ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ เหล็กใน
จากบรรยากาศวันแรกก็พอเดาได้ว่าการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณฯ 2554 มูลค่ากว่า 2 ล้านล้าน
คงจะจบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเคยคุยไว้ว่าการอภิปรายครั้งนี้ความดุเดือดจะระดับน้องๆ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น
ถึงเวลาจริงก็ไม่เป็นไปตามราคาคุยเท่าไหร่ ออกจะกร่อยกว่าปีที่ผ่านๆ มาด้วยซ้ำ
ที่เป็นอย่างนี้อาจเป็นเพราะตั้งแต่แรกสิ่งที่หลายคนสนใจไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาการจัดทำงบประมาณ
แต่อยู่ที่ประเด็นการเมืองว่าผลจากการถูกเบรกโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน จะเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทยโนโหวตร่างกฎหมายงบประมาณหรือไม่
แต่พอแกนนำพรรคภูมิใจไทยเรียงหน้าให้สัม ภาษณ์ยืนยันไม่เอาเรื่องรถเมล์มาปะปนกับเรื่องงบประมาณ นอกจากพรรคประชาธิปัตย์จะเบาใจ
ยังทำให้ฝ่ายค้านพลอยถอดใจไปด้วยเพราะอภิปรายไปก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้
บรรยากาศอะไรต่างๆ เลยออกไปในแนวจืดชืดอย่างที่เห็น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กองเชียร์รัฐบาลเป็นห่วงก็คือหลังสภาผ่านงบประมาณแล้ว
อาจมีรายการเช็กบิลย้อนหลังกันเองตามมาถึงขั้นวงแตก
เรื่องรถเมล์ 4 พันคันยังจะเป็นเรื่องใหญ่เพราะถึงอย่างไรพรรคภูมิใจไทยจะต้องผลักดันให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นมีหวังรัฐบาลได้พังกันทั้งยวง
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาของนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไร
แต่ลึกๆ แล้วมีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นปมค้างคาใจกับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และน่าจะออกมาเดินเครื่องอีกครั้งในระยะหลังจากนี้
ที่ต้องจับตามากที่สุดคือการย้ายพรรคของบรรดาส.ส. ที่เริ่มมีข่าวเคลื่อนไหวเข้าพรรคนั้นออกพรรคนี้กันคึกคัก พร้อมกับตัวเลขค่าตัว 30-50 ล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในจังหวะที่พรรคภูมิใจไทยเนื้อหอมกว่าใครเพื่อน
เมื่อนำประเด็นต่างๆ เหล่านี้รวมกับการวิเคราะห์ของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยที่เชื่อว่าการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วๆ นี้
หลายคนเลยชักจะเห็นคล้อยตาม
โรดแม็ปปรองดองที่ครั้งหนึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยหยิบยกขึ้นมาล่อใจม็อบเสื้อแดง ว่าพร้อมยุบสภาเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พ.ย.
เริ่มมีคนเอากลับมาพูดให้ได้ยินกันอีกแล้ว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น