ไทยโพสต์
"เทือก" รับลูกแก้ระบบเลือกตั้ง มัด "มาร์ค" เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขเอง ด้านเพื่อไทยด่าลั่น "เฮงซวย" ถามคุณเป็นใคร มาลด ส.ส.เขตลง 25 คน "สมชาย" ติง "เหลิม" อย่าใช้ชื่อทักษิณหากิน ขณะที่ "เติ้ง" ปลง บอกเบื่อแล้วเขตเล็กเขตใหญ่ "ชทพ." ได้ทั้งหมด พร้อมสะกิดนายกฯ อยู่ให้ครบเทอม หากมีปัญหาให้กริ๊งกร๊างมาทันที พิลึก! แนะย้าย "อำพน" พ้นเลขาฯ ครม.
คณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ส.ให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวและระบบสัดส่วน โดยให้มีจำนวน ส.ส. 500 จากแบ่งเขต 375 คน และสัดส่วน 125 คน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นความเห็นในประเด็นนั้นประเด็นนี้อยู่ ตนว่าให้คณะกรรมการของนายสมบัติทำให้เสร็จก่อน แล้วเราจะได้เห็นภาพชัดเจน หากสวนกันไปทีละประเด็นก็อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลออกมาไม่ตรงกับที่พรรคร่วมต้องการจะมีปัญหาในรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะได้พูดคุยกันแล้วตั้งแต่ต้นว่าแทนที่แต่ละพรรคจะมีแต่ละความเห็น เราก็ให้มีคนที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายและระดมผู้เชี่ยวชาญมาช่วยกันคิด ก็จะรอบคอบกว่า
ส่วนในพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยมีมติว่าจะไม่แก้เรื่องเขตเลือกตั้งไปเป็นเขตเดียวเบอร์เดียวจะชี้แจงกับสมาชิกพรรคอย่างไรนั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า เมื่อนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนายสมบัติ เมื่อเขาคิดอะไรมาก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของคณะกรรมการฯ ทุกอย่าง
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้จะมีปัญหากับคนในพรรคหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีสมาชิกต่อต้านเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียวอยู่ จะทำความเข้าใจกับคนในพรรคอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า ไม่มีปัญหา คนในพรรคประชาธิปัตย์มีเหตุผล
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นเพราะตอนนี้ถือว่าปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาผู้แทนฯ ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภาได้บรรจุวาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ภาคประชาชนและ ส.ส.ยื่นเสนอเข้ามาไว้แล้ว ขณะนี้คงต้องรอว่า ส.ส.จะนำขึ้นมาพิจารณากันเมื่อใด
"เหตุที่วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ถูกหยิบยกขึ้นมา เป็นเพราะมี ส.ส.บางกลุ่ม ส.ว.บางคนไม่ต้องการให้พิจารณาวาระดังกล่าว ซึ่งผมไม่มีอำนาจที่จะหยิบยกวาระดังกล่าวขึ้นมาในที่ประชุมได้ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิก" นายชัยกล่าว
สำหรับประเด็นที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความเห็นในเบื้องต้นที่จะแก้ไขที่มาของ ส.ว. โดยให้มีสมาชิก ส.ว. 150 คน มาจากเลือกตั้ง 77 คน และสรรหา 73 คนนั้น
นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ยอมรับในทุกเงื่อนไขถึงแม้จะเปลี่ยนให้ที่มาของ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดก็ตาม แต่การกำหนดที่มารวมถึงคุณสมบัติต้องพิจารณาในประเด็นความแตกต่างของ ส.ว.ให้ต่างจาก ส.ส.ด้วย เพราะหากมีคุณสมบัติเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจะมี ส.ว.ไว้ทำไม
