--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แดงปูดนายกฯพระราชทาน !!?

 สุเทพดัน (พ)ขัดตาทัพ ทหารวอนทุกฝ่ายหยุดทำลายประเทศ

ยิ่งลักษณ์. รับกังวลศาลรธน.วินิจฉัยที่มาส.ว.เป็นโมฆะ โยนกฤษฎีกาศึกษา เผยสภายังไม่ส่งร่างกม.2 ล้านล.ถึงมือรบ. ยันเดินเรื่องตามขั้นตอน "นิคม"ไม่หวั่นปปช.รับคำร้องถอดถอน แย้มลงเรือลำเดียวพท. "ปปช." เตรียมเรียกไต่สวนถอดถอน "ขุนค้อน-นิคม"นัดแรก26พ.ย. ลั่นทำคดีเร็วไม่เคยช้า "กมธ.พิทักษ์สถาบันฯวุฒิ" ซัด "จารุพงศ์" ฝ่าฝืนหลักนิติรัฐ-ละเมิดพระราชอำนาจ จี้"ยิ่งลักษณ์" ขอ พระราชทานกม.คืน "มาร์ค"เล็งยื่น ปปช.ฟันยกแก๊งพ่วง "ยิ่งลักษณ์" สัปดาห์หน้า บี้ ประกาศให้ชัดยอมรับอำนาจศาลหรือไม่ "ขุนค้อน"บรรจุญัตติซักฟอก 2วัน 26-27พ.ย. "ปู-เจ๊แดง"ถกวอร์รูมรับมือซักฟอก "นิวัฒน์ธำรง"เผยนายกฯพร้อมแจง "จำนำข้าว" ด้วยตัวเอง "รองโฆษกพท."ปูดแผนบันได 3 ขั้น ดัน"มาร์ค" นั่งนายกฯภายในสิ้นปี ขณะที่"แดง"แฉ"สุเทพ"วางแผนดัน"พ" นั่งนายกฯพระราชทาน ส่วน "กองทัพ" จ่อเอาผิดคนแอบอ้างเป็นทหารพรานกุข่าวอาวุธเข้าม็อบ ซัดปมการเมืองทำลายความมั่นคงฯ วอนทุกฝ่ายหยุดสร้างความเกรียดชัง-ทำลายประเทศ "สมช."จับตาม็อบราชดำเนินชุมนุม24พ.ย.เล็งต่อพ.ร.บ.มั่นคงฯหากชุมนุมยืดเยื้อ หวั่นมือที่ 3 ป่วน "เฉลิม"ขู่จับตา"สุเทพ" ทำผิดกม.จับทันที "แกนนำม็อบราชดำเนิน" แย้มเตรียมล้านคนทำกิจกรรม "เดินอารยะ" 25 พ.ย.นี้
   
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านและกลุ่ม 40 ส.ว.เรียกร้องให้แสดงความรับผิดกรณีการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า ขั้นตอนต่างๆ ทำตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีข้อกฎหมายอยู่ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นคงต้องให้กฤษฎีกาศึกษาก่อน ยืนยันว่าได้พยายามทำตามขั้นตอนทุกอย่าง พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้กังวลมาตลอด เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง หรือความเห็นที่ไม่เหมือนกัน จึงหวังว่าเรื่องการศึกษาข้อกฎหมายจะมีทางออก เพราะอยากให้บรรยากาศเป็นไปในทางที่ดี เนื่องจากใกล้เดือนมหามงคลและใกล้เทศกาลปีใหม่
   
เมื่อถามว่า สถานการณ์จะวุ่นวายมากขึ้นหรือไม่เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีธงที่จะล่าชื่อถอดถอนคณะตุลา การศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯ กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ เพราะทุกคนต้องแสดงออก ในจุดยืนของแต่ละคน ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)รับลูกจากศาลรัฐธรรมนูญไปพิจารณาต่อทันทีนั้น หวังว่าทุกฝ่ายที่ยึดความยุติธรรม จะยึดหลักกติกาของบ้านเมือง เพื่อให้มีทางออก ให้แต่ละคนสามารถเดินต่อได้ และหวังว่าจะเห็นอย่างนั้น เพราะถ้าไม่มีทางออก เกรงว่าประเทศจะมีความเห็นที่ต่างกัน จึงหวังว่า การศึกษาต่างๆ ด้วยความรอบคอบ ด้วยเหตุผล จะเป็นทางออกและแก้ปัญหาต่อไป
   
