Source - โพสต์ ทูเดย์ (Th)
พิชัย นริพทะพันธุ์
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ต้องขอบอกว่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเขียนบทความให้ท่านอ่านอีกครั้ง หลังจากที่ได้หายไปหลายอาทิตย์ ผู้เขียนขอเริ่มต้นด้วยเรื่อง ประมูลคลื่นความถี่สำหรับมือถือระบบ 3จี ที่ไม่ทราบว่าทำเวรทำกรรมมาแต่ชาติปางไหน ทำให้ประเทศไทยต้องล้าหลังทางเทคโนโลยีกว่าประเทศอื่นๆ ท้ายสุดนี้รัฐบาลโดยรมว.คลัง ได้ออกมาเสนอความคิดในการเปลี่ยนระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาตของระบบ 2จี ที่สร้างความสับสนให้เพิ่มขึ้นไปอีก
ปัญหาแรก คือ ปัญหาข้อกฎหมาย โดย รมว.คลังและ รมว.ไอซีที คงจะลืมไปแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้มีสิทธิเป็นผู้กำกับ (Regulator) อีกต่อไปแล้วตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) โดยที่ กทช. ต้องพิจารณาให้ชัดเจนในข้อกฎหมายจะทำได้หรือไม่
อย่าลืมว่า คลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติ การที่จะขยายการให้ใช้คลื่นออกไปจากเวลาที่เหลือของสัมปทาน คือ 3 ปี 5 ปี และ 8 ปี ไปเป็น 15 ปี จะทำได้หรือไม่ โดยไม่ประมูล อีกทั้งการที่จะลดค่าสัมปทานลงมาเหลือ 12.5% นั้น จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการหรือเปล่า และการที่ไปคิดกันว่าการแปรค่าตอบแทนสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตทำไม่ได้ ยิ่งทำให้การดำเนินการในอนาคตในการจัดเก็บผลประโยชน์เข้ารัฐจะมีปัญหามาก ต้องหาทางเลี่ยงบาลีกันเป็นขนานใหญ่
ปัญหาต่อมาเป็นปัญหาทางเทคนิค อยากให้ความเข้าใจแบบง่ายๆ คำว่าระบบ 3จี หมายถึง ความเร็วในการส่งข้อมูลที่สูงกว่าระบบ 2จี ซึ่งคลื่นมาตรฐานทั่วโลกคือ 2.1 GHz ซึ่งพบว่าเมื่อไรมีการนำระบบมือถือ 3จีมาใช้ ในที่สุดแล้วระบบมือถือ 2จี จะต้องเลิกไปในที่สุด
การติดตั้งระบบมือถือ 3จี ให้ครอบคลุมอาจจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี เป็นอย่างช้า และระบบมือถือ2จี ก็จะต้องยกเลิกไป เพราะผู้ใช้บริการจะหันไปใช้ระบบมือถือ 3จี ทั้งหมด อีกทั้งผู้ให้บริการก็จะพยายามดึงดูดให้ผู้ใช้บริการไปใช้เครือข่าย 3จี เพราะมีการชำระผลตอบแทนให้รัฐที่ต่ำกว่า ในอนาคตบริการใหม่ๆ ก็มีการคิดค้นในรูปแบบ 3จี เท่านั้น และค่าบริการก็ไม่แพงอีก 3-4 ปีข้างหน้าลูกค้าก็เปลี่ยนเครื่องมือถือรุ่นใหม่กันหมดแล้ว และก็เชื่อว่าเครื่องมือถือในระบบ 3จี จะมีราคาถูกลง
การที่จะคิดว่าในอนาคตจะใช้ระบบ 2จี ผสมกับ3จี เป็นความคิดที่ผิด จริงอยู่เมื่อหลายปีก่อนมีการนำระบบมือถือ 3จี มาใช้ในระยะแรกและยังไม่เป็นที่นิยมจึงมีการใช้ผสมกัน แต่หลังจากที่ติดตั้งระบบมือถือ 3จีเกือบทั่วโลกแล้ว ระบบมือถือ 2จี ต้องเลิกไป
สิ่งที่ผู้เขียนผิดหวังมากสุด กลับเป็นการที่ รมว.คลังออกมาบอกว่า ระบบมือถือ 3จี อาจจะเกินความจำเป็นของประเทศไทย เพราะคนไทยใช้บริการการรับ-ส่งข้อมูลน้อย นับเป็นการพูดที่แสดงให้เห็นถึงการขาดวิธีคิดที่ดีและการศึกษาข้อมูลที่แท้จริง เพราะในปัจจุบันคนไทยมีการใช้บริการการรับ-ส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นมาก ในอนาคตโลกจะเป็น Wireless Broadband หรืออินเทอร์เน็ตไร้สาย ซึ่งระบบ 3จี จะรองรับในเรื่องนี้หากไม่เร่งดำเนินการ ประเทศไทยก็จะล้าสมัย จึงอยากให้ท่าน รมว.คลัง ได้ศึกษาให้ดีก่อน
การกระทำของรัฐบาลในเรื่องนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยกันอย่างกว้างขวางว่า จะมีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ให้บริการบางรายที่สนิทกับรัฐบาล ที่ไม่มั่นใจว่าจะประมูลคลื่นระบบ 3จี ได้ หรืออาจจะมีความตั้งใจว่าจะไม่ประมูล โดยจะใช้คลื่นเดิมที่ได้ขยายไป 15 ปี นำไปทำระบบมือถือ 3จี เพราะในบางประเทศมีการนำคลื่นดังกล่าวไปให้บริการระบบมือถือ 3จี แต่ก็ต่อเมื่อความถี่มาตรฐานที่ 2.1 GHz ถูกใช้จนเต็มหมดแล้วเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยความถี่ดังกล่าวยังมีเหลืออีกมาก
ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้มีการดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1) ขอให้ กทช. เร่งให้มีการเปิดประมูลคลื่น 3จี โดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลอย่าได้เป็นผู้ถ่วงเวลา 2) พิจารณาหาทางแก้ปัญหาให้กับทีโอทีและกสทฯ เพราะเมื่อมีการประมูลและเริ่มใช้ระบบมือถือ 3จี แล้ว รายได้จากสัมปทานของรัฐวิสาหกิจทั้งสองจะลดลงและหมดไป 3)อยากให้รัฐบาลระมัดระวังในการให้ข้อมูลที่จะออกมากระทบกับมูลค่าหลักทรัพย์ และอย่าได้มีการนำข้อมูลภายในออกมาเพื่อหาประโยชน์กับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ เหมือนกับที่เกิดกับหุ้นไทยคม.
***************************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น