คุณณวัฒน์ ถ้าคุณรักประเทศ คุณจะมาประจานคนไทยทำไม ให้ต่างชาติมาถือป้ายด่าคนไทยด้วยกัน”
แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ แต่กระแส“นางงามต้านม็อบ”ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก กรณีที่ผู้เข้าประกวด “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2013” ซึ่งเป็นสาวงาม 75 ประเทศทั่วโลก รวมไทยด้วย

ทั้งแถลงข่าว ทั้งสวมชูบิกินี่ ชูป้ายต้าน“ม็อบคัดค้านนิรโทษกรรม” ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยขณะนี้ โดยมี ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้ก่อตั้งและจัดประกวดเวทีดังกล่าว คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
โดยในแถลงการณ์ของณวัฒน์และเหล่านางงามผู้เข้าประกวดระบุว่า ภายหลังจากที่ผู้เข้าประกวดได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยทำกิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดเชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ทว่าระหว่างการเก็บตัวพวกเธอได้มองเห็นความขัดแย้ง การก่อม็อบประท้วง การแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ความไม่ปรองดอง ก่อให้เกิดความไม่สงบ และความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ ทางองค์กร และเหล่าสาวงาม 75 ประเทศ จึงมีมติร่วมกันจัดม็อบยุติความขัดแย้ง และเตรียมยื่นหนังสือถึงแกนนำผู้ชุมนุมการเมือง ขอลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น พร้อมชูป้ายข้อความ “NO MOB, STOP THE WAR ยุติสงคราม"
หลังจากณวัฒน์และนางงามได้แสดงจุดยืนการต่อต้านการชุมนุมของม็อบในขณะนี้ ปรากฏว่า ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ข้อมูล ประเด็นที่ให้นางงามต่างชาติถือป้ายรณรงค์หยุดประท้วง นับว่า เป็นการประจานคนไทยกันเอง
เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้มีความรุนแรงถึงขั้นนองเลือด ซึ่งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยและยึดหลักสันติวิธี ณวัฒน์จึงควรให้ข้อมูลแก่สาวงามอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
นายณวัฒน์ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ โดยอ้างว่า ทางกลุ่มของตนไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายกับกลุ่มคน และกลุ่มการเมืองใด ๆ แต่ต้องการแสดงจุดยืนในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของการประกวดคือ STOP THE WAR การยุติสงครามและความขัดแย้งทุกรูปแบบ
ที่ผ่านมาก็ได้เคยพาผู้เข้าประกวดเดินทางไปเก็บตัวและร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดปัตตานี 4 วัน เพื่อให้กำลังใจแก่พี่น้องคนไทยและผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสันติภาพ โดยเฉพาะทหาร ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย
นอกจากนี้เมื่อช่วงที่มีเหตุการณ์รุนแรงประท้วงในประเทศอียิปต์ ทางองค์กรก็ได้มีการส่งจดหมายผ่านสถานทูตอียิปต์ในประเทศไทย เพื่อขอให้ลดระดับความรุนแรงลงอีกด้วย
“สถานการณ์เมืองไทยขณะนี้ อยากให้สังคม อยากให้ทุกคนเคารพความคิดเห็นของกันและกัน อยากให้ลดความร้อนแรงลง เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสาวงามทุกคนรู้เรื่องนี้ดี จากการเห็นด้วยตัวเอง ทั้งการปิดถนน ข่าวจากสื่อต่าง ๆ ที่สำคัญเราได้อธิบายให้สาวงามเข้าใจอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว”
ทั้งนี้ณวัฒน์ยังกล่าวถึงผลกระทบเวทีประกวดด้วยว่า จากเดิมจะจัดประกวดรอบชิงชนะเลิศที่ธันเดอร์โดม ก็ต้องถูกปิดไป เพราะการชุมนุมในบริเวณนั้น ต้องย้ายไปที่อิมแพ็ค อารีน่า ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น สูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท
ซึ่งประเด็นเรื่องเงินนี้เองได้มีผู้เอามาถกด้วยว่า ณวัฒน์ถูกว่าจ้างให้จัดม็อบนางงาม ซึ่งเป็นเกมการเมือง เพื่อหาเงินมาชดเชยค่าเสียหายที่สูญไป โดยเอานางงามทั้ง 75 ประเทศทั่วโลกมาเป็นเครื่องมือในการเดินเกม!!!