เมื่อถามว่า ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท นายกฯจะพิจารณาอย่างไร และนำขึ้นทูลเกล้าฯทันทีหรือไม่ เพราะขั้นตอนที่สภาฯจบแล้ว นายกฯกล่าวว่า ขั้นตอนของพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต่างกับขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และยืนยันจะทำตามขั้นตอน และจะแจ้งให้ทราบ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้รับเรื่องจากสภาฯ
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯจะให้สัมภาษณ์ได้พูดคุยกับ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ ถึงปัญหาหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขที่มาส.ว.เป็นโมฆะ หลังฝ่ายค้านยืนเรื่องต่อป.ป.ช.ให้ถอดถอนกรณีการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นเวลา 15 นาที จากนั้นให้สัมภาษณ์โดยเรียกนายนิวัฒน์ธำรงและนายวราเทพ มายืนด้านหลังขณะให้สัมภาษณ์

นิคม แย้มลงเรือลำเดียวพท.
   
ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติรับคำร้องถอดถอนออกจากตำแหน่งว่า ได้เตรียมหลักฐานชี้แจงไว้แล้ว จึงไม่กังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกระบวนการ เพราะดำเนินการตามกระบวนการและในวันที่ 25 พ.ย.กลุ่ม ส.ว.จะมีการหารือกัน โดยผลจะออกมาเป็นอย่างไร รวมทั้งจะเป็นแนวทางเดียวกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่ส่วนตัวมองว่า เมื่อลงเรือลำเดียวกับพรรคเพื่อไทยแล้วคงต้องทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาก็คล้ายกับคำร้องของผู้ร้องตนไม่แปลกใจ กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องดูเนื้อหาอีกทีว่าคำวินิจฉัยนั้นอยู่บนพื้นฐานของอะไร ส่วนเรื่องนี้จะจบอย่างไรก็อยากให้เป็นไปตามกระบวนการ ถ้าถูกก็ต้องรับ ผิดก็ต้องรับ ก็ต้องพิจารณาดูกัน
   
ส่วนตัวมองว่าทุกเรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ผมไม่อยากให้ตกค้าง อยากให้เดินหน้าต่อไป ส่วนที่หลายฝ่ายวิเคราะห์หลังจากนี้จะเกิดภาวะสุญญากาศ ก็อาจจะเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ แล้วแต่กระบวนการ"

ร้องกองปราบเอาผิดตุลาการฯ
   
ส่วนที่กองปราบปราม พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ได้เดินทางไปยื่นร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับคณะตุลาการฯ ในความผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 หลังคณะตุลาการฯได้พิจารณาคำร้องเกี่ยวเนื่องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ว.
   
ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)นายคารม พลพรกลาง ทนายความ กลุ่ม นปช.เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.เพื่อคัดค้านการตั้งกรรมการ ป.ป.ช.เป็นองค์คณะไต่สวนถอดถอนนายสมศักดิ์ นายนิคมและดำเนินคดีอาญากับสมาชิกรัฐสภา ที่ลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว.โดยนายคารม กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 131 วรรคหนึ่ง ระบุ ระหว่างเปิดสมัยประชุม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการห้ามมิให้จับกุมคุมขังหรือเรียกตัวสมาชิกรัฐสภาไปสอบสวน ในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ดังนั้นการดำเนินการไต่สวนจึงไม่สามารถทำได้ โดยกล่าวย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาถือเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ ตามที่มีการกล่าวหา ซึ่งหาก ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนก็เท่ากับเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 ดังนั้น ขอให้ทางคณะกรรมการป.ป.ช. มีมติปฏิเสธ หรือมีมติไม่คำกล่าวหาของบุคคลต่างๆ ที่ได้เคยยื่นคำร้องไว้

40สว.ยื่นฟันอาญาสมาชิกรัฐสภา
   
ขณะเดียวกัน นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา ในฐานะตัวแทนของกลุ่ม 40 ส.ว. ได้เดินทางเข้ายื่นเอกสารประกอบการพิจารณาต่อป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบการกระทำของสมาชิกรัฐสภาที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของส.ว.ว่าเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฏหมายอาญา
   
