โดย หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน
เมื่อไม่นานมานี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ส่งหนังสือเวียนไปถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ ขอความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางด้านการเมืองของแกนนำนักศึกษา รวมทั้งพิจารณาควบคุมการจัดแสดงละครเวทีทางการเมือง ทำให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการถูกวิจารณ์อย่างมากว่ามีความคิดไม่ต่างกับยุคเผด็จการสมัย 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519
แม้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจะออกมาอ้างเหตุผลเรื่องบรรยากาศของบ้านเมืองที่ต้องการให้เกิดความปรองดอง ซึ่งไม่เพียงขัดแย้งกับสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย ยังเป็นการทำลายทักษะ ความรู้ การแสดงออก และประสบการณ์ทางด้านวิชาการของนิสิตนักศึกษาอย่างยิ่ง รวมทั้งสะท้อนถึงความคิดเผด็จการทางการเมืองอีกด้วย
ที่สำคัญการจัดกิจกรรมทางการเมืองหรือละครเวทีเกี่ยวกับเรื่องการเมืองนั้นต้องการส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาใส่ใจเรื่องการเมือง และเป็นการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย
แม้คำสั่งดังกล่าวจะเป็นการขอความร่วมมือก็ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และยังถือเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาที่เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้และแสดงออก ยิ่งมีการห้ามก็เหมือนยิ่งยุ หรือเอาน้ำมันไปราดกองไฟ
เช่นเดียวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีนิสิตประมาณ 7-8 คน ถือป้ายข้อความเกี่ยวกับเสรีภาพและประชาธิปไตย และต้องการยื่นจดหมายร้องเรียนถึงปัญหาการลิดรอนสิทธิเสรีภาพและความหวาดกลัวของประชาชนภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ไปกล่าวปาฐกถาเรื่องการกระจายอำนาจในงานครบรอบสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ แต่กลับถูกยึดป้ายและใช้กำลังขัดขวาง ทั้งที่รัฐบาลก็ประกาศให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดองและสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีสิทธิเสรีภาพและเสมอภาค
แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับยิ่งตอกย้ำปัญหาประชาธิปไตยไทยที่อยู่ท่ามกลางความคิดเผด็จการมากกว่า เพราะทั้งภาครัฐและภาควิชาการต่างกลัวความจริงว่าบ้านเมืองวันนี้ไม่ต่างอะไรกับเผด็จการซ่อนรูปหรือรัฐประหารเงียบ
ขณะที่นิสิตนักศึกษาเพียงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนและจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด ไม่ใช่เล่นลิ้นการเมืองเพื่อซื้อเวลาของรัฐบาลด้วยการอุปโลกน์คณะกรรมการต่างๆขึ้นมาปฏิรูปการเมืองบนซากศพและกองเลือด เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องมาจากประชาชน เป็นของประชาชน และเพื่อประชาชน ไม่ใช่จากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น