วันเดียวกัน ที่บ้านพักจรัญสนิทวงศ์ 55 ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสวันเกิดปีที่ 78 โดยมีสมาชิกพรรคชาติไทยและสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา นักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมอวยพรกันอย่างคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักการเมืองที่เดินทางมาอวยพรวันเกิดนายบรรหารนั้น ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงานและหัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน
นอกจากนี้ยังมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เดินทางมาร่วมอวยพรด้วยในช่วงเช้า ขณะที่ในช่วงบ่ายแกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค, นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.เพื่อไทย ก็เดินทางเข้าร่วมอวยพรด้วยเช่นกัน
ระหว่างนายอภิสิทธิ์อวยพรนั้น นายบรรหารกล่าวกับนายกฯ ตอนหนึ่งว่า "พรรคร่วมรัฐบาลที่เขายกให้ผมเป็นผู้ประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมชาติพัฒนา โดยเฉพาะพรรคเพื่อแผ่นดิน เขาก็ยินดีจะช่วยรัฐบาลเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของนายพินิจ จารุสมบัติ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ คงจะไม่น่ามีปัญหา นายกรัฐมนตรีอย่าถอดใจก่อน อยู่ให้ครบเทอม ห้ามออก มีอะไรกริ๊งกร๊างหาผมได้ ผมจะให้กำลังใจ เพราะผมก็เบื่อการยุบสภา เบื่อการเลือกตั้ง เหลืออีกปีเดียว"
นายบรรหารบอกกับนายอภิสิทธิ์อีกว่า ฝากดูแลกบ (นายอำพน กิตติอำพน) ว่าที่เลขาฯ ครม.คนใหม่ด้วย เลขาฯ ครม.เป็นเรื่องสำคัญ มันไม่เหมือนนายสุรชัย ภู่ประเสริฐ อดีตเลขาฯ ครม. ถ้าการเมืองเข้าแทรกก็จะยุ่ง เพราะการเสนอวาระเข้า ครม.สำคัญมาก เห็นควรไม่เห็นควรมันจะยุ่ง นายกฯ ต้องดูดีๆ นะ อย่างงั้นให้นายสุรชัยมาช่วยดูก่อนดีกว่า เพราะกบมันยาก ด้านนายกฯ บอกกลับไปว่า นายสุรชัยก็มาเป็นที่ปรึกษาตนอยู่แล้ว แต่นายบรรหารก็กล่าวว่า "เอาไว้ที่อื่นดีกว่า"
นอกจากนี้ นายบรรหารยังกล่าวกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ระหว่างเข้าอวยพรด้วยว่า "พรรคภูมิใจไทยมีความเจริญรุ่งเรือง แม้ว่าจะตั้งขึ้นมาได้ไม่นาน แต่ก็ไปได้ไกลด้วยความมั่นคงและมีชื่อเสียง ผมก็จะให้กำลังใจทุกคน ขอให้ก้าวไปสู่ความเจริญต่อไปในอนาคต อย่างน้อยก็อย่าทิ้งพรรคชาติไทยพัฒนา ขอฝากไว้ด้วย ไปไหนก็ไปด้วยกันนะ"
นายบรรหารยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอแก้ไขเขตการเลือกตั้งว่าตนไม่ได้หวังแล้ว จะแก้ก็แก้ ไม่แก้ก็ไม่แก้ ตนไม่พูดถึงแล้ว เบื่อแล้ว ถ้าเป็นตนแก้ 6 เดือนก็จบหมด ความจริงเอา 6 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ มาดูก็จบแล้ว ตอนนี้เห็นมีข่าวว่าจะสัดส่วนจากประเทศเยอรมนีมาทำอีก ยุ่งกันไปหมด เลอะเทอะ บอกได้แค่นี้ ดังนั้นตนไม่หวังกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่หากมีการเลือกตั้งก็พร้อมไม่ว่าจะเป็นเขตเล็กหรือใหญ่ เพราะได้ทั้งหมด
ด้านพรรคเพื่อไทย ได้มีการย้ายที่ทำการพรรคจากอาคารบีบีดีบิวดิ้ง ย่านพระราม 4 มาอาคารโอเอไอ ซึ่งเป็นที่ทำการเดิมของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ที่ถูกยุบพรรคไปตามลำดับ โดยการย้ายครั้งนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค, น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค อัญเชิญพระพุทธรูปไพรีพินาศ 3 องค์ ออกเดินทางออกจากอาคารบีบีดีฯ เวลา 09.00 น. ไปถึงอาคารโอเอไอ เวลา 09.49 น. เพื่อให้ตรงกับฤกษ์เลข 9 ห้าตัว คือวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม ขึ้น 9 ค่ำเดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติแบบไทย เวลา 09.49 น.