นายวันชัย กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลชี้ชัดว่าร่างรัฐธรรมนูญ มิใช่ร่างเดิมที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ยื่นต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.56 แต่เป็นร่างที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ มีข้อความแตกต่างจากร่างเดิมเป็นลักษณะสอดใส้หรือลักไก่เพิ่มเติมข้อความเข้ามา จึงขอให้ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน ของผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ากระทำผิดหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วเห็นว่า มีมูล ขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
   
กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ จึงขอให้ ทางป.ป.ช.ดำเนินการพิจารณาอย่างเร่งด่วน"

นัดไต่สวนถอดถอน26พ.ย.
   
ส่วน นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวถึงการตั้งองค์คณะไต่สวนถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาและดำเนินคดีอาญากับส.ส.และส.ว.ที่ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว.ว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการไต่สวนโดยเร็ว แต่คงรีบร้อนพิจารณาไม่ได้ เพราะจะโดนข้อครหาว่าทำแบบลับๆ โดยคาดว่าวันที่ 26 พ.ย.นี้จะเริ่มหารือถึงแนวทางการไต่สวน ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยต้องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทุกคนรับทราบข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนระยะเวลาการตัดสินนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเอกสารและถ้อยคำต่างๆ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาสมาชิก จำนวน 310 คน หรือจะให้มาชี้แจง เป็นรายคนหรือไม่นั้นต้องดูความครบถ้วนก่อน ซึ่งส่วนใหญ่คณะกรรมการจะแยกเรื่องถอดถอนก่อน เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับคดีอา ญาค่อนข้างจะซับซ้อนและยาก ดังนั้นเรื่องถอดถอนจะต้องดำเนินการเสร็จก่อนเรื่องอาญาอย่างแน่นอน
   
ที่ผ่านมาป.ป.ช.ทำงานด้านการพิจารณาถอดถอนเสร็จเร็ว เพียงแต่ว่าเมื่อไปถึงวุฒิสภาโอกาสที่จะลงมติให้ถอดถอนค่อนข้างยาก แต่ทุกส่วนก็ต้องดำเนินตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับการกดบัตรแทนกัน การปลอมเอกสารว่าผูกพันกับป.ป.ช.ด้วยหรือไม่นั้น ก็มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องจริยธรรม"
   
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับอำนาจศาล นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะคำวินิจฉัยต้องผูกพันทุกองค์กรหากมีคนไม่รับอำนาจก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล แต่ป.ป.ช.ให้โอกาส แก่ผู้ที่ถูกกล่าวหาให้เข้ามาชี้แจงอยู่แล้ว ส่วนที่พรรคเพื่อไทยจะดำเนินคดีอาญากับตุลาการฯตามมาตรา 112 นั้น ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะยังไม่เห็นการร้องเรียนหรือการฟ้อง ซึ่งเห็นแต่คนแถลง ซึ่งการแถลงก็ยังไม่ผูกมัดอะไร

อธิการบดีหวั่นกม.เกิดกลียุค
   
ส่วน นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศษสตร์ กล่าวว่า เมื่อศาลวินิจฉัยเช่นนี้ ร่างที่มาของส.ว.ก็ตกไป และเท่าที่อ่านคำวินิจฉัย เห็นว่าศาลเน้นหนักไปที่กระบวนการตรา แต่ยังไม่ลงลึกไปที่เนื้อหาของการแก้ไข ดังนั้นเมื่อมีการเสนอร่างไปยังพระมหากษัตริย์แล้ว โดยหลักการรัฐบาลต้องไปถอนร่างออกมาอย่างไรก็ตาม การปฏิเสธอำนาจศาล ของพรรคเพื่อไทย จะทำให้อนอนาคต เกิดปัยหาเรื่องกลียุคต่อระบบกฎหมายไทยได้

