--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

เวิร์กช็อป ดักจับโกง!

“หน้ากระดานเรียงหนึ่ง กดปุ่มอภิวัฒน์ประเทศ” ฉบับนี้ ถอดรหัสจากวงสัมมนา “รวมพลังเครือข่ายประชาชนป้องกัน การทุจริตคอร์รัปชั่น” ผ่านมุมมองของ “ประสาท พงษ์ศิวาภัย” คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งอรรถาธิบายถึงความสลักสำคัญในบริบทการดักจับโกง โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนไว้ได้น่าสนใจยิ่ง

>> ปราบคอร์รัปชั่นภารกิจ “หยิกเล็บเจ็บเนื้อ”

“ผมเติบโตจากการเป็นปลัดอำเภอ ปลัดอำเภอโท ปลัดอำเภอเอก 8 ปี และมาเป็นนายอำเภอ 13 ปี รวมทั้งหมดอยู่อำเภอมา 21 ปี เป็นปลัดจังหวัด และมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จนได้มาเป็น รองอธิบดี กรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน รวมแล้วประมาณ 3 ปี นอกนั้น อยู่บ้านนอกตลอด สุดท้ายหลังจากที่เป็นผู้ว่าฯ นครปฐม ก็ได้เข้ามาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ต้องทนทุกข์ทรมาน 9 ปี ตอนนี้ผ่านไป 4 ปีแล้ว เหลืออีก 5 ปี ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า”

“แล้วก็ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย ท่านประธาน ป.ป.ช. กรุณาแบ่งงานให้ โดยดูจากภูมิหลังเห็นว่ากระผมมาสำนักงานปลัดกระทรวงกรมการพัฒนาชุมชน รวมๆ แล้วทั้งหมดที่ร้องเรียนมาจากกระทรวงมหาดไทยรวมทั้ง อปท. ในทุกเขตการปกครองไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือพัทยา เทศบาล อบต. ต้องผ่านผมทั้งสิ้น คือผมต้องเป็นคนกลั่นกรองหรือประธานอนุกรรมการการไต่สวน ซึ่งไม่รู้ โชคดีหรือโชคร้ายเพราะเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่กันทั้งนั้นผมเติบโตมาจากตรงนั้นแล้วมาให้ผมนั่งชี้มูล คอยตรวจสอบพี่ๆ น้องๆ ยอมรับว่าเซ็งจริงๆ ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ในอีกมุมมองท่านประธานท่านมองว่า เราโตมาจากกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้น รู้ทันมันก็ทำให้เรารู้ทันและทำงานได้รวดเร็ว มีการประสานงานกันได้ดี การทำงานเราก็เข้าใจกฎหมายระเบียบมันก็ดีไปอีกอย่าง แต่อย่างว่ามันก็เหมือน หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ก็หมายความ ว่า เวลาเจอเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยหรือ อปท. ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับท้องถิ่นมันหนีกันไม่พ้น”

>> จับโกงประชาชนต้องมาก่อน

“ผมเองกับประชาชนทำงานสนิทสนม ใกล้ชิด ซึ่งผมเชื่อว่าประชาชน คือสิ่งที่จะ ทำให้ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับการต่อต้าน การทุจริตทั้งเรื่องยาเสพติด ความยากจน อะไรก็แล้วแต่ผมกล้ารับประกันด้วยชีวิตข้าราชการของผมว่า ถ้าไม่มีประชาชนเข้า มาช่วยเหลือ เกี่ยวข้องประสานงาน ชี้เบาะแสเป็นพยานงานจะไม่มีทางสำเร็จหรือ สำเร็จก็ไม่ได้สำเร็จด้วยดี ซึ่งมันเป็นความ จริงทั้งสิ้นเราเกิดร้อยเอ็ด เป็นเขยร้อยเอ็ด ทำงานอยู่ร้อยเอ็ดจะไม่รู้ได้อย่างไร ว่าใคร ค้ายาในร้อยเอ็ด ใครเป็นคนยากจนตัวจริง หรือตัวปลอม หรือใครยากจน ใครทุจริต ใครคอร์รัปชั่น เรารู้หมดจริง”

