--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

คดีฆ่าเสื้อแดงขึ้นศาลโลกต.ค.นี้

ที่มา.หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้

“จตุพร” เย้ย “อภิสิทธิ์” ไม่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 แม้จะเส้นใหญ่ในประเทศแต่คดีการสังหารคนเสื้อแดงจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโลกอย่างช้าเดือน ต.ค. นี้ สงสัยได้สัญญาณพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบจึงออกมาแสดงความมั่นใจ โฆษกพรรคภูมิใจไทยไม่สนนายกฯค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ชี้ประชาธิปัตย์มีแค่ 170 เสียงในสภา หากพรรคอื่นเห็นชอบร่วมกันออกกฎหมายได้แน่ เชิญชวนทุกพรรคที่สนับสนุนให้นัดหมายคุยนอกรอบ เผยร่างของพรรคเพื่อไทยพ่วงนิรโทษกรรมแกนนำเสื้อแดงที่ราชประสงค์เข้ามาด้วย

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คัดค้านข้อเสนอของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อ “รีเฟรช” การเมืองให้กลับไปเริ่มต้นกันใหม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. ในสภาแค่ 170 กว่าคน ที่เหลือเป็นของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่พรรคเสนอน่าจะผ่านความเห็นชอบจากสภาได้

เพื่อไทยให้นิรโทษแกนนำเสื้อแดง

“กฎหมายนี้เสนอเข้ามาหลายร่าง ล่าสุดร่างใหม่ของพรรคเพื่อไทยมีการแก้ไขให้นิรโทษกรรมแกนนำการชุมนุมที่ราชประสงค์พ่วงมาด้วย เพราะฉะนั้นใครที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายเนวินที่เห็นว่าขณะนี้ปัญหาหลังการชุมนุมยังไม่ยุติก็ควรจะเข้ามาร่วมกันใช้กฎหมายนี้เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ โดยยกเรื่องผู้ถูกกล่าวหาที่มีคดีอาญาติดตัวอยู่มาเป็นตัวตั้ง บรรดาแกนนำก็จะได้พ้นโทษไป” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว

ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ไม่เห็นด้วยนั้น นายศุภชัยกล่าวว่า อย่านำคำพูดของนายจตุพรมาเป็นตัวตั้ง เพราะเชื่อว่าวันนี้สิ่งที่นายจตุพรพูดไม่ใช่ความเห็นของคนเสื้อแดงทั้งหมด

ให้ทุกฝ่ายช่วยกันผลักดัน

“หากคิดจะแก้ปัญหาทุกฝ่ายต้องเริ่มต้นนับหนึ่ง ช่วยๆกันขยับ ในส่วนของรัฐบาลจะต้องมีการแสดงออกมากกว่านี้ สำหรับพรรคเพื่อไทยต้องมีความชัดเจนว่าต้องการปรองดองจริง โดยทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีแผนที่เป็นรูปธรรมว่าการปรองดองนั้นจะต้องทำอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่บอกว่าให้อภัย แต่วิธีการให้อภัยคืออะไรก็ไม่ชัดเจน ซึ่งพรรคเห็นว่าวิธีการให้อภัยโดยนิติรัฐคือการนิรโทษกรรมให้เลิกแล้วต่อกันไป” นายศุภชัยกล่าวและว่า พรรคการเมืองที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้สามารถพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการก่อนได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหาว่าเป็นอุปสรรคของการปรองดองว่า คนที่เป็นอุปสรรคคือนักการเมืองที่ยอมเป็นทาสของผู้มีอำนาจที่ได้มาจากการปฏิวัติ จนทำให้ประเทศถอยหลังแล้วไปตั้งรัฐบาลใหม่กันในค่ายทหาร

นักการเมืองไม่ควรค้านต้านรัฐประหาร

“นักการเมืองประเภทนี้จะแสดงความวิตกกังวลอย่างมากเมื่อรู้ว่าประชาชนจะจัดกิจกรรมรำลึก 4 ปีรัฐประหาร ทั้งที่การต่อต้านรัฐประหารเป็นเรื่องที่ดี และคนเป็นนักการเมืองควรมาร่วมกับประชาชนต่อต้าน” นายจตุพรกล่าวและว่า นายอภิสิทธิ์มีทัศนคติของคนที่คิดแต่จะเอาเปรียบทางการเมือง ไม่ว่าทำอะไรจะต้องเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี

นายจตุพรกล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีคัดค้านการนิรโทษกรรมเพราะถือว่าตัวเองอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ แต่นายอภิสิทธิ์ก็ต้องส่องกระจกดูตัวเองว่าการตาย 91 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 2,000 คนนั้นเกิดจากอะไร และควรรับผิดชอบอย่างไร นี่คือหัวใจหลักของการปรองดอง

“ผมจะไม่เอาการตายและการบาดเจ็บของประชาชนมาเป็นหัวข้อแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างความปรองดองและการเลือกตั้ง ทุกชีวิตต้องมีคนรับผิดชอบ” นายจตุพรกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ควรฝันหวานว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหลังการเลือกตั้ง ในอดีตที่ผ่านมาพวกมือเปื้อนเลือดไม่มีใครได้กลับมาเป็นนายกฯอีกแม้แต่คนเดียว

ปูดคดีฆ่าเสื้อแดงขึ้นศาลโลก ต.ค. นี้

“นายอภิสิทธิ์พูดเหมือนกับรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะรอดพ้นจากการถูกยุบ และตัวเองจะไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ถึงจะรอดเรื่องนี้ไปได้ผมก็จะขอบอกให้เอาบุญว่า อย่างช้าที่สุดภายในเดือน ต.ค. นี้คดีเข่นฆ่าคนเสื้อแดงจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโลก แม้กระบวนการยุติธรรมไทยจะไม่เอาผิดนายอภิสิทธิ์เพราะเป็นผู้มีบุญญาธิการมากแต่ศาลโลกเขาไม่สนใจเรื่องนี้ ผมยืนยันว่าในช่วง 4 เดือนจะมีความชัดเจนในกระบวนการยุติธรรมของศาลโลก จึงทำให้ผมเชื่อว่าชาตินี้นายอภิสิทธิ์ไม่มีทางได้เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2” นายจตุพรกล่าวพร้อมย้ำว่า คนอย่างนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยเดียวก็เกินพอแล้วสำหรับประเทศไทย

“จตุพร” พร้อมแจง กมธ.ตำรวจ

นายจตุพรกล่าวอีกว่า จะเดินทางไปชี้แจงข้อมูลการระเบิดตามที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เชิญแน่นอน แต่อยากให้เชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปด้วย เพราะนายสุเทพเป็นคนระบุเองว่าคนที่ยิงลานจอดรถสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิงทำเนียบรัฐบาล ก่อนหน้านี้ก็บอกว่าเป็นพวกของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล แต่เดี๋ยวนี้ พล.ต.ขัตติยะได้เสียชีวิตแล้ว และพรรคพวกก็อยู่ในคุกหมดแล้ว จึงมีคำถามว่าแล้วใครจะเป็นคนยิง

จี้เรียกทหารแจงเอ็ม 79

“ผมอยากให้เชิญทหารมาด้วย เพราะเอ็ม 79 เถื่อนที่จับได้ที่โรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสมุทรปราการก่อนหน้านี้การข่าวยืนยันชัดเจนว่าทหารมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงอยากรู้ว่าทำมากี่กระบอก เอาไปใช้ที่ไหน ปัจจุบันยังลักลอบทำกันอยู่หรือไม่” นายจตุพรกล่าวและว่า สังคมต้องมีสติและคิดว่าใครได้ประโยชน์จากระเบิดที่ดังตูมตามอยู่ในตอนนี้ เพราะมีจุดน่าสังเกตคือ ทุกครั้งที่เกิดเหตุระเบิดจะลงที่ลานจอดรถหรือไม่ก็กำแพงบ้าน ส่วนตัวพร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจว่าใครได้ประโยชน์ แต่ตำรวจต้องไปเอาตัวคนนั้นมาสอบสวนด้วย

นายจตุพรกล่าวอีกว่า วันที่ 17 ก.ย. นี้จะร่วมกับคนเสื้อแดงไปวางดอกไม้ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เวลา 10.00 น. เพื่อให้กำลังใจกับพรรคพวกที่อยู่ในเรือนจำ วางเสร็จก็จะกลับ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีการปราศรัยละเมิดอำนาจศาล ส่วนการปราศรัยจะไปพูดที่เชียงใหม่ในวันที่ 19 ก.ย.

**********************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น