ข่าวสดรายวัน
รายงานพิเศษ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง 3 ปาก ในคดีที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ คดีใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ กรณีนำเงินไปใช้ทำป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง
ประกอบด้วย นายคณาปติ หรือประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) และน.ส.วไลลักษณ์ ประสงค์ ภรรยานายประจวบ โดยมีทนายฝ่ายผู้ร้องคือกกต. และฝ่ายผู้ถูกร้องคือนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทนายของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ซักค้าน มีเนื้อหาดังนี้
ประจวบ สังข์ขาว
ผู้บริหารบริษัท เมซไซอะฯ
เมื่อต้นปี 2547 ได้รับทำป้ายหาเสียงให้กับ นายนวพล บุญญามณี น้องชายของ นายนิพนธ์ บุญญามณี รวมทั้งยังรับทำประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ จำนวน 8 โครงการ แต่ยอมรับว่างานที่รับมาทั้งหมดไม่สามารถทำได้ทัน จึงต้องจ้างบริษัทซัพพลายเออร์รับช่วงต่อไป ระหว่างนั้นมีการโอนเงินไปให้ผู้อื่น อาทิ ญาติพี่น้องของตนเอง 63 ล้านบาท กลุ่มของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ 41 ล้านบาท และกลุ่มของนายนิพนธ์ 46 ล้านบาท รวมถึงโอนให้ธุรกิจโฆษณา 34 ล้านบาทด้วย
ทนาย กกต. - บริษัท เมซไซอะฯ มีรายได้มากขึ้นอย่างผิดสังเกต ในปี 2544 มีรายได้ 9.3 ล้านบาท ปี 2545 มี 6.5 ล้านบาท ปี 2546 มี 8.2 ล้านบาท แต่ปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 152 ล้านบาท และปี 2548 มีรายได้ 147 ล้านบาท และกลุ่มคนที่นายประจวบ โอนเงินไปให้ก็ไม่ได้เป็นหนี้นายประจวบ
ประจวบ - ในส่วนที่เป็นของญาติ ได้โอนเงินให้ไป เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในการทำธุรกิจ
ทนาย กกต. - นายประจวบ เป็นหนี้จนถึงต้องถูกยึดบ้าน แต่เมื่อได้รับเงินค่าจ้างโฆษณาจำนวนมาก เหตุใดไม่นำไปใช้หนี้แต่กลับโอนให้ผู้อื่น รวมทั้งนำเงินส่วนใดไปจัดซื้ออุปกรณ์ทำป้าย
ประจวบ - เป็นเรื่องของธุรกิจในการหมุนเวียนเงิน หากการทำงานให้บริษัททีพีไอฯ แล้วมีกำไร คงไม่ถูกยึดบ้าน ส่วนบริษัท ไชยเชาวโรจน์ บริษัท พีซีจี และบริษัท สินพัฒนาเอเชี่ยน เอนเตอร์ไพรส์ ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ และมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเช็คและออกใบเสร็จนั้น ผมไม่ทราบว่าบริษัททั้ง 3 แห่งมีปัญหา และถูกกรมสรรพากรยกเลิกการออกใบกำกับภาษีไปแล้ว
ทนาย กกต. - เคยเข้าไปทำงานในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
ประจวบ - เคยไปทำงานที่ชั้นล่างของพรรคเพื่อทำป้าย โดยมีนายธงชัย ดลศรีชัย ญาตินายประดิษฐ์ เป็นผู้จัดการเรื่องสถานที่ให้
ทนาย กกต. - นายประจวบ มีเรื่องโกรธเคืองกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
ประจวบ - ผมรักทุกคน