นิด้าคาดยุบสภาใน2-3 วันนี้
   
นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ กล่าวในงานเสวนาวิชาการ "ทองออกวิกฤตประเทศไทย" ว่า คิดว่าวันนี้ประเทศไทยเดินสู่วิกฤติ และคิดว่าสิ่งที่จะเกิดหลังจากนี้มี 3 แนวทาง คือ 1.รัฐบาลยุบสภาและลาออก ซึ่งมีแนวโน้มและโอกาสที่จะเกิดสูงมากที่สุด ภายใน 2-3 วันนี้ 2.ถ้าพลังประชาชนมากพอและกดดัน บีบให้เกิดการปฏิรูปการเมืองและสร้างกติกาใหม่ และ 3.อาจจะนำไปสู่วิกฤตจราจล และ ทหารออกมา แต่เที่ยวนี้ประชาชนจะไม่ยอม เพราะประชาชนต้องการกติกา ต้องการให้สภาเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของประชาชน

บี้"ปู"ขอพระราชทานกม.คืน
   
ขณะที่ พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบัน วุฒิสภา แถลงกรณี นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหาศาลและตุลาการฯ เป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และละเมิดพระราชอำนาจ ฝ่าฝืนหลักนิติรัฐ และจะนำประเทศชาติไปสู่การล้มเหลวทางการปกครอง จึงขอให้ผู้กระทำการดังกล่าวที่สนุนในฐานะองค์กรทางการเมือง และบุคคล ให้หยุดกระทำการดังกล่าวทันที และเรียกร้องให้ นายกฯขอพระราช ทานคืนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาส.ว.ซึ่งตกไปแล้ว โดยผลของกฎหมาย ตามคำวินิจฉัยของศาลโดยพลันเพื่อมิให้เป็นพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยมิบังควร และถ้ายังดื้อดึงไม่ดำเนินการ จะถือว่าเป็นการจงใจล่วงละเมิดพระราชอำนาจ

มาร์ค จี้ปูทบทวนทูลเกล้าฯ
   
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้นายกฯและพรรคเพื่อไทยทบทวนท่าที แสดงความรับผิดชอบกรณีที่มีการนำร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ทูลเกล้าฯทั้งๆ ที่ยังมีปัญหาข้อกฎหมายอยู่ โดยไม่ฟังเสียงท้วงติงจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งหากนายกฯและพรรคเพื่อไทย ยังเป็นนักการเมืองที่เคารพระบอบประชาธิไตยต้องทบทวนและปรับทัศนคติ เพราะสร้างความเสียหาย และกำลังจะนำประเทศสู่วิกฤติที่รุนแรง
   
เมื่อรัฐบาลกระทำความผิด แต่ไม่มีแนวโน้มแสดงความรับผิดชอบ พรรคจะดำเนินการทั้งทางการเมือง และทางกฎหมาย เพราะคำวินิจฉัยของศาล มีบุคคลที่กระทำความผิด คือ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และบางส่วนทำ ความผิดทางอาญา พรรคจะร้องถอดถอนบุคคล ที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และแจ้งป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญา กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในส่วนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนในการเสนอ และใข้เอกสารปลอมให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาประกอบด้วย นายสมศักดิ์ นายนิคมและนายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาฯซึ่งมีนายกฯรวมอยู่ด้วยซึ่งจะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ได้ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อให้บุคคลเหล่านี้รับผิดชอบ รวมทั้งสมาชิกรัฐสภา ผู้เสนอร่าง ทั้งหมด 312 คนและกรณีการเสียบบัตรแทนกันนายกจะลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้ การที่บอกว่ายังบอกไม่ได้ว่าจะยอมรับคำวินิจฉัยของศาล แสดงว่าจะยอมรับก็ต่อเมื่อถูกใจตัวเองเท่านั้น จึงขอให้นายกฯพูดให้ชัดเจนว่าจะไม่รับอำนาจศาลใช่หรือไม่ จะดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง"
   
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯจะไม่นำร่างรัฐธรรมนูญกลับมา หลังค้างอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯ เพื่อทิ้งเวลาให้เกิน 90 วัน แล้วอ้างว่าไม่พระราชทานคืนกลับมา ก่อนใช้เสียงข้างมากยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีปัญหาอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ เพราะรัฐบาลมีเจตนาชัดเจนว่า จะไม่ยอมรับอำนาจศาล ดังนั้นนายกฯในฐานะที่เป็นผู้เสนอร่างก็ควรกราบบังคมทูลถวายรายงาน เพื่อให้เป็นข้อยุติที่ชัดเจนว่าหมดสภาพไปแล้ว เพราะคำวินิจฉัยมีความชัดเจน ถ้านายกฯไม่เข้าใจอ้างว่าต้องถามกฤษฎีกา ก็มั่นใจว่ากฤษฎีกาก็ต้องยืนยันตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว

บรรจุญัตติซักฟอก 26-27พ.ย.
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานสภาฯได้ลงนามในคำสั่งบรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายฯนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. วันที่ 26-27 พ.ย.56 โดยนายสมศักดิ์เปิดเผยว่า การอภิปรายฯในวันสุดท้าย จะไม่เกินเวลา 24.00 น. ของวันที่ 27 พ.ย. เพื่อให้ทันลงมติ โดยฝ่ายค้านจะต้องสรุปการอภิปรายฯเวลาประมาณ 22.00 น. อย่างไรก็ตามจะให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่ 2 วัน โดยตนได้ประสานขอความร่วมมือไปยังครม.ให้เข้าร่วมรับฟังการอภิปราย ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังประธานวุฒิสภา ขอให้เลื่อนการประชุมวุฒิสภาออกไปในช่วงดังกล่าว

ปู ถกวอร์รูมรมต.รับมือซักฟอก
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น.นายกฯได้เรียกประชุมทีมวอร์รูมรัฐมนตรี เพื่อหารือเตรียมความพร้อมในการอภิปรายฯ โดยมีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และนายอัชพร จารุจินดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์กล่าวว่าเป็นการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายฯ ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร และเหตุการณ์ต่างๆ ในทุกเรื่อง ขณะที่นายกฯไม่ได้แสดงความเป็นห่วงแค่ให้แต่ละกระทรวงไปเตรียมข้อมูลของตัวเอง ส่วนตนมีหน้าที่เตรียมข้อมูลในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ขณะที่นายกฯจะเป็นผู้ตอบเอง แต่หากมีการพาดพิงรมต.คนใดก็จะสิทธิในการชี้แจง
   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมคปท.ได้เคลื่อนขบวนมาจากพรรคเพื่อไทยมาชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐและสะพานอรทัย ทันทีที่กลุ่มผู้ชุมนุมทำการปิดทั้ง2สะพาน กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรึงกำลังจุดละ 1 กองร้อย ขณะที่นายกฯเสร็จสิ้นการหารือทีมวอร์รูมได้เดินออกจากทำเนียบฯเวลา 18.15 น.โดยออกทางประตู ถนนพิษณุโลก นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เตรียมสถานที่สำรองเพื่อรองรับการประชุมครม.ในวันที่ 25 พ.ย.หลังมีกระแสข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมจะทำการดาวกระจายปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญๆ

ปูดแผนดัน"มาร์ค"นั่งนายกฯ
   
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ยินเพื่อน ส.ส.คุยกันว่า กลุ่มอำนาจเดิมที่เกลียดชังพรรคเพื่อไทย พยายามจะอุ้มชู นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นนายกฯโดยมีแผนบันได 3 ขั้น คือ หาเรื่อง หาทาง และหาบันได และ เร่งปิดจ็อบเร็ว และทราบว่า ฝ่ายตรงข้ามมีการวางตัวรมต.ชุดใหม่ไว้แล้ว เพื่อหวังจะได้เป็นรัฐบาลภายในสิ้นปีนี้ โดยมีคนนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการล้มรัฐบาล เข้ามาในครม.ชุดดังกล่าวกว่า 10 ตำแหน่ง ซึ่งในสัปดาห์หน้า จะเอารายชื่อดังกล่าวมาติดไว้ที่พรรค
   
วันนี้ผมคิดว่าอยากให้ นายอภิสิทธิ์ มาเป็นนายกฯให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มาเป็นรองนายกฯอีกรอบ ก่อนสิ้นปีนี้ จะได้รู้ว่า ประชาชนในประเทศนี้จะต้อนรับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ด้วยของขวัญปีใหม่อย่างไร และประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป"