โดยผู้ที่อยู่ในแวดวงประกวดนางงาม ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ปกติแล้วในการประกวดนางงามไม่ว่าจะเป็นเวทีในประเทศหรือระดับนานาชาติ จะไม่เอา 2 เรื่องมาพูดถึงหรือเกี่ยวข้องเลย คือ การเมือง กับศาสนา เพราะถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และจนป่านนี้แล้วก็ไม่เคยเห็นม็อบนางงามบนเวทีประกวดมาก่อนเลย
อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสนาก็มีการประท้วงถือไม่ความเหมาะสมกันมาแล้ว แม้แต่ในเมืองไทยกรณีละครเรื่อง ฟ้าจรดทราย ทางช่อง 7 ก็มีความเคลื่อนไหวทางด้านศาสนาเกิดขึ้น
“ปกติจะมีการสั่งนางงามไว้เลยว่า เมื่อถึงรอบสัมภาษณ์บนเวที ห้ามเอาเรื่องการเมืองและศาสนามาพูดเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการหมิ่นเหม่”
ส่วนอีกความเห็นหนึ่งบอกว่า การที่ณวัฒน์อ้างว่า การต้านม็อบครั้งนี้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ STOP THE WAR ก็คงไม่ถูกต้องมากนัก เพราะคำว่า STOP THE WAR ทุกคนย่อมเข้าใจว่าคือการหยุดยั้งสงคราม แต่ในเมืองไทยแค่ม็อบ ไม่ใช่สงคราม
ดังนั้นการนำนางงามมาชูป้ายในชุดบิกินี่ ถือว่าเป็นการไม่เหมาะสม เหมือนบังคับนางงามให้มาถือป้าย
“เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่า คุณณวัฒน์ฉวยโอกาสหรือไม่? ในการที่ใช้การชุมนุม เอามาช่วยสร้างกระแสข่าวในการประกวดนางงาม เพราะที่ผ่านมาข่าวการประกวดนางงามเวทีนี้ค่อนข้างเงียบ”
ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้นได้ เพราะการที่นางงามจะจัดทำป้ายต่างๆเพื่อมาชูเองนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทางทีมจัดประกวดจะต้องเป็นตัวจัดหามาให้ ขณะเดียวกันหากไม่รู้ ไม่มีคิว ไม่มีการซักซ้อมนางงามไว้ก่อน จู่ๆนางสาวพากันถือป้ายออกมา ผู้จัดก็ต้องสอบถามแล้วว่าถือป้ายมาทำไม และถ้าไม่เห็นด้วย ก็คงไม่เปิดช่วงเวลาให้ถือป้ายถ่ายรูปกันหราได้อย่างที่เห็นแน่นอน
ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ รับรองได้ล้านเปอร์เซนต์ว่า ณวัฒน์รับรู้และสั่งการแน่ๆ
ส่วนว่าทำเพราะอะไร ทำเพื่อเงิน ทำเพราะเลือกข้าง หรือทำเพราะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของคำว่า Stop the War อย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ ณวัฒน์นั่นแหละต้องตอบตัวเองว่าทำไปเพื่ออะไร???