บัณฑิต - นายประจวบ นำเอกสารไปมอบให้กับ ส.ต.อ.ทชภณ พรหมจันทร์ ผู้ร้องเรียนคดีต่อดีเอสไอ โดยส.ต.อ.ทชภณ บอกจะนำไปมอบให้กับนายประดิษฐ์ เพื่อเรียกเงินหลายล้านบาทตามที่นายตำรวจคนหนึ่งแนะนำใช่หรือไม่
ประจวบ - จำไม่ได้
บัณฑิต - เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2552 นายประจวบ ได้ไปพบนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่
ประจวบ - ได้ไปพบจริง แต่ไปพบหลายคนและจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
บัณฑิต - คดีดังกล่าวเกิดจากพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ รู้เรื่องจากส.ต.อ.ทชภณ และขอให้พานายประจวบไปพบ โดยการไปดีเอสไอครั้งแรก พ.ต.อ.สุชาติ ได้เข้ามาจับมือและบอกให้เป็นเพื่อนกัน และบอกให้การ พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจะได้ดำเนินการ และนายประจวบบอกว่ามีปัญหาบ้านจะถูกธนาคารยึดและขอเงิน 5 ล้านบาทนำไปไถ่บ้านแล้วจะช่วย ซึ่งพ.ต.อ.สุชาติตกลง และขอให้นายประจวบให้การไปก่อน จากนั้นจะพาไปหลบซ่อนในเซฟเฮาส์ที่พัทยา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ประจวบ - ไม่ขอตอบ เนื่องจากจะไปพาดพิงบุคคล ที่สาม แต่ยอมรับว่าได้พบพ.ต.อ.สุชาติและได้จับมือกัน โดยขอให้เป็นเพื่อน
บัณฑิต - จากคำให้การกับดีเอสไอระบุว่าได้รู้จักกับนายนิพนธ์ นายประดิษฐ์ และนายประชัย โดยไปพบกันที่โรงแรมเพรสซิเดนท์ แต่พอปรากฏเป็นข่าวนายประดิษฐ์และนายนิพนธ์ ยืนยันไม่ได้ไปพบ
ประจวบ - เขาบอกให้ให้การอย่างนั้น
บัณฑิต - เขาเป็นใคร
ประจวบ - ขอไม่ตอบ
บัณฑิต - เมื่อรับงานมาแล้วและมีการโอนเงินไปให้คนใกล้ชิด เนื่องจากกลัวว่าเจ้าหนี้จะมายึดทรัพย์ใช่หรือไม่ เพราะมีเจ้าหนี้เยอะ
ประจวบ - ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
บัณฑิต - นายประจวบ นับถือพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร จนเรียกว่าพ่อ และรู้จักกับร.ต.อ.อรรถกวี ขุนพินิจ นายตำรวจติดตาม พล.ต.มนูญกฤต ทั้งสองแนะนำให้ไปพบกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ คือก่อนวันที่ 20 มี.ค.2552 ซึ่งมีโอกาสพบร.ต.อ.เฉลิมถึง 2 ครั้ง เนื้อหาอภิปรายส่วนหนึ่งได้มาจากนายประจวบ นำเอกสารของดีเอสไอไปให้
ประจวบ - ไม่ขอตอบ เพราะไม่อยากพาดพิงบุคคลที่สาม
บัณฑิต - นายประจวบ เป็นหนี้ธนาคารกรุงไทย 4 ล้านบาท จนถูกยึดบ้านที่ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กระทั่งหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 เดือน วันที่ 28 พ.ค. 2552 ร.ต.อ.อรรถกวี ไปซื้อบ้านหลังดังกล่าวในราคา 4 ล้านบาทให้นายประจวบพักอาศัย ในเมื่อไม่เคยมีบุญคุณต่อกัน เหตุใดจึงซื้อบ้านคืนมาให้อยู่ หรือเป็นเงินที่ได้มาจากฝ่ายค้านที่ให้ตอบแทน
ประจวบ - ผมไม่แน่ใจว่าเงินมาจากไหน และไม่ขอตอบ แต่ที่ทราบในปัจจุบันบ้านหลังดังกล่าวก็ยังติดหนี้ธนาคารอยู่ การที่ร.ต.อ.อรรถกวีไปซื้อบ้าน เนื่องจากผมไปบอกว่าบ้านไม่ควรถูกขายในราคาแค่ 4 ล้านบาท เพราะผมตกแต่งบ้านไปกว่า 3 ล้านบาท ดังนั้น บ้านน่าจะมีราคาอยู่ที่ 7 ล้านบาท จึงบอกว่าหากร.ต.อ.อรรถกวี พอจะมีปัญญา ขอให้ช่วยซื้อเก็บไว้ให้หน่อย หากผมมีเงินก็จะซื้อคืน แต่หากผมไม่มีเงิน บ้านจะยังเป็นของร.ต.อ.อรรถกวี และวันที่มีการขายทอดตลาด ผมได้เดินทางไปกับร.ต.อ.อรรถกวี