“มันรู้หมดแหละครับแทบจะจำต้นไม้ ทุกต้นได้เพราะเราเกิดที่นั่น แผ่นดินแม่ของ เราคือแผ่นดินนั้นพวกข้าราชการ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ป่าไม้ ที่ดิน สรรพากรเดี๋ยวมา เดี๋ยวก็ไปอย่างผู้ว่าไปอยู่ไม่เกิน 4 ปี เต็มที่ ก็ 5 ปีก็ต้องไป ไม่ได้มาอยู่นานแต่ประชาชนอย่างไรก็ต้องอยู่ที่นั่นท่านย้ายหนีไม่ได้เพราะมันเป็นแผ่นดินแม่แผ่นดินเกิด เกิดที่นั่นตายที่นั่นหนีไม่พ้นหรอกครับ เพราะฉะนั้น ท่านต้องทำให้แผ่นดินแม่แผ่นดินที่อาศัยอยู่นั้น ใสสะอาดปราศจาก ความทุจริตให้จงได้”

>> บ้านเมืองสะอาดด้วยผ้าขี้ริ้ว

“ผมจะพูดเรื่องคุณพ่อผมตอนที่ผม จะไปเป็นปลัดอำเภอที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อ.ท่าตะโก คุณพ่อผมท่านเป็นคนต่างจังหวัด จบ ป.4 เท่านั้นเอง แต่ท่านเป็นคนใฝ่รู้ทั้งวิทยุ ทีวี ท่านติดตามตลอดแกรู้หมดเรื่อง การเมือง ผมจบกฎหมายธรรมศาสตร์กลับไปบ้าน ไปเจอหนังสือกฎหมายอาญา ก็แปลกใจว่าใครซื้อมา คุณพ่อผมท่านว่าท่านซื้อมาเองแหละเอามาอ่านเป็นความรู้ คนจบแค่ป.4 แต่ซื้อกฎหมายอาญามาอ่าน ธรรมดาไหมครับ ...ไม่ธรรมดา!”

“วันนั้นท่านเรียกผมมาคุยท่านกล่าว ว่า ประสาท แกจะไปเป็นปลัดอำเภอใช่ไหม พ่อจะสอนให้ แกไปเป็นปลัดอำเภอต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไปถึงให้ไปฝากเนื้อฝากตัวกับบรรดาคนในพื้นที่ เจ้าอาวาส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาแก่กว่าเราก็เรียกเขา น้า อา ทำตัวให้น่ารักให้เขาเมตตาไปให้รู้จักพื้นที่ รู้จักบุคคล ท่านสอนผมเหมือนนักปกครองสอนทั้งที่ผมจบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ กำลังจะไปเป็นปลัดอำเภอ สุดท้ายท่านพูดมาอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งผมจำได้มาจนบัดนี้ เพราะเอาไปปรับใช้ท่านบอกว่า เอ็งจะไปเป็นปลัดอำเภอ เอ็งอย่าดูถูก ผ้าขี้ริ้วนะ ผ้าขี้ริ้วเป็นแค่ผ้าเก่าๆ ผ้าที่เรา ไม่ใช้แล้ว แถมยังน่ารังเกียจเป็นของต่ำ แต่ผ้าขี้ริ้วใช่ไหมที่ทำให้โรงพัก ที่ว่าการอำเภอ สถานีอนามัยมันสะอาด เท่านี้แหละ เอ็งไปเป็นปลัดอำเภอได้”

“ผมจึงสำนึกได้ว่า สิ่งที่พ่อสอนคือ ปรัชญา ซึ่งหมายความว่า ให้เรานึกถึงบุญคุณ ประโยชน์ของผ้าขี้ริ้ว ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะเอาผ้าใหม่ๆ ผ้าสะอาดๆ ผ้าดีๆ มาทำ ผ้าขี้ริ้วเช็ดสิ่งสกปรกสิ่งโสโครก เราต้องเอาผ้าเก่าๆ ที่ไม่ใช้มาเช็ดถูสิ่งเหล่านี้ ตรงนี้แหละครับที่ผมนำมาใช้กับการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ จนเจริญขึ้นมาเราต้องให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับเสมียน หรือเจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกน้องของเราเสมอ และต้องนึกไว้เสมอว่าทุกตำแหน่ง ทุกฝ่ายเขามีดีแต่มีดีกันไปคนละอย่าง คนละแบบ อย่าว่าแต่ข้าราชการ ตาสีตาสา ยังมีประโยชน์ อย่างเอาผมที่จบกฎหมาย ไปตีความไปร่างหนังสือ ผมเชื่อว่าชาวนาสู้ผมไม่ได้ แต่ถ้าเอาผมไป แข่งกับชาวนาหว่านข้าวดำนาผมก็สู้ชาวนา ไม่ได้ เพราะเก่งคนละอย่างเหมือนเอาม้ามาวิ่งแข่งกับวัว ม้าก็ต้องชนะ แต่ถ้าเอาวัวมาขวิดกับม้า วัวก็ต้องชนะ”

>> ประชาชนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

“ตรงนี้แหละครับที่ผมจะเรียนว่า ผม เป็นหนี้บุญคุณประชาชน ผมโตมาวันนี้ผ่าน การเป็นผู้ว่าฯ มาหลายจังหวัดจนถึงมาเป็น กรรมการ ป.ป.ช. 4 ปี ผมยังเป็นหนี้บุญคุณ ประชาชน เพราะผมได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากประชาชน ไม่ว่าไปอยู่อำเภอไหน จังหวัดไหน สิบนิ้วพนมเข้าไปคุณป้า คุณน้า คุณอา คุณยาย รับรองอยู่ ผมหมด ครั้งหนึ่งผมไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ที่พิจิตร มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา ตอนตี 3 มีคนโทร.มาให้เบาะแสการขนถ่าย ยาเสพติด ผมก็ถามเขาไปว่าทำไมไม่โทร. ไปแจ้งตำรวจ เขาตอบกลับมาว่าไม่เอาหรอก แจ้งผู้ว่าฯ นี่แหละ แล้วก็วางหูไปเลย ผมก็คิดอยู่ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือเท็จกันแน่ จนแล้วจนรอดผมได้ประสานงานไปกับฝ่ายตำรวจถึงเรื่องราวดังกล่าว ไม่น่าเชื่อ ว่ายาเสพติดล็อตนั้นมีจำนวนเป็นแสนเม็ด งานนั้นผมได้รับโล่จากการปราบปราม ยาเสพติดดีเด่น จากท่านนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น”

“สังเกตได้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความ สำเร็จ ล้วนมาจากประชาชนทั้งสิ้น นิ้วโป้ง นิ้วเดียวไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่มีนิ้วอื่น คอยช่วยหลักการทำงานของนักปกครองก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น ในวันนี้ ป.ป.ช. ตระหนักดีว่าเราจะไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์หากไม่มีการประสานกับหน่วยงานอื่น และได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เนื่องจาก หน่วยงานของ ป.ป.ช. โดยหลักใหญ่อยู่ใน กรุงเทพฯ การสืบเสาะหาข้อมูล การทุจริต คอร์รัปชั่นต่างๆ จึงเป็นไปได้ยาก ต่างจาก พวกที่อยู่ในพื้นที่ เราจึงจำเป็นต้องอาศัย หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยการรับรองจาก ป.ป.ช. อย่างเครือข่ายประชาชนป้องกัน การทุจริต ฉะนั้นหลักใหญ่สามประการที่ผมอยากจะมอบให้คือ 1.ทำให้เขารู้จัก ป.ป.ช. 2.ทำให้เขาเชื่อใจ ป.ป.ช. 3.ทำให้เขาใช้ ป.ป.ช. นั่นคือหน้าที่สำคัญของท่าน”

>> เปิดโมเดล ป.ป.ช.จังหวัด

“สำหรับเรื่องของ ป.ป.ช.จังหวัด เรื่องนี้มีผู้สอบถามกันมาเยอะมาก ต้องเรียนให้ทราบว่า น่าจะทราบผลกันในเร็ววันนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอน การพิจารณาของสภาซึ่งใกล้จะเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องเรียนให้ทราบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจำเป็นมากเพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าองค์กร ป.ป.ช..มีหน่วยงานหลักอยู่ ในกรุงเทพฯ การจะทราบข้อมูลโดยละเอียด ของคดีต่างๆ จึงเป็นไปได้ยาก ซึ่งต่างจาก คนในพื้นที่จะทราบรายละเอียดได้ดีกว่า สำหรับคุณสมบัติ ที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์ ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย และต้องมีความรู้ แต่ที่สำคัญเมื่อคุณจะเป็น ป.ป.ช.จังหวัดแล้วจะทำอาชีพอื่นไม่ได้ เพราะจะส่งผลในภายหลัง หากมีข้อกล่าวหาในเรื่องของส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับค่าตอบแทน กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา เพราะภายใน 4 ปีนี้ ป.ป.ช.จังหวัดจะทำอาชีพอื่นไม่ได้ เรื่องค่าตอบแทนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และก็ต้องให้สมน้ำสมเนื้อกับ การทำงาน”

ปราบโกงโดยอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน นั่นคือการเชือดทุจริต ที่ยั่งยืน จากมุมมอง “ประสาท พงษ์ศิวาภัย” คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เชี่ยวชาญในการดักจับคอร์รัปชั่นในแวดวงนักปกครอง

ที่มา.สยามธุรกิจ
************************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น