--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สมการ-สถิติ ในสายตา "คนแพ้"

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ

โพลหลายสำนักออกมาตรงกันว่า ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนน "สูสี" ทุกพื้นที่ ทุกระดับการเลือกตั้ง

แต่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย มีความเชื่อส่วนตัวว่า

"แม้จะไม่ได้จำนวน ส.ส.เพิ่มจากการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แต่ก็ถือว่าชนะการเลือกตั้ง เพราะได้คะแนนสูสีกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการแพ้-ชนะ ครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่การได้ ส.ส."

จากผลสำรวจความนิยมของทุก ๆ ค่าย ตั้งแต่แรกประเมินว่าพรรค ประชาธิปัตย์จะชนะพรรคเพื่อไทย 65 : 35 บ้าง 70 : 30 บ้าง หรือกระทั่ง 60 : 40 ก็มี ซึ่งไม่มีใครเชื่อว่าผลคะแนนระหว่าง 2 พรรคจะออกมาใกล้เคียงกันแบบนี้ โดยเฉพาะหากนับคะแนนเฉพาะในวันเลือกตั้งโดยไม่นับรวมกับวันเลือกตั้งล่วงหน้าก็จะพบว่า พรรค เพื่อไทยแพ้ไม่ถึง 8 พันคะแนนเศษ แสดงว่าช่องว่างที่เคยเกิดขึ้นนั้นได้แคบลงมา เรื่อย ๆ เป็นผลมาจากการหาเสียงในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ ในการทำความเข้าใจ ประชาชนที่เคยลังเลก็กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย

ถ้าแบ่งเป็นเขตจะยิ่งเห็นชัดว่า ที่ คะแนนแพ้มากมีเพียงในเขตบึงกุ่มเขตเดียวเท่านั้น แต่หากดูจากเขตอื่น ๆ แล้วทุกเขตมีคะแนนสูสีกัน และคะแนนในวันเลือกตั้งล่วงหน้าพรรค ประชาธิปัตย์นำเพื่อไทย 2 ต่อ 1

สาเหตุที่คะแนนออกมาสูสีกันเช่นนี้ น.อ.อนุดิษฐ์มองว่า จำนวนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยที่ออกไปกากบาทช่อง ไม่เลือกใครในการเลือก ส.ข.คราวที่แล้วเพราะได้รับการชี้แจงเหตุการณ์ความไม่สงบจากทางรัฐบาลเพียง ฝ่ายเดียวในตอนนั้น ขณะนี้ได้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยแล้ว หลังจากได้ฟังคำชี้แจงที่ไม่ใช่จากรัฐบาลฝ่ายเดียว

นอกจากนั้นเป็นเพราะประชาชน ได้เห็นความบกพร่องและทุจริตของรัฐบาล
****************************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น