ล่าสุดณวัฒน์ได้พูดถึงประเด็นม็อบนางงามในลักษณะที่น้อยใจว่า โดยส่วนตัวมีความมุ่งมั่นเหมือนกับหลายๆ คน ได้ระมัดระวังการพูดทุกอย่างที่สุดแล้ว พยายามไม่พาดพิงถึงกลุ่มคนกลุ่มการเมืองใด ๆ ผมเห็นด้วยสิ่งที่ทุกคนทำ ยินดีและแฮปปี้ทุกอย่าง
“บอกได้เลยว่า ในชีวิตตัวเองไม่เคยคิดว่าจะมาเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้เลย อยากให้ทุกคนใจเย็นและดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้น สำหรับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 เข้าใจ พร้อมให้กำลังใจมากกว่า ไม่มีใครออกมาตำหนิ แต่รู้สึกน้อยใจพี่กนก รัตน์วงศ์สกุลบ้าง อุตส่าห์เป็นแฟนรายการแต่ ก็ไม่ได้โกรธ เข้าใจอารมณ์และภาพ ผมขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนที่สุด”
ขณะเดียวกันก็มีคนส่วนหนึ่งโพสต์ข้อความให้กำลังใจณวัฒน์ทางออนไลน์ว่า
“..มีคนไม่ชอบก็ธรรมดาครับ แต่คุณณวัฒน์ ผมว่าไม่น่าด่า เพราะเขาแสดงแบบกลางๆ ที่ไม่อยากให้บ้านเรามีข่าวม็อบรายวันจนเทศกาลท่องเที่ยวของประเทศเรา ไม่น่าจะมาต่างชาติเขาเคยเห็นความรุนแรงจากการใช้อาวุธสงครามกลางเมืองหลวงมาแล้ว ก็อาจจะไม่กล้ามาก็ได้ ต่างกับดาราคนอื่นอย่างคุณแตงโม (ภัทรธิดา ที่ขึ้นเวทีเอาประสบการณ์ที่เคยแสบของเธอ ไปคิดว่าคนอื่นเขาจะแสบด้วยแสดงออกจนหมดความเป็นกุลสตรี ไปให้กำลังใจบนเวทีอย่างเดียว น่าจะมีกำไร แต่สิ่งที่เธอทำอย่าว่าแต่เข้าเนื้อเลย ผมว่าเข้าไปถึงกระดูกโน้นเลย ยี่ห้อความหยาบติดหน้าผากไปชั่วชีวิต..”
และบางรายก็มองว่า
“...ไม่เห็นแปลกที่นางงามถือป้ายด่าคนไทย เพราะม็อบก็สมควรถูกด่าแล้ว และความจริงข่าวต่างประเทศก็วิจารณ์ไทยอยู่แล้ว ดีเสียอีกที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า คนไทยไม่เอาม็อบ ขอบคุณณวัฒน์ ทำดีแล้ว...”
แน่นอนว่าหนีไม่พ้นที่จะมีคนโพสต์โต้ตอบว่า คนที่โพสต์เชียร์ณวัฒน์นั้นคือ พรรคพวกที่ถูกณวัฒน์ขอให้ช่วยเขียนโต้ตอบ
งานนี้ ณวัฒน์อาจจะคิดว่าคุ้มมากๆ ที่สร้างกระแสให้กับการจัดประกวดนางงามของตนเอง ที่ผลตอบรับ “ไม่แกรนด์”อย่างที่หวัง ให้กลายมาเป็นประเด็นพูดถึงในสังคม จัดครั้งต่อไปจะได้ไม่แป้กเหมือนครั้งนี้ก็ได้
แต่คำถามที่น่าคิดก็คือ มันคุ้มกันหรือไม่กับการเสี่ยงแบบนั้น
หรือจริงๆแล้วเห็นว่า ไหนๆในเมื่อม็อบยังไม่ได้รู้สึกเลยว่า สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ หรือทำให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ ก็เล่นให้มันสุดๆไปเลย
ผลจึงถูกสังคมแบ่งแยกแตกขั้ววิจารณ์สุดๆไปเลยเช่นกัน
หรือประเทศนี้จะอยู่ในภาวะต้องสาปแล้วจริงๆ!!!
