ที่มา.บางกอกทูเดย์
วิคเตอร์ บูท
รู้สึกพอใจเป็นอย่างมากที่ผู้ก่อการร้ายนานาชาติ อดีตสายลับเคจีบี พ่อค้าอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลก นายวิคเตอร์ บูท ถูกส่งกลับไปยังศาลในสหรัฐอเมริกา”
จำได้หรือไม่? กับคำพูดของผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องหนึ่ง...ที่พูดถึง “สรรพคุณ” และ “ความเก่งกาจ” ของนายวิคเตอร์ บูท กรณีประเทศสหรัฐฯ ร้องขอให้ทางการไทยส่งตัวผู้ต้องหาชาวรัสเซียคนนี้เพื่อไปดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
ประเด็นดังกล่าวคอลัมนิส์อาวุโสอย่าง “นิติภูมิ นวรัตน์” ได้กล่าวไว้ในคอลัมน์ “เปิดฟ้า..ส่องโลก” โดยนำข้อมูลความเป็นจริงมาตีแผ่ให้เห็นว่า...นายวิคเตอร์ บูท คือพ่อค้าอาวุธ “ตัวฉกาจ” ที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังต้องการตัวอย่างนั้นหรือ?
คำตอบคือ “ไม่ใช่” เพราะเมื่อไล่ดูกิจวัตรประจำวันของผู้ต้องหารายนี้...ซึ่งหลายคนคิดว่าเขาเป็น “อภิมหาเศรษฐี” มีเงินถุงเงินถังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมีบอดี้การ์ดรายล้อม...แต่ความเป็นจริงวันหนึ่งๆ เงินทองที่หามาได้กลับไม่พอใช้...เพราะต้องไปหยิบยืมจากคนรู้จัก เพื่อนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว
แล้วทำไมประเทศสหรัฐฯ กับรัฐบาลไทยถึงได้ “ให้ค่า” กับนายวิเตอร์ บูท มากมายนัก...หรือว่าประเทศทั้งสองกำลัง “ทำสัญญาซ่อนเร้น” อะไรบางอย่าง?...เพราะเท่าที่เห็น “รัฐมนตรี” ของพรรคประชาธิปัตย์ ต่างทำงานกันอย่างขะมักเขม้น
ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขั้น “คอขาดบาดตาย” เชื่อว่า...พรรคประชาธิปัตย์คงหันหน้ามาแก้ไขปัญหาภายในประเทศ เพราะยังมีปัญหาทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมซึ่งประชาชนกำลังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล...แต่มันน่าแปลกตรงที่ว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลครั้งนี้กลับเดินไปในยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศ
เรื่องนี้ดูได้การที่คนในพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งที่เดินเข้าไปเพื่อเจรจากับนายวิเตอร์ บูท ถึงในเรือนจำ...กับรัฐมนตรีอีกคนหนึ่งที่กล้าไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย เพื่อเจรจาแลกตัว “นายวิคเตอร์ บูท” กับอดีตนายกรัฐมนตรี “พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร” เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของไทย
หากพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองในเวลานี้...ประชาชนทุกคนคงมองออกว่า “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” กำลังตกที่นั่งลำบาก โดยเฉพาะเรื่อง “คำสั่ง” ให้มีการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงจนมีบาดเจ็บและเสียชีวิต...ซึ่งว่ากันว่า เรื่องดังกล่าวมันเกินเลยขอบเขตแห่งอำนาจในการที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สามารถจัดการและปิดคดี
เพราะเวลานี้ชาวต่างชาติทั้งสื่อสารมวลชน รวมถึงองค์กรยุติธรรมกำลังจับตามองดูความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยทุกฝีก้าว รวมถึงข้อมูลข่าวสารในโลกอินเตอร์เน็ตทั้งภาพและเสียงซึ่งรัฐบาลไม่สามารถ “ปกปิด” ได้อีกต่อไป ถึงแม้จะอยู่ในช่วงของการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ตาม
เรื่องของ “สัญญาซ่อนเร้น” ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ถึงวันนี้แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ แต่จากคำพูดของ “นายพีระพันธ์ พาลุสุข” ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ด้วยพยานและหลักฐานได้ว่า...คนภายในรัฐบาล ได้เดินทางไปเจรจากับ “นายวิคเตอร์ บูท” ถึงในเรือนจำจริง แต่จะใช่คนเดียวกับที่ออกข่าวหรือไม่? นายวิคเตอร์ บูทเท่านั้นที่สามารถชี้ตัวถูกต้องได้
โดยเฉพาะคำยืนยันจากปากของ “นายวิคเตอร์ บูท” ที่กล่าวว่า...ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ได้มีผู้มาพบเขาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมกับพูดบอกว่า “ถ้ายูจะรอดปลอดภัย ยูจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไปให้การในศาลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดนการขนอาวุธจากเกาหลีเหนือมายังประเทศไทย และอาวุธดังกล่าวจะมาใช้กับพวกเสื้อแดง”
ที่สำคัญเรื่องระหองระแหงระหว่างไทยกับรัสซัยในครั้งนี้...เชื่อว่าอีกไม่นานจะกลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” ที่จะสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยอย่างยิ่งยวด...เพราะเวลานี้สภาผู้แทนราษฎรสหพันธรัฐรัสเซียหรือ “สภาดูมา” ก็ได้มีการแสดงการตอบโต้รัฐบาลไทยด้วยการประกาศไม่ให้นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย
แน่นอนว่า...ประเทศไทยจะสูญเสียรายได้อย่างมหาศาล เพราะนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก...และมีแนวโน้มที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทยมากขึ้นตามลำดับ โดยปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียสร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท
ซึ่งเรื่องนี้ได้ส่งผลกระทบไปถึงการส่งทหารไทยไปดูงานที่ประเทสรัสเซีย ซึ่งเวลานี้ทางด้าน “พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร กำลังนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมอย่างเร่งด่วน เพราะเชื่อได้ว่าการแลกเปลี่ยนและดูงานของทั้งสองประเทศจะต้องเกิดปัญหาขึ้นตามมาอย่างแน่นอน
ถึงตรงนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า...ประเทศไทยกำลังเล่นตามเกมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ที่หลายประเทศต้องให้ความเกรงอกเกรงใจหรือไม่? เพราะหากผู้มีอำนาจในประเทศไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีของประเทศชาติ...แต่อย่างไรก็ควรนึกถึง “หัวอก” ของประชาชนเอาไว้บ้าง
โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยเลือกที่จะเป็น “มหามิตร”กับสหรัฐอเมริกา...และยอมกลายเป็น “อริราชศัตรู” กับประเทศรัสเซีย...ถามว่าผู้มีอำนาจในประเทศคิดตรึกตรองดีแล้วหรือ โดยเฉพาะในอดีตเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน รวมถึงบรรพบุรุษ พวกท่านได้สร้างความปรองดองและความสามัคคีกับทั้งสองประเทศมาด้วยความยากลำบาก
แล้วปัจจุบันนี้เล่า..ใครกันที่เป็นคนมาทำลาย!
************************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น