--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เพื่อไทยวางเกมเลือกตั้ง ใส่ปุ๋ย-เปิดท่อ-ข่มขวัญ ทำบุญจัดอีเวนต์มัดใจ ส.ส.

ยามศึกนอก ก็ออกรบ

ยามสงบ ก็รบกันภายใน

พรรคเพื่อไทย อยู่ในยามที่ต้องเผชิญทั้งศึกใน-ศึกนอก

การขับเคลื่อนคนพลพรรคและกิจกรรมการเมือง จึงต้องดัดแปลง-ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

เฉพาะอย่างยิ่ง "ศึกใน" ที่คุกรุ่น-มีควัน พร้อมลุกเป็นไฟตลอดเวลา

ทั้งการแข่งบารมีขึ้นเป็น "หัวหน้า" หมายเลข 1 กรณีอุบัติเหตุการเมือง หวังพลิกเกมเปลี่ยนข้างเป็นรัฐบาล

ทั้งความพยายามที่จะปรับ-เปลี่ยน "หัว" ของแต่ละภาค ขึ้นคุมเกมก่อนการเลือกตั้ง

ทั้งความขัดแย้ง-ปีนเกลียวกันเอง ระหว่าง "ทีมการเมือง" และ "ทีมเศรษฐกิจ" และความไม่ลงรอยในคณะกรรมการบริหารพรรค

ทั้งความหวั่นไหว ระส่ำระสาย ที่จำนวน ส.ส.นับวันจืดจางห่างหายจากพรรค เพื่อไปวางฐานกับพรรคใหม่ อนาคตไกล อย่างพรรคภูมิใจไทย

ยิ่งทำให้ "นายใหญ่" และคณะนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และคณะพลังประชาชน 37 คน ต้องเร่งเข้าไปจัดแถว-วางแผน จัดอีเวนต์ มหกรรมแคมเปญการเมือง เป็นโปรแกรมระยะยาวต่อเนื่องตลอดครึ่งหลังของปี 2553

ทางหนึ่ง เพื่อสร้างขวัญ-กำลังใจให้นักการเมืองภายในพรรค

ทางหนึ่ง เพื่อข่มขวัญ-กดดันพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน

แต่ปัจจัย-เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การขับเคลื่อนภายใน ที่ต้องอาศัย "ปุ๋ย" และ "ท่อน้ำเลี้ยง" ดังนั้น ความพยายามที่จะหา "หัว-ตัวจ่าย" ที่ชัดเจน ทั้งในการจัด แคมเปญ และการจัดตั้งล่วงหน้า

การทำบุญ-บังหน้า-กลบเกลื่อนความขัดแย้งภายใน จึงถูกจัดให้มีขึ้น

อ้างถึงวาระก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และ วาระคล้ายวันเกิดเจ้าของพรรค "ทักษิณ ชินวัตร" และวาระถวายเทียนพรรษา

หวังผลรูปธรรม-ย้ำแบรนด์ "ทักษิณกลับบ้าน" และชนะเลือกตั้ง

แต่ยามระส่ำ-ระสาย ท่อน้ำ-ปุ๋ยไม่สมบูรณ์ พรรคที่ ส.ส.เกือบครึ่งสภา ผู้แทนฯ 183 คน จึงปรากฏตัวเข้าร่วมงานบุญ ณ ที่ทำการพรรคเพียง 50 คน

มีตัวแทน นายพายัพ ชินวัตร ที่เป็น "หัว" ส.ส.สายอีสาน เป็นประธานในพิธี

และมีการสร้างขวัญ-เพิ่มกำลังใจ-เช็กเสียง ส.ส.ในวาระสัมมนา ส.ส.ภาคอีสาน ติดปลายนวม

แม้มีฐานะ-ศักดิ์ศรีผู้นำฝ่ายค้าน ที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่สถานภาพจริงของ ส.ส.เพื่อไทยไม่คึกคัก แม้มีงานบุญใหญ่

ตอกย้ำการดำรงอยู่ของมรสุมภายนอกที่รุมเร้าและมรสุมภายในพรรค

โดยเฉพาะประเด็นที่ "ทอล์กออฟเดอะเพื่อไทย" ที่ว่าด้วย "ปุ๋ยน้ำเลี้ยง" ที่เหือดแห้ง-หดหายไปตั้งแต่หลังเหตุการณ์ "พฤษภาอำมหิต"

ทุกบัญชี ทุกช่องทาง ถูกปิดท่อ วางกับดัก จนกระทั่งไม่สามารถขยับขยาย

"พายัพ ชินวัตร" เข้าใจกระแส-วาระที่ ส.ส.กังวล-กดดันเป็นอย่างดี จึงมีวาระปลุก-ปลอบ

"ลองนึกดูในยุคสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เราใช้เงิน ใช้สติปัญญา ใช้กำลังความสามารถทำงาน แต่พอมาถึงยุคเรา หากลองสังเกต เช่น ต้นไม้ต้นหนึ่ง ถ้าเราจะทำสวน พรวนดินให้ปุ๋ย เตรียมพื้นที่หาพันธุ์ ช่วงนี้เราต้องใช้สติปัญญามากมาย สิ่งที่ท่านทักษิณปลูกไว้ในอีสาน ก็มีความเจริญมาถึงทุกวันนี้"