ที่มา.บางกอกทูเดย์
////////////////////////////////////////////////
แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ แต่กระแส“นางงามต้านม็อบ”ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก กรณีที่ผู้เข้าประกวด “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2013” ซึ่งเป็นสาวงาม 75 ประเทศทั่วโลก รวมไทยด้วย
ทั้งแถลงข่าว ทั้งสวมชูบิกินี่ ชูป้ายต้าน“ม็อบคัดค้านนิรโทษกรรม” ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยขณะนี้ โดยมี ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้ก่อตั้งและจัดประกวดเวทีดังกล่าว คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
โดยในแถลงการณ์ของณวัฒน์และเหล่านางงามผู้เข้าประกวดระบุว่า ภายหลังจากที่ผู้เข้าประกวดได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยทำกิจกรรมต่างๆ ที่จังหวัดเชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ทว่าระหว่างการเก็บตัวพวกเธอได้มองเห็นความขัดแย้ง การก่อม็อบประท้วง การแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ความไม่ปรองดอง ก่อให้เกิดความไม่สงบ และความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ ทางองค์กร และเหล่าสาวงาม 75 ประเทศ จึงมีมติร่วมกันจัดม็อบยุติความขัดแย้ง และเตรียมยื่นหนังสือถึงแกนนำผู้ชุมนุมการเมือง ขอลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น พร้อมชูป้ายข้อความ “NO MOB, STOP THE WAR ยุติสงคราม"
หลังจากณวัฒน์และนางงามได้แสดงจุดยืนการต่อต้านการชุมนุมของม็อบในขณะนี้ ปรากฏว่า ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ข้อมูล ประเด็นที่ให้นางงามต่างชาติถือป้ายรณรงค์หยุดประท้วง นับว่า เป็นการประจานคนไทยกันเอง
เนื่องจากสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้มีความรุนแรงถึงขั้นนองเลือด ซึ่งเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยและยึดหลักสันติวิธี ณวัฒน์จึงควรให้ข้อมูลแก่สาวงามอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
นายณวัฒน์ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ โดยอ้างว่า ทางกลุ่มของตนไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวร้ายกับกลุ่มคน และกลุ่มการเมืองใด ๆ แต่ต้องการแสดงจุดยืนในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของการประกวดคือ STOP THE WAR การยุติสงครามและความขัดแย้งทุกรูปแบบ
ที่ผ่านมาก็ได้เคยพาผู้เข้าประกวดเดินทางไปเก็บตัวและร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดปัตตานี 4 วัน เพื่อให้กำลังใจแก่พี่น้องคนไทยและผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสันติภาพ โดยเฉพาะทหาร ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย
นอกจากนี้เมื่อช่วงที่มีเหตุการณ์รุนแรงประท้วงในประเทศอียิปต์ ทางองค์กรก็ได้มีการส่งจดหมายผ่านสถานทูตอียิปต์ในประเทศไทย เพื่อขอให้ลดระดับความรุนแรงลงอีกด้วย
“สถานการณ์เมืองไทยขณะนี้ อยากให้สังคม อยากให้ทุกคนเคารพความคิดเห็นของกันและกัน อยากให้ลดความร้อนแรงลง เพื่อไม่ให้นำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งสาวงามทุกคนรู้เรื่องนี้ดี จากการเห็นด้วยตัวเอง ทั้งการปิดถนน ข่าวจากสื่อต่าง ๆ ที่สำคัญเราได้อธิบายให้สาวงามเข้าใจอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว”
ทั้งนี้ณวัฒน์ยังกล่าวถึงผลกระทบเวทีประกวดด้วยว่า จากเดิมจะจัดประกวดรอบชิงชนะเลิศที่ธันเดอร์โดม ก็ต้องถูกปิดไป เพราะการชุมนุมในบริเวณนั้น ต้องย้ายไปที่อิมแพ็ค อารีน่า ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น สูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท
ซึ่งประเด็นเรื่องเงินนี้เองได้มีผู้เอามาถกด้วยว่า ณวัฒน์ถูกว่าจ้างให้จัดม็อบนางงาม ซึ่งเป็นเกมการเมือง เพื่อหาเงินมาชดเชยค่าเสียหายที่สูญไป โดยเอานางงามทั้ง 75 ประเทศทั่วโลกมาเป็นเครื่องมือในการเดินเกม!!!
