--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

"ผู้การเชียงใหม่"เผย"กรมรบพิเศษ" เคยโดนบึ้ม2หน ลั่นจะใช้วิธี"ใต้ดิน"โต้กลับบ้าง รับมี"แกนนำชุดดำ"เคลื่อน

มติชนออนไลน์

ตร.เร่งแกะรอยข้อมูลรถถล่มเอ็ม79 บ้านพ่อตาเนวิน "ผู้การเชียงใหม่"ชี้ยังไม่ถึงขั้นใช้"ฉุกเฉิน" เผย"กรมรบพิเศษ"เจอถล่มจริง2ครั้ง หวังเป็นข่าว หนแรกปิดเงียบ ครั้งสองยิงเพิ่มเป็นข่าวสมใจ ยันมีข่าวแผนฆ่า"นายกฯ-รมต."ต้องคุมเข้ม

ตร.ได้เค้ารถยิงบ้านพ่อตาเนวิน

ตำรวจเชียงใหม่เร่งสืบสวนหาคนร้ายยิงลูกระบิดเอ็ม 79 ใส่บริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เลขที่ 30 ถนนมหิดล ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของนายคะแนน สุภา พ่อตานายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย(ภท.) เมื่อกลางดึกวันที่ 12 กันยายนทีผ่านมา ทั้งนี้พ.ต.อ.สุวัฒน์ แก้วดวงโต ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้รับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 13 กันยายนว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดบริเวณโดยรอบ ทั้งของเทศบาลนครเชียงใหม่และจุดต่างๆ เบื้องต้นได้ข้อมูลเกี่ยวกับรถของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ แต่ภาพยังไม่ชัดกำลังพยายามแกะรอย แต่เท่าที่ดูลูกระเบิดถูกต้นไม้ น่าเชื่อว่าคนร้ายจะยิงมาจากด้านหน้าตรงๆ ตัวอาคาร เพียงแต่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนหน้าเต้นท์รถ ส่วนภาพวงจรปิดของบริษัทเชียงใหม่คอนสตรัคชั่นฯเร่งตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ค่อยได้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก เพราะเห็นแต่ภายในตัวบ้านไม่ใช่ภาพภายนอก

ขณะที่นายคะแนน สุภา พ่อตานายเนวิน กล่าวภายหลังมีกระแสข่าวลือว่าจะมีการยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่บริษัทฯซ้ำอีก 1 ลูกว่า ไม่มี แค่เพียงลูกเดียวก็พอแล้ว อย่าทำอีกเลย เพราะข่าวที่ออกไป จ.เชียงใหม่เสียหายหมด ส่วนการซ่อมแซมหลังคาที่เสียหายเป็นรูพรุนกำลังรอช่างดำเนินการส่วนคดีคงต้องรอตำรวจ

ผู้การเชียงใหม่ยังไม่ใช่ฉุกเฉิน

ด้าน พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่าคดียิงเอ็ม79ใส่บ้านพ่อตานายเนวินยังไม่ทราบจะโยงกับการเมืองหรือเป็นประเด็นอะไร เพราะความจริงนายคะแนนไม่เคยยุ่งเรื่องนี้เลย ที่ผ่านมาใครขออะไรก็ให้ ไม่เคยไปกดดันใคร มีแต่นายคะแนนถูกกดดัน หากใครเป็นนายคะแนนก็คงไม่สบายใจ โชคดีที่ตำรวจสามารถจับกุมสองสามีภรรยาซึ่งเคยขว้างระเบิดเพลิงและเผายางรถยนต์หน้าบริษัทนี้ในวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาได้แล้ว

"ในทางคดีคงต้องขอความชัดเจนก่อน เพราะนี่ไม่ใช่การขว้าง แต่เป็นการยิงจากระยะ 400 เมตรวิถีไกลได้ ซึ่งคนยิงไม่จำเป็นต้องมืออาชีพก็ได้ แค่มาฝึกก็ทำได้แล้ว แต่เท่าที่ดูสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีอะไร ไม่จำเป็นต้องขอใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ยกเว้นจะมีอะไรรุนแรงไปมากกว่านี้ เพราะพฤติกรรมยังเหมือนเดิมแต่กล้ามากขึ้น เช่นเปลี่ยนจากกองบัญชาการตำรวจภาค 5 ไปเป็นกรมรบพิเศษที่ 5 แต่ก็ไปคิดแทนคนทำไม่ได้ว่าทำเพื่อหวังอะไร"ผบก.ภ.เชียงใหม่ระบุ

