--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

'อีกา' คาบข่าว!!

อีกา....ชื่อนี้ฟังดูแล้วไม่น่าจะสนใจเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่าอีกาก็เคยมี “คุณประโยชน์” เหมือนกัน เริ่มตั้งแต่สมัยแผ่นดินรัชกาลที่ 1 ที่พระสงฆ์มารับบาตรตอน 7 โมงเช้า โดยทรงโปรดฯให้วันธรรมดานิมนต์พระสงฆ์ 100 รูป ส่วนวันพระนิมนต์ 150 รูป ซึ่งตอนนั้นเริ่มมีอีกามาบินรบกวนพระสงฆ์บ้างแล้ว

ครั้นสมัยแผ่นดินรัชกาลที่ 2 มีเหตุสำคัญจึงต้องเปลี่ยนเวลาเสด็จลงมาทรงบาตรจาก 7 โมงมาเป็น 9 โมงเช้า เนื่องด้วยอีกานี่แหละเป็นเหตุ เมื่อมีใครบางคนโยนก้อนกระดาษเข้ามา แต่อีกานึกว่าเป็นก้อนข้าวสุกจึงคาบไป แล้วไปทิ้งเอาไว้หน้าพระที่นั่ง

ความจึงแตกว่า...มีผู้คิดก่อการกบฏ ทรงรับสั่งให้ปราบเสียให้สิ้น...นี่จึงเป็นที่มาของสำนวน “กาบอกข่าว” หรือ “อีกาคาบข่าว” ด้วยเหตุนี้อีกเช่นกันทำให้ทรงโปรดฯหุงข้าวสุกเลี้ยงอีกาวันละสามกะทะทุกวัน

ในช่วงแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ขุนนางพ่อค้า นิยมทูลเกล้าถวายลูกชายอายุไม่เกิน 15 ปี เข้ามารับใช้สนองงานวัง โปรดฯให้ไปทำหน้าที่ไล่กา จึงเป็นที่มาของชื่อ “มหาดเล็กไล่กา”

จะว่าไปแล้วอีกาก็ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองมิใช่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการคาบข่าว แต่วันนี้จะหากาดีๆสักตัวก็ไม่ปรากฏ กาบางตัวอยู่ใกล้ผู้ที่มีอำนาจวาสนาฝ่ายบริหาร แต่ไม่มีนิสัยคาบข่าว กลับมีนิสัยเต้าข่าวเพื่อหวังผลตีกินพื้นที่ข่าวและมวลชน

มีการแอบฝึกกองกำลัง...ที่นั่นที่นี่...

สารพัดที่จะสร้างข่าว..สร้างกระแส เป็นอีกาเต้าข่าวอย่างนี้ ในแวดวงการเมืองเขาบอกว่า...ย่อมยืนระยะอยู่ได้ แต่ว่าอยู่ได้ไม่นาน...เพราะการปล่อยของปล่อยข่าวที่ไม่ดูระยะว่า “รุ่นใหญ่ขาเก๋า” กำลังเดินเกมอะไรกันอยู่...การออกมาพูดจาอย่างนี้นอกจากทำให้ตัวเองหมดซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นการล้ำหน้าล้ำตาของผู้ใหญ่ในพรรคอีกด้วย

วันนี้..โลกแห่งการสื่อสารมวลชนได้พัฒนาไปไกลมาก ทุกอย่างสื่อสารผ่านปลายนิ้วมือเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อวิธีการเก่าๆของเดิมๆมุกเน่าๆ คนที่มีตำแหน่งเป็นดาวพุธประจำตัวผู้นำฝ่ายบริหารยังอหังกา ชักออกมาใช้อีก

เมื่อมีการตรวจสอบในหลายๆพื้นที่แล้วปรากฏว่า..ไม่มีอะไรในก่อไผ่ แล้วอย่างนี้ใครเสีย ต้องลองไปคิดและพิจารณากันให้จงหนัก หากเป็นไปได้ก็ขอฝากไปยัง รมต.ประจำสำนักนายกฯ “องอาจ คล้ามไพบูลย์” ว่า...ก่อนที่จะคิดปฏิรูปสื่ออะไรก็ตาม ช่วยปฏิรูปดาวพุธที่ขึ้นอยู่ข้างๆกาย นายกฯอภิสิทธิ์ สักครั้งเถอะ

เพราะดูเหมือนว่า...จะเล่นเพลินพูดเพลินเกินบทที่ผู้ใหญ่เขาจะอุ้มชู...หรือว่าจะคิดเทียบชั้นกับรองฯสุเทพ เพียงแค่ได้ออกหน้าจอจ้อฟรีๆอยู่ทุกวันนี้สื่อเขาก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างจนอยากจะเริ่มเมินหันหน้าหนีกันอยู่แล้ว

แต่อย่างว่า...นักการเมืองไทย “จุดเดือดต่ำ” ใครเอาขี้มาปาก็ไม่โกธร ขุดโคตรก็ไม่แคร์ และนิยมพูดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ และทำในสิ่งที่ไม่ได้พูด ไม่มีมิตรแท้ไม่มีศัตรูถาวร

หากจะเอาคนที่เต้าข่าวไปเทียบกับอีกา คงเทียบกันได้ไม่ติด เพราะว่าอย่างน้อยอีกาก็ยังทำคุณประโยชน์ให้แก่แผ่นดินอย่างใหญ่หลวง

โลกนี้หากไม่มีอีกาคาบข่าวก็คงจะพิลึก ... แต่หากคาบเอาแต่ “การเต้าข่าว” มามันก็แค่นั้น!
ที่มา.บางกอกทูเดย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น