โดยผู้ที่อยู่ในแวดวงประกวดนางงาม ส่วนหนึ่งมีความเห็นว่า ปกติแล้วในการประกวดนางงามไม่ว่าจะเป็นเวทีในประเทศหรือระดับนานาชาติ จะไม่เอา 2 เรื่องมาพูดถึงหรือเกี่ยวข้องเลย คือ การเมือง กับศาสนา เพราะถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และจนป่านนี้แล้วก็ไม่เคยเห็นม็อบนางงามบนเวทีประกวดมาก่อนเลย
อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับศาสนาก็มีการประท้วงถือไม่ความเหมาะสมกันมาแล้ว แม้แต่ในเมืองไทยกรณีละครเรื่อง ฟ้าจรดทราย ทางช่อง 7 ก็มีความเคลื่อนไหวทางด้านศาสนาเกิดขึ้น
“ปกติจะมีการสั่งนางงามไว้เลยว่า เมื่อถึงรอบสัมภาษณ์บนเวที ห้ามเอาเรื่องการเมืองและศาสนามาพูดเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อการหมิ่นเหม่”
ส่วนอีกความเห็นหนึ่งบอกว่า การที่ณวัฒน์อ้างว่า การต้านม็อบครั้งนี้เป็นไปตามคอนเซ็ปต์ STOP THE WAR ก็คงไม่ถูกต้องมากนัก เพราะคำว่า STOP THE WAR ทุกคนย่อมเข้าใจว่าคือการหยุดยั้งสงคราม แต่ในเมืองไทยแค่ม็อบ ไม่ใช่สงคราม
ดังนั้นการนำนางงามมาชูป้ายในชุดบิกินี่ ถือว่าเป็นการไม่เหมาะสม เหมือนบังคับนางงามให้มาถือป้าย
“เป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกันว่า คุณณวัฒน์ฉวยโอกาสหรือไม่? ในการที่ใช้การชุมนุม เอามาช่วยสร้างกระแสข่าวในการประกวดนางงาม เพราะที่ผ่านมาข่าวการประกวดนางงามเวทีนี้ค่อนข้างเงียบ”
ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้นได้ เพราะการที่นางงามจะจัดทำป้ายต่างๆเพื่อมาชูเองนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทางทีมจัดประกวดจะต้องเป็นตัวจัดหามาให้ ขณะเดียวกันหากไม่รู้ ไม่มีคิว ไม่มีการซักซ้อมนางงามไว้ก่อน จู่ๆนางสาวพากันถือป้ายออกมา ผู้จัดก็ต้องสอบถามแล้วว่าถือป้ายมาทำไม และถ้าไม่เห็นด้วย ก็คงไม่เปิดช่วงเวลาให้ถือป้ายถ่ายรูปกันหราได้อย่างที่เห็นแน่นอน
ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ รับรองได้ล้านเปอร์เซนต์ว่า ณวัฒน์รับรู้และสั่งการแน่ๆ
ส่วนว่าทำเพราะอะไร ทำเพื่อเงิน ทำเพราะเลือกข้าง หรือทำเพราะเข้าใจคอนเซ็ปต์ของคำว่า Stop the War อย่างนั้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ ณวัฒน์นั่นแหละต้องตอบตัวเองว่าทำไปเพื่ออะไร???