เผยกรมรบพิเศษเจอถล่ม2ครั้ง

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่ากรณีกรมรบพิเศษที่ 5 ยังตรวจสอบลำบาก เพราะรถก่อเหตุวิ่งออกนอกเมือง คนทำเลือกเวลาลงมือ ที่ผ่านมามีฝนตกทำให้มองไม่เห็นอะไรมากนักจากภาพวงจรปิด ที่สำคัญเป้าหมายเป็นสถานที่ไม่ใช่ตัวบุคคล ในทางคดีบางอย่างพูดไม่ได้ เพราะเป็นความมั่นคงของประเทศ แต่ไม่ใช่ตำรวจไม่ทำงาน เมื่อมาใต้ดินก็ต้องดำเนินการใต้ดินเช่นกัน เพราะเหตุที่กรมรบพิเศษมีมาแล้วรวม 2 ครั้ง แต่ครั้งแรกไม่เป็นข่าว พอครั้งที่สองเขาก็พยายามยิงเพิ่มให้มาก จุดประสงค์คือเพื่อบีบให้เป็นข่าวและก็เป็นข่าวสมใจ

"ปัญหาคือเราไม่รู้ว่าเรารบกับใคร มาตรการที่เราทำมีอยู่ตลอดไม่เคยปล่อย โดยเฉพาะการกวาดล้างอาวุธสงครามทำมาตลอด 2 ปีนี้ ตรวจยึดจับกุมได้มาก การนำออกมาใช้แสดงว่ามีการขยายให้รุนแรง เพราะเป็นอาวุธหนักไม่ธรรมดา ในแง่การข่าวเป็นไปได้ที่จะมีการลงมือปฏิบัติการอีก แต่ไม่รู้ว่าจุดตรงไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยกระดับความเข้มงวดมากจนประชาชนไม่รู้สึก เพียงแค่ไม่มีทหารออกมาตั้งด่านรวมหรือมีอุปกรณ์กีดขวางมวลชนมาวางป้องกันไว้ เพราะไม่อยากให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าอยู่ในภาวะสงครามเท่านั้น ทำให้การยกระดับทำได้เพียงระดับกลาง และต้องเพิ่มประสิทธิภาพคนหาข่าวให้มากขึ้น"ผบก.ภ.เชียงใหม่ระบุ

ยอมรับมีกองกำลังชายชุดดำ

พล.ต.ต.สมหมาย กล่าวว่า ยอมรับว่าเชียงใหม่มีกองกำลังชายชุดดำอยู่ แต่ก็เป็นกลุ่มเดิมซึ่งไม่ใช่นักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนมีความรู้จัดตั้งมาแล้ว แต่รับรองว่าเชียงใหม่จะไม่มีทางเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่ เพราะทุกวันนี้สภาพเศรษฐกิจก็แย่พอแล้วคงไม่มีใครยอม เพียงไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก โดยเฉพาะการรวมพลังของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 กันยายนนี้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะดูแลประชาชน ตำรวจพร้อมรับสถานการณ์ มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเหมือนตอนถูกกระชับพื้นที่ เพียงแต่ขอร้องให้ประชาชนช่วยเป็นตาให้ หากพบอะไรน่าสงสัยให้รีบแจ้งเราไปตรวจสอบ

ยันมีข่าวแผนฆ่า"นายกฯ-รมต."

"มีมานานแล้วเรื่องข่าวแผนสังหารนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในการร่วมประชุมใหญ่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีการคุมเข้มกันอย่างหนักแบบนี้ เวลานายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเดินทางไปที่ไหนก็ตาม แต่ทั้งนี้ต้องไม่ตื่นหากแต่วางแผนป้องกันและรับมือให้เต็มที่"ผบก.ภ.เชียงใหม่ระบุ

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างลาราชการไปต่างประเทศ มีคำสั่งด่วนให้ กอ.รมน.(กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน)จ.เชียงใหม่ นัดประชุมหน่วยหลักและหน่วยข่าวทุกหน่วย เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง(กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ กลุ่มนปช.)ที่จะใช้พื้นที่ จ.เชียงใหม่ จัดกิจกรรมช่วงวันที่ 18-19 กันยายนนี้ และอาจมีเหตุไม่น่าไว้วางใจเกิดขึ้น จึงมีความห่วงใยอย่างมาก และให้นำข้อมูลเข้ารายงานในการประชุมหน่วยงานความมั่นคงในบ่ายวันที่ 14 กันยายนนี้ โดยเน้นให้หัวหน้าหน่วยที่สามารถตัดสินใจได้เข้าที่ประชุมพร้อมกัน

พบระเบิดลูกเกลี้ยงซุกหวังป่วน

ต่อมา เวลา 11.30 น.ศูนย์วิทยุลำพูน รับแจ้งจากชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ข้างเสาไฟฟ้า บริเวณศาลาที่พักริมทาง หมู่ 3 บ้านสันกับตอง ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน จึงประสานชุดเก็บกู้ระเบิด สภ.เมืองลำพูน นำโดย ด.ต.ถนอม สุวรรณภา รุดไปตรวจสอบพบถุงพลาสติกสีขาว ข้างในมีถ้วยมาม่าคัพที่กินแล้ว ด้านในมีวัตถุต้องสงสัยพันด้วยผ้าขาวไว้ จึงแกะตรวจดู พบเป็นลูกระเบิด เอ็ม-69 ผิวเกลี้ยง อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา คาดเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หรือวัยรุ่นกวนเมือง แต่เนื่องจากว่ายังไม่ต้องการใช้ จึงนำมาทิ้งไว้บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจ.เชียงใหม่และลำพูน อยู่ห่างจาก จ.เชียงใหม่ ไม่ถึง 1 กิโลเมตร จึงเก็บระเบิดไว้ตรวจสอบอีกครั้ง

