจะทำเขาเลยทำก่อน ตอนนี้เราเลยอุบไว้ แต่นโยบายบางอย่างผมก็เคยพูดไว้ เช่น อันดับแรกเราต้องหารายได้เข้าประเทศ อาทิ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีมหาศาล ผมว่าเราไปทะเลาะกันเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ก็จบกันไม่ลง และอีกอย่างที่ผมอยากทำคือการรื้อ บีโอไอ คือเราไปส่งเสริมครอบคลุมทุกอย่าง แล้วเราก็ดีใจกับตัวเลขยอดส่งเสริมแต่ หารู้ไม่ว่าส่งเสริมนี่ไม่ต้องเสียภาษีนะ คือสมัยก่อนประเทศเราด้อยพัฒนา ใครมาลงทุนเราก็ส่งเสริม แต่ตอนนี้เราก็มีปัญหามากมายเราต้องเลือกว่าจะเอาอะไร ใครที่จะต้องทำอยู่แล้วเราก็ไม่ต้องยกเว้นให้เขาหรอก
** อีกนานหรือไม่กว่าจะได้ตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่
ผมอยากให้มองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นทีมเวิร์กมากกว่า วันนี้การขับเคลื่อนของพรรคก็เริ่มไปได้แล้ว อย่างประชาธิปัตย์ไปชูนายกฯ คนเดียว ผมว่ามันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หากมองในแง่เศรษฐกิจผมมองว่า คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ มีแนวคิดที่ดีหลายอย่าง เช่น ออกมาเตือนเรื่องขึ้นเงินเดือนข้าราชการว่าก่อนหน้าเราเคยมีแนวคิดเรื่องการลดขนาดของหน่วยงานราชการ แล้วเพิ่มประสิทธิภาพ ทุกประเทศระบบราชการเขาก็ลดขนาดลงแล้วเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มเงินเดือนขึ้น และอีกอย่างแนวคิดทำประชานิยมถาวรเป็นเรื่องที่ผิด ไม่มีประเทศไหนมานั่งทำประชานิยมถาวร
** ประชานิยมยุคนี้แตกต่างเพราะไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ปัจจุบันถ้าถามคนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นตัวที่มันขึ้น ลองไปถามดูว่าเขาว่ายังไง หรือธนาคารที่เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นมีใครเข้าไปซื้อ ความจริงผมเรียกร้องให้เข้าไปตรวจสอบ อย่างเช่น หุ้นไทยคม คนที่อยู่วงการหุ้นก็รู้ดี ในตลาดหลักทรัพย์เขารู้กันหมดว่าใครทำอะไรอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมันก็มี แต่ผมเชื่อว่าต่อไปมันต้องไม่มี
** บอกว่าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเป็นทีมเวิร์กแต่มีข่าวเกาเหลาออกมาเสมอ
การคิดต่างกันไม่ผิด แต่เราได้ประโยชน์กว่าคนอื่นตรงที่เรามีคุณทักษิณช่วยคิด ต้องยอมรับว่าคุณทักษิณเก่งด้านเศรษฐกิจ อย่างเรื่องนโยบายเราก็ทำไว้แล้ว พร้อมแล้ว แต่คงจะเปิดตัวตอนเลือกตั้ง ถ้าฟังที่คุณทักษิณ พูดเรามีนโยบาย 7 ข้อ ถ้าเห็นแล้วคนที่ไม่ชอบเพื่อไทยก็จะเลือกเพื่อไทย ผมก็เชื่อว่าถ้าคุณทักษิณประกาศออกมาก็คงเป็นอะไรที่น่าสนใจ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น