--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

จากโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมถึงนายอภิสิทธิ์/รัฐบาลไทย

Robert Amsterdam

เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม สมาชิกในรัฐบาลไทยหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศได้ตอบจดหมายที่ผมได้ส่งไปในวันที่ 10 สิงหาคม โดยจดหมายฉบับนี้ผมได้ส่งไปในนามของเหยื่อซึ่งถูกสังหารจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาลในเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา

ผมได้ส่งจดหมายฉบับนี้เพื่อทวงถามคำตอบจากคำถามหลายข้อในจดหมายที่เราได้ส่งไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน โดยเนื้อความในจดหมายฉบับก่อนมีรายละเอียดที่ย้ำเตือนถึงหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องจัดให้มีการสอบสวนเหตุการณ์การสังหารประชาชน อันเป็นพันธกรณีของรัฐบาลไทยภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องสิทธิพลเรือนและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ขององค์สหประชาชาติที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้ นอกจากนี้เรายังได้กล่าวถึงสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการเข้าถึงและตรวจสอบหลักฐานทางคดีอย่างเป็นอิสระ

เนื่องจากมีสมาชิกของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลายคนถูกจับกุมและกล่าวหาในข้อหาหาการร้าย ดังนั้นรัฐบาลไทยมีพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศซึ่งบัญญัติว่าทนายและผู้ปรึกษาด้านกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิในการเข้าถึง“เอกสารรัฐบาลหรือกองทัพที่เกี่ยวข้องและครอบคลุมถึงยุทธศาสตร์ การสั่งการ คำสั่งโดยวาจาหรือที่เป็นลายลักษณ์อักษร ข่าวกรอง การละเอียดการสอบสวน หรือรายงานของผู้เชียวชาญที่เจ้าหน้ารัฐไทยใช้เตรียมการ แถลงการณ์ ในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง” นอกจากนี้เรายังได้ร้องขอเอกสารที่ระบุถึงสายบัญชาการในกองทัพซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำการควบคุมและสลายการชุมนุมเหล่านี้ด้วย

ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา รัฐบาลจงใจเพิกเฉยที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กล่าวว่ายังไม่ได้อ่านจดหมายฉบับดังกล่าว แม้วเราได้ส่งสำเนาจดหมายฉบับดังกล่าวหลายสำเนาไปยังสำนักงานของนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แทนที่จะตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กลับสบประมาทเรื่องส่วนบุคคลและยกเหตุผลที่หลักลอยขึ้นมาอ้างเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องของสิทธิพลเรือนและสิทธิทางการเมือง ทั้งนายปณิธานและนายชวนนท์อ้างว่าสิทธิของผู้ชุมนุมเสื้อแดงไม่ได้ถูกละเมิดแต่อย่างใด แต่แทนที่จะกล่าวว่าจะปฏิบัติตามบทบัญญัติในสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องของสิทธิพลเรือนและสิทธิทางการเมือง กับยกเอาเรื่องสถานภาพทางกฎหมายของผมซึ่งเป็นชาวต่างชาติขึ้นมาอ้าง

ผมรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลไทยละเลยโอกาสในการเริ่มต้นที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อเหยื่อจากการสลายการชุมนุม และยังถอยห่างจากแนวทางการปรองดองสมานฉันท์ด้วยการเลื่อนตำแหน่งให้กับนายทหารและตำรวจที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารประชาชน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และคณะได้ปฎิเสธอย่างชัดเจนว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องเคารพในหน้าที่ที่จะต้องสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชาชนกว่า 80 ราย

การกระทำของรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความสับสนยุ่งยากและความไม่เต็มใจที่จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีอันสำคัญเร่งด่วนนี้ และความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเป็นให้หลายคนสรุปว่าพยานหลักฐานเหล่านั้นอาจจะส่งผลให้เกิดความยุ่งยากทางการเมืองอันกระทบต่อการรักษาไว้ซึ่งอำนาจส่วนตัวของเหล่าอำมาตย์

ประชาคมโลกจะไม่เพิกเฉย หากรัฐบาลไทยละเมิดพันธกรณีของตนเองภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศอย่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องของสิทธิพลเรือนและสิทธิทางการเมือง การที่รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศสนับสนุนการดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามในพม่าเมื่อไม่นานมานี้ ย้ำให้เห็นถึงการกระทำที่เป็นภัยของเหล่าอำมาตย์ในประเทศไทย

นี่ไม่ใช่การอภิปรายว่ารัฐบาลไทยมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อพลเรือนของตนเองอย่างไร หน้าที่การสอบสวนและดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดนั้นได้รับการเคารพมายาวนานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ การไม่ดำเนินคดีแก่เหล่านายทหารและกลุ่มอำมาตย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรงนี้แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่ประเทศไทยพยายามจะรักษาเอาไว้

แผนการของรัฐบาลนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการปฎิเสธ หลีกเลียง และสร้างสถานการณ์ความตึงเครียดเพื่อเป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจเผด็จการ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายแสดงการคัดค้านและความกังวลในการกระทำของรัฐบาล รัฐบาลอ้างอย่างผิดๆว่าการเรียกร้องนี้เป็นการทำลายชื่อเสียงประเทศไทย ดังนั้นหากรัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องการที่จะอ้างว่าตนเป็นตัวแทนของประชาชนไทย มีหนทางเดียวที่จะสามารถอ้างเช่นนั้นได้ คือ นายอภิสิทธิ์และคณะต้องชนะการเลือกตั้งที่อิสระและเป็นธรรม

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น