"มาร์ค"พร้อมดูจว.ขอใช้"ฉุกเฉิน"

วันเดียวกัน ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค เวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเป็นไปได้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดที่ยกเลิกไปแล้วอีกครั้งหลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดอย่างต่อเนื่อง ว่า ถ้าผู้ปฏิบัติมีความจำเป็น หรือมีความต้องการอะไร สามารถเสนอมาได้ผ่านทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และตนจะลองพิจารณาดู แต่ความพยายามของรัฐบาลคือพยายามให้บริหารจัดการให้ได้ภายใต้กฎหมายปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีรายงานหรือไม่ว่าจังหวัดที่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วเสนอให้กลับมาใช้กฎหมายดังกล่าวอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ายังไม่มีจังหวัดไหนที่ชัดเจนขนาดนั้น อย่างเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาเดินทางไปจ.นครปฐม พูดคุยกับม.ล. ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าฯนครปฐม ชี้แจงว่าเมื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร

ชี้ยิงบ้านพ่อตาเนวินมุ่งสัญลักษณ์

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ดูจะพุ่งเป้าไปที่ตัวนักการเมือง ล่าสุดยิงระเบิดใส่บ้านพักพ่อตาของนายเนวิน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีปัญหามุ่งทำในเชิงสัญลักษณ์บ้าง ทำจริงบ้าง เรื่องเหล่านี้ทุกคนคงทราบดี รัฐบาลก็ต้องระมัดระวังและแก้ไขกันไป ส่วนกรณีวิทยุชุมชนจ.เชียงใหม่ที่เคยถูกปิดไปแล้วปัจจุบันกลับมาเปิดขึ้นมาใหม่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าถ้าเปิดใหม่แล้วมีปัญหาก็ดำเนินการตามกฎหมายได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และตำรวจมีระบบดูแล ขอให้มีการแจ้งเบาะแสเข้าไป

เมื่อถามว่าหนังสือพิมพ์เรดนิวส์ที่ถูกศอฉ.สั่งปิดก็เตรียมไปเปิดตัวที่จ.เชียงใหม่ด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อะไรที่ผิดกฎหมายก็ทำไม่ได้ อะไรที่ถูกกฎหมายก็สามารถทำได้ แต่ละกรณีไม่เหมือนกัน บางเรื่องต้องยอมรับว่าถ้าต้นทุนต่ำ และระบบต่างๆ ค่อนข้างเสรี ก็เป็นปัญหา

"ป๊อก"ย้ำไม่ใช้ฉุกเฉินเชียงใหม่

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณียิงระเบิดเอ็ม 79 ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า เป็นการสร้างสถานการณ์การยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ไปในสถานที่ต่างๆ การป้องกันของหน่วยทหารถือว่าเป็นเชิงรับ ตรวจดูแลได้เพียงสังเกตการณ์ เพราะจุดที่คนร้ายลอบยิงเอ็ม 79 มาจากรัศมีทำการ 400 กว่าหลา ถ้าจะให้ป้องกันได้ผล ต้องนำกำลังทหารไปวางไว้ในรัศมีที่สามารถยิงได้ ขณะนี้ยังไม่เหมาะสมในการไปวางกำลัง เพราะติดเรื่องกฎหมายรองรับ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ถูกยกเลิกไปแล้ว

"ตอนนี้ทำได้คืออยู่ในที่ตั้ง และเฝ้าตรวจตราระมัดระวัง และถึงแม้ว่าจะนำกำลังออกไปวางไว้ข้างนอก แต่การใช้อาวุธก็ยังมีขอบเขต เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเมื่อใช้กฎหมายปกติไม่ว่าจุดใดในประเทศไทย เว้นแต่ในหน่วยทหาร คงต้องให้ตำรวจดูแล แต่การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน จ.เชียงใหม่อีกครั้งคงไม่เหมาะสม เหมือนที่นายอภิสิทธิ์ ระบุ เพราะจะส่งผลกระทบต่อคนโดยร่วมใน จ.เชียงใหม่ เมื่อไม่มีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทางตำรวจสามารถร้องขอให้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้ ซึ่งตามจุดต่างๆที่ตำรวจปฏิบัติงาน ทหารจะเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในจุดนั้น”ผบ.ทบ.ระบุ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น