ดัน"พ"เป็นนายกฯพระราชทาน
   
ขณะที่ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่านายสุเทพได้ไปนัดกินข้าววางแผนกับคนใหญ่คนโต 2 คน มีอักษรย่อ "พ" ทั้ง 2 คน และเป็นที่มาของการนัดรวมตัวเดินขบวนกันในวันที่ 24 พ.ย.ของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มาหวิทยาลัย ที่ทั้ง "2 พ"เคยร่ำเรียน เพื่อวางแผนเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยยะ หลังป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ถอดถอนส.ส.และส.ว. 312 คน จากประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว. ซึ่งอาจจะเกิดสถานการณ์ทำให้ทั้ง 312 คน ต้องพ้นไป แล้วบ้านเมืองก็เกิดสุญญากาศ เข้าล็อกการขอนายกฯพระราชทาน ซึ่ง "พ" คนหนึ่งจะเข้ามาเป็นนายกฯ รักษาการ

กองทัพจ่อเอาผิดอ้างเป็นทหาร
   
ทางด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯ นำตัว นายเต้ย จักราช หลังอ้างตัวเป็นอาสาสมัครทหารพราน สังกัดกรมทหารพรานที่ 42 จ.สงขลา และรู้เห็นการขนอาวุธสงครามเข้ามาในพื้นการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าข้อมูลตรงกับ พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ยืนยันว่าไม่มีทหารพรานชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากการตรวจสอบพบเป็นการแอบอ้างจะประสานงานทีมกฎหมายของกองทัพบกว่าจะสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้หรือไม่ เพราะทำให้กองทัพเสียหาย

ซัดการเมืองทำลายความมั่นคง
   
ขณะที่ พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าประชาสัมพันธ์ส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศสำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า สัปดาห์นี้สถานการณ์การเมืองมีความเข้มข้นมากขึ้น หลัง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินในประเด็นการแก้ไขที่มาส.ว.ทำให้เกิดประเด็นปัญหาทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น สร้างความยุ่งยาก และความลำบากในการที่จะก้าวข้าม หรือผ่านพ้นวิกฤติต่าง ๆ ทั้งนี้สถานการณ์การเมือง เกิดความแตกแยกและซึมลึกไปทั่วทุกองค์กร เกิดการแบ่งฝ่าย สื่อก็แบ่งข้าง ข่าวแถลงเรื่องเดียวกันแต่เสนอไปกันคนละด้าน ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าห่วงใยต่อบ้านเมือง ดังนั้นควรจะมีการพูดคุยกันดีกว่า
   
ประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้ว่า เมื่อใดที่คนไทยแตกความสามัคคี และเกิดการช่วงชิงอำนาจ ความพินาศย่อยยับจะเกิดขึ้นกับชาติบ้านเมือง สถานการณ์การเมืองปัจจุบันทำให้เกิดการกัดเซาะผุกร่อนความมั่นคง จึงมาถึงจุดที่ประชาชนต้องร่วมกันแสดงออก เป็นเสียงเดียวกัน เป็นพลังที่บริสุทธิ์ โดยการเรียกร้องให้ทุกฝ่าย หยุดสร้างความเกลียดชัง หยุดทำร้ายประเทศถึงเวลาคืนความสุขให้กับสังคมไทยถึงเวลาหันหน้าเข้าหากัน เพราะเราต่างรักสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขอให้ทุกคนลงมือทำทันทีก่อนที่จะสายเกินไป หากทำเมื่อใดความเป็นปกติสุขก็จะเกิดขึ้นกับคนไทยและสังคมไทย แผ่นดินไทยก็จะร่มเย็น"

