โดย หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน
กรณีวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธ ที่มีคนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้อง และกรณีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ทั้งที่ตกเป็นจำเลยคดีการหายตัวไปของนายมูฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียนั้น
ทำให้ภาพของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกจับตามอง และมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่ายึดในหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่างที่ประกาศจริงหรือไม่
เพราะทั้ง 2 กรณีส่งผลกระทบกับกระบวนการยุติธรรมของไทยไม่มากก็น้อย หลังจากศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องขอให้ปล่อยตัววิคเตอร์ บูท กลับมีข่าวว่านายศิริโชค โสภา คนสนิทนายกรัฐมนตรี เข้าไปเจรจากับวิคเตอร์ บูท เพื่อใช้กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แลกกับการไม่ถูกส่งตัวไปสหรัฐ แม้จะมีการออกมาตอบโต้กันอยู่ระยะหนึ่งแต่ขณะนี้เรื่องของคดีก็เงียบหายไป หลังจากอัยการฝ่ายต่างประเทศยื่นคำร้องขอถอนฟ้องวิคเตอร์ บูท ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินตามคำร้องขอของรัฐบาลสหรัฐแล้วก็ตาม
ล่าสุดสื่อต่างประเทศได้ประโคมข่าวว่า ทางการรัสเซียอาจสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ให้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง เพื่อแลกกับการปล่อยตัววิคเตอร์ บูท ซึ่งไม่ได้มีผลดีต่อประเทศไทยเลย
ขณะที่ด้านสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยก็มีรายงานข่าวว่ากำลังพิจารณาเพื่อตอบโต้นายอภิสิทธิ์ที่ยืนยันการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด โดยอาจลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลงอีกระดับหนึ่ง เหลือเพียงระดับเลขานุการประจำสถานทูต ซึ่งเป็นระดับล่างสุด หรือปิดสถานทูตชั่วคราว 1 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น
โดยก่อนหน้านี้นายนาบิล เอช. อัชรี อุปทูตซาอุดีอาระเบีย ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 ตอบโต้ฝ่ายไทยที่ระบุว่าทางซาอุฯได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนรอบด้านทำให้ไม่เข้าใจเรื่องการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด จึงไม่เข้าใจข้อกฎหมายของไทยแล้วนำไปตีความผิดว่าไม่เป็นความจริง แต่ทางซาอุฯไม่ต้องการเห็นการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
กรณีวิคเตอร์ บูท และ พล.ต.ท.สมคิดรัฐบาลประชาธิปัตย์จึงต้องตอบสังคมให้ได้ว่า ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนหรือผลประโยชน์ของพรรค เพราะทั้งสองไม่อาจแยกออกจากความมั่นคงของรัฐบาลประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น