จากนั้น นายยงยุทธได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งหมดมาประดิษฐานบริเวณชั้น 1 เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีแกนนำพรรคทยอยเดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค, พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรค, นายพายัพ ชินวัตร ประธาน ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย, นายวราเทพ รัตนากร อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย พร้อมทั้งกลุ่มกองเชียร์คนเสื้อแดงที่เดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคัก
หลังอัญเชิญพระพุทธรูปเสร็จสิ้น พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า การย้ายครั้งนี้เหมือนเป็นการกลับบ้านเก่า เราจะมาสร้างความยิ่งใหญ่ให้พรรคคงอยู่กับประชาชนตลอดไป โดยพรรคเพื่อไทยจะปฏิบัติภาระหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ การสถาปนาอำนาจสูงสุดให้กับประชาชน เราต้องการสร้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ซึ่งเราต้องทำให้สำเร็จให้ได้
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่สร้างนายกรัฐมนตรีมานานถึง 3 คนแล้ว และจะเป็นที่สร้างนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 คือ พล.อ.ชวลิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้ทำให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคต่างปรบมือหัวเราะชอบใจ ขณะที่ พล.อ.ชวลิตพูดว่า "ขอบพระคุณมากครับ" จากนั้นบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ไปร่วมถ่ายรูปร่วมกันหน้าอาคาร ก่อนไปสักการะศาลพระภูมิประจำอาคารโอเอไอเพื่อเป็นสิริมงคล
พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ถึงการถูกเสนอให้เป็นนายกฯ ว่า เป็นเรื่องอนาคต ความจริงเจตนารมณ์การทำงานไม่ได้เป็นเรื่องนี้ เราต้องการทำสิ่งที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้นให้จงได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ความขัดแย้งของประชาชน และแก้ปัญหาของประเทศ
ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเกิดขึ้นตอนปลายปีนี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องตำแหน่งหน้าที่ การเปลี่ยนแปลงด้านความคิด ด้านงบประมาณ และอีกในหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างนี้ และจากสัญญาณต่างๆ ที่เราได้รับมา ดังนั้นก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ แน่นอนที่สุดว่าสรรพสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี ถือเป็นเรื่องธรรมดา
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยโดยกล่าวว่า ระบบเลือกตั้งที่คณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอนั้นลดจำนวน ส.ส.ระบบเขตลงเหลือ 375 คน และเพิ่ม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เป็น 125 คนนั้น เป็นข้อเสนอที่เฮงซวย เพราะสุดท้าย ส.ส.ก็ไม่เห็นด้วยที่ไปลดจำนวน ส.ส.ระบบเขตลงถึง 25 คน ไม่มี ส.ส.คนไหนยอม
"คุณเป็นใคร ไม่ได้เป็น ส.ส.แล้วมาเสนอแบบนี้ ส.ส.รับไม่ได้แน่ และยังไปเพิ่ม ส.ส.ระบบสัดส่วนแบบบัญชีเดียวอีก ทั้งที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ไม่ต้องการลงระบบสัดส่วน แต่ต้องการ ส.ส.ระบบเขต ได้ลงพื้นที่พบปะและแก้ไขปัญหาให้ประชาชน" นายสุรพงษ์กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น เพราะไม่รับรัฐธรรมนูญ 2550 และพรรคประชาธิปัตย์ซีกนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไม่แก้ไขแน่ เนื่องจากรู้ดีว่าพรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเฮี้ยว แค่ต้องการอยู่ครบเทอมก็พอแล้ว
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิมจะนำชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นนโยบายหาเสียงว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับการเมืองแล้ว เพราะฉะนั้นคิดว่าไม่ควรนำชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นนโยบายของพรรคในการหาเสียง.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น