ล่าสุดณวัฒน์ได้พูดถึงประเด็นม็อบนางงามในลักษณะที่น้อยใจว่า โดยส่วนตัวมีความมุ่งมั่นเหมือนกับหลายๆ คน ได้ระมัดระวังการพูดทุกอย่างที่สุดแล้ว พยายามไม่พาดพิงถึงกลุ่มคนกลุ่มการเมืองใด ๆ ผมเห็นด้วยสิ่งที่ทุกคนทำ ยินดีและแฮปปี้ทุกอย่าง
“บอกได้เลยว่า ในชีวิตตัวเองไม่เคยคิดว่าจะมาเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้เลย อยากให้ทุกคนใจเย็นและดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้น สำหรับผู้ใหญ่ทางช่อง 7 เข้าใจ พร้อมให้กำลังใจมากกว่า ไม่มีใครออกมาตำหนิ แต่รู้สึกน้อยใจพี่กนก รัตน์วงศ์สกุลบ้าง อุตส่าห์เป็นแฟนรายการแต่ ก็ไม่ได้โกรธ เข้าใจอารมณ์และภาพ ผมขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนที่สุด”
ขณะเดียวกันก็มีคนส่วนหนึ่งโพสต์ข้อความให้กำลังใจณวัฒน์ทางออนไลน์ว่า
“..มีคนไม่ชอบก็ธรรมดาครับ แต่คุณณวัฒน์ ผมว่าไม่น่าด่า เพราะเขาแสดงแบบกลางๆ ที่ไม่อยากให้บ้านเรามีข่าวม็อบรายวันจนเทศกาลท่องเที่ยวของประเทศเรา ไม่น่าจะมาต่างชาติเขาเคยเห็นความรุนแรงจากการใช้อาวุธสงครามกลางเมืองหลวงมาแล้ว ก็อาจจะไม่กล้ามาก็ได้ ต่างกับดาราคนอื่นอย่างคุณแตงโม (ภัทรธิดา ที่ขึ้นเวทีเอาประสบการณ์ที่เคยแสบของเธอ ไปคิดว่าคนอื่นเขาจะแสบด้วยแสดงออกจนหมดความเป็นกุลสตรี ไปให้กำลังใจบนเวทีอย่างเดียว น่าจะมีกำไร แต่สิ่งที่เธอทำอย่าว่าแต่เข้าเนื้อเลย ผมว่าเข้าไปถึงกระดูกโน้นเลย ยี่ห้อความหยาบติดหน้าผากไปชั่วชีวิต..”
และบางรายก็มองว่า
“...ไม่เห็นแปลกที่นางงามถือป้ายด่าคนไทย เพราะม็อบก็สมควรถูกด่าแล้ว และความจริงข่าวต่างประเทศก็วิจารณ์ไทยอยู่แล้ว ดีเสียอีกที่บอกให้ชาวโลกรู้ว่า คนไทยไม่เอาม็อบ ขอบคุณณวัฒน์ ทำดีแล้ว...”
แน่นอนว่าหนีไม่พ้นที่จะมีคนโพสต์โต้ตอบว่า คนที่โพสต์เชียร์ณวัฒน์นั้นคือ พรรคพวกที่ถูกณวัฒน์ขอให้ช่วยเขียนโต้ตอบ
งานนี้ ณวัฒน์อาจจะคิดว่าคุ้มมากๆ ที่สร้างกระแสให้กับการจัดประกวดนางงามของตนเอง ที่ผลตอบรับ “ไม่แกรนด์”อย่างที่หวัง ให้กลายมาเป็นประเด็นพูดถึงในสังคม จัดครั้งต่อไปจะได้ไม่แป้กเหมือนครั้งนี้ก็ได้
แต่คำถามที่น่าคิดก็คือ มันคุ้มกันหรือไม่กับการเสี่ยงแบบนั้น
หรือจริงๆแล้วเห็นว่า ไหนๆในเมื่อม็อบยังไม่ได้รู้สึกเลยว่า สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ หรือทำให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ ก็เล่นให้มันสุดๆไปเลย
ผลจึงถูกสังคมแบ่งแยกแตกขั้ววิจารณ์สุดๆไปเลยเช่นกัน
หรือประเทศนี้จะอยู่ในภาวะต้องสาปแล้วจริงๆ!!!
ที่มา.บางกอกทูเดย์
////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น