"มาวันนี้ เรากำลังเดือดร้อน ถูกกดดันสารพัด เหมือนต้นไม้ที่เราได้โตงอกงาม เวลาต้นไม้กำลังออกดอกออกผล สังเกตได้ว่า ต้นไม้ก็จะถูกความกดดันสารพัด ขาดน้ำ ปุ๋ย แสดงว่าต้นไม้ของท่านทักษิณที่กำลังปลูกไว้กำลังจะเจริญงอกงาม ออกดอกผลอันยิ่งใหญ่ ท่านไม่ต้องตกใจ ถ้าเราใช้น้ำ ปุ๋ย ตอนนี้ต้นไม้ของเราจะไม่ออกดอกออกผล"

"วันนี้เราต้องยอมรับความกดดันทุกด้าน สิ่งที่สำคัญในการต่อสู้กับความสำเร็จ ไม่ใช่เงินทอง อำนาจ แต่เป็นความจริงใจ ตั้งใจ สามัคคี ที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ผมมั่นใจ อะไรก็ตาม สู้ความจริงใจ ความสามัคคี ไม่ได้ ความสามัคคีที่มีทิศทาง เป้าหมาย อย่างชัดเจน นั่นคือความสำเร็จของเราในอนาคต" น้อง พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

วาระทำงานการเมือง ก่อนการเลือก ตั้งใหญ่ ถูกโฟกัสที่ภาคอีสาน-พื้นที่สีแดง

โดยในภาคอีสานจะแบ่งเป็น 4 โซน ประกอบด้วยอีสานตอนเหนือ อีสานตอนกลาง อีสานตอนล่าง และอีสานตะวันออก เพื่อความละเอียดในการทำงาน โดยมีรองประธานกรรมการภาคทำหน้าที่กำกับดูแล เพื่อให้นโยบายของภาคเป็นรูปธรรม

โดยมีวาระ-หาเสียง เรื่องน้ำ เพื่อ แก้ปัญหาภัยแล้ง และให้ความสำคัญกับการชี้แจง ขยี้-ขยายปัญหาของพรรครัฐบาล

การบรรยายเรื่อง "จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน" และแนวทางการบริหารงานของคณะกรรมการภาคอีสาน และการบรรยายพิเศษเรื่อง "ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย เพื่อก้าวสู่อนาคตอันสดใสของประเทศไทย" โดย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และวาระ "M.P. Brain Storming" เรื่อง "ความต้องการด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์พรรคเพื่อไทยสู่การเป็นแกนนำในการบริหารประเทศ"

ล้วนเป็นความพยายามในการเปิดประเด็นให้เห็น "เงา-หัว" ของคนที่จะขึ้นเป็น "หัวจริง" หมายเลข 1

จึงมักมีคนในพรรคได้ยิน "ว่าที่หัวหน้าพรรค" นักการตลาด วาดฝันการได้เป็น "ว่าที่นายกรัฐมนตรี" ไม่เว้นแต่ละวัน

แผนการรณรงค์เลือกตั้งของพรรคจึงเข้ม-ข้น มีแนววิชาการตลาดเป็นจุดขาย

เน้นการลงพื้นที่จริง ตั้งแต่กลางปี 2553 ถึงต้นปี 2554

โดยในช่วงที่ 1 จะลงพื้นที่ปราศรัยในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เลาะเฉพาะพื้นที่อยู่นอกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ส่วนรูปแบบการปราศรัยจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือรูปแบบที่ 1 การลงพื้นที่แบบเคาะประตูบ้านทำความเข้าใจ และรับฟังปัญหาต่าง ๆ กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้าน, ตำบล, อำเภอ

รูปแบบที่ 2 คือการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยผู้บริหารพรรค ส.ส.ของพรรค อาทิ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค และนายจตุพร พรหมพันธุ์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค

ส่วนรูปแบบที่ 3 จะเป็นการแสดงนิทรรศการขนาดใหญ่ ในหัวข้อ "7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน" โดยจะเริ่มจัดนิทรรศการรูปแบบใหม่ โดยใช้แนวคิด "รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส"

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรมของพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล จะหยิบยกเอาประเด็นว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไม่ถูกต้องบ้าง เช่น การยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม รวมทั้งการบริหารราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพและ ส่อทุจริต

ส่วนเป้าหมายสำหรับการเลือกตั้งใหญ่นั้น "คณวัฒน์" ยอมรับว่า การรณรงค์ ต่าง ๆ ก็หวังผลคะแนนนิยมของพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหลือเวลาอีกไม่นาน ก็จะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งใหญ่ จึงต้องรณรงค์ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล

ปัญหาการเมือง-กระดานใหญ่ ที่อาจหกสูงไปทางรัฐบาล และฝ่ายค้านหกต่ำ เพราะการ "ตกเขียว" ส.ส.ในสภาไว้ล่วงหน้า เป็นภาระใหญ่ที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยขว้างไม่พ้นคอ

"เป็นธรรมดาที่จะต้องหา ส.ส.และ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าพรรคตัวเอง"

มหกรรมแคมเปญเลือกตั้ง-สร้างภาพ ลบความขัดแย้ง จึงเป็นคำตอบสำหรับปัญหาเฉพาะหน้า

"เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคและผู้บริหารระดับสูงที่ต้องรักษาความนิยมของพรรคต่อไป เพราะถ้ายังมีความนิยม ก็เชื่อว่า ส.ส.จะไม่ย้ายออกไป เนื่องจาก หากย้ายออกไป ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปขายในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ไม่มีพรรคใดที่สามารถทำ ให้นโยบายเป็นรูปธรรมได้เหมือนพรรคเรา"

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น