บัณฑิต - ร.ต.อ.อรรถกวี ไปจัดตั้งพรรคประชาธิวัฒน์ ที่มีชื่อใกล้เคียงกับพรรคประชาธิปัตย์ ร.ต.อ.อรรถกวีเคยเล่าให้ฟังหรือไม่ว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ พล.ต. มนูญกฤต จะมาเป็นหัวหน้าพรรค
ประจวบ - ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททีพีไอฯ
ในบริษัท ทีพีไอ โพลีนฯ ผมมีอำนาจในการลงนามและดำเนินการ ถึงแม้จะไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัท แต่โดยธรรมเนียมการค้าก็ทำกันอย่างนี้ รวมถึงทำสัญญากับต่างชาติก็ทำกันเช่นนี้ และถือว่ามีผลผูกพัน อีกทั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่เคยมาขอตรวจสอบ แต่หากเป็นสัญญากับหน่วยงานรัฐ จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมหรือมีกรรมการ 2 คนลงนามร่วม ทำเช่นนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว และที่ปรึกษากฎหมายบอกว่าทำได้โดยได้ยื่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยพิพากษาไว้เป็นบรรทัดฐาน
สำหรับการว่าจ้างบริษัทเมซไซอะฯ ผมลงนามเพียงคนเดียวตามคำแนะนำของนายศิลปิน บูรณศิลปิน รองผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ โดยไม่เคยตรวจสอบว่าบริษัทเมซไซอะฯ มีปัญหาหรือไม่ เพราะเชื่อใจนายศิลปิน ซึ่งเป็นผู้จัดการเรื่องการประชาสัมพันธ์
แม้กระทั่งเรื่องที่ทีพีไอฯ ไม่สั่งปรับเมซไซอะฯ ที่ส่งมอบงานมูลค่า 65 ล้านบาทไม่ทัน เพราะนายศิลปินเสนอว่าไม่ได้ทำให้บริษัทเสียหาย ผมจึงไม่นำเข้าที่ประชุม
ยืนยันว่าผมไม่เคยรู้จักกับนายประจวบมาก่อน และเพิ่งมารู้จักที่ห้องพยานที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้
ส่วนนายประดิษฐ์ และนักการเมืองคนอื่นรู้จักขณะที่ผมดำรงตำแหน่งส.ว. และเมื่อครั้งที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมไปแสดงความยินดีเพื่อเรียกร้องให้พรรคยกเลิกกฎหมาย 11 ฉบับที่ขายชาติ และไปพบกับหัวหน้าพรรคอื่นอีกหลายพรรค
ก่อนหน้านี้ที่ไม่เดินทางมาให้การในชั้น กกต.หรือดีเอสไอ เนื่องจากไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะดีเอสไอที่มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นอธิบดี เพราะถือว่ารับใช้ระบอบทักษิณ และเป็นลูกน้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ทนาย กกต. - มีเหตุโกรธเคืองกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่
ประชัย - ผมถือว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรุ่นน้อง ผมเรียนที่อัสสัมชัญ กทม. และพ.ต.ท.ทักษิณ เรียนโรงเรียนในเครือ อัสสัมชัญ ที่ จ.เชียงใหม่ แต่จิตใจของเขาอาจจะไม่ปกติ
-----------------------------------------------------------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น