สมช.เล็งงัดพรบ.มั่นคงคุมม็อบ
   
ส่วน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช. กล่าวถึงกรณีการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่า ต้องรอดูการชุมนุมในวันที่ 24พ.ย.ของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยของพรรคประชาธิปัตย์ก่อน แต่มีการเตรียมการไว้แล้ว หากมีเหตุผลความจำเป็นจะประกาศออกไปโดยตั้งกรอบไว้ประมาณ 1 เดือน แต่ถ้าระหว่างนั้นไม่มีเหตุการณ์อะไรก็สามารถยกเลิกได้ทันที ซึ่งการประกาศคงจะอยู่ในพื้นที่เดิม โดยสัปดาห์หน้าจะตัดสินใจ ว่าจะประกาศหรือไม่ ส่วนการชุมนุมวันที่ 24พ.ย.นี้ ผู้ชุมนุมคงจะมาก แต่คงไม่ถึงล้าน อาจหลายหมื่น แต่อาจมีการแสดงพลัง หรือมีความเป็นไปได้ที่จะมาปิดล้อมรอบทำเนียบฯ แต่คงไม่ฝ่าเข้ามา นอกจากนี้เรายังเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 เพราะยังมีเงาๆ อยู่ต้องเฝ้าระวัง นอกจากนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ ขึ้นไปตรวจตราในจุดสูงข่มประมาณ 20 จุด ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของตึกและให้สื่อมวลชนขึ้นไปร่วมตรวจสอบด้วย

เฉลิมขู่สุเทพทำผิดจับทันที
   
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงการชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเป็นแกนนำม็อบ หากมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น ต้องจับกุมนายสุเทพข้อหากบฎในราชอาณาจักร โดยได้ข่าวว่าการชุมนุมครั้งนี้ จะมีคนก่อเหตุร้าย แต่ไม่ใช่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ห้ามพกอาวุธและปืนเด็ดขาด มีแต่ปืนยิงแก๊สน้ำตา ปืนยิงกระสุนยาง กระบอง แบริเออร์ และรั้วลวดหนาม หากมีการก่อเหตุร้ายนายสุเทพต้องรับผิดชอบ
   
ผมและพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ และตำรวจ จะติดตามสถานการณ์อยู่ที่กระทรวงแรงงาน รวมทั้งวันที่ 24 พ.ย.จะเอาตำรวจตามนายสุเทพอย่างใกล้ชิด ไม่ให้คลาดสายตา ถ้ากล่าวโจมตี ผมบนเวที เป็นการพูดเท็จ ยั่วยุ ปลุกระดม และบอกว่าไม่เคยกลัวผม ผมก็ฝากบอกนายสุเทพว่า ผมได้เปรียบ เพราะไม่ต้องไปขึ้นศาลในคดีฆ่าคนตาย และไม่ถูกกล่าวหาว่ามือเปื้อนเลือด คุณพูดมาหลายครั้งว่าคุณไม่กลัวผม ผมก็จะบอกไอ้เทพ กูก็ไม่กลัวมึง"

อนุมัติหมายจับม็อบตืบตร.
   
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและสอบสวน เปิดเผยกรณีที่ศาลแขวงดุสิตไม่อนุมัติออกหมายจับกลุ่มผู้ชุมนุมการ์ดคปท.ที่ทำร้ายร่างกาย ด.ต.จำเนียร หงส์ไทย ผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.บก.น.6 จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 7พ.ย. ที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นศาลแขวงดุสิตได้อนุมัติหมายจับที่ 447/2556 และ 448/2556 ลงวันที่ 21 พ.ย.56 ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เพื่อให้ดำเนินการจับผู้ต้องหาที่ทำร้ายด.ต.จำเนียรแล้วโดยหมายจับดังกล่าวเป็นหมายจับตามภาพ ถ่าย เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ จำนวน 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนว่าผู้ต้องหาเป็นใครเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี หากใครรู้เบาะแสว่าบุคคลตามหมายจับเป็นใครสามารถแจ้งไปที่สน.นางเลิ้ง ได้ทันที

แย้มล้านคนเดินอารยะ25 พ.ย.
   
ที่เวทีประชาชนต้านกฎหมายนิรโทษ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเชิญชวนประชาชนให้ออกมาชุมนุมให้ได้จำนวนหนึ่งล้านคนในวันที่ 24พ.ย.นี้ แม้ว่าความพยายามสกัดกั้นจากฝ่ายรัฐบาลและมีเหตุอุทกภัยจากในพื้นที่ภาคใต้ก็ตาม เพราะในวันที่ 24พ.ย.จะมีการขยายพื้นที่และเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาชุมนุม และจะจัดกิจกรรมที่เป็นนัยยะ จึงขอให้ประชาชนค้างคืน เพื่อทำกิจกรรม"เดินอารยะ"ในวันที่ 25 พ.ย.ซึ่งจะเป็นการเดินไปยังสถานที่ราชการต่างๆเพื่อเชิญชวนให้ข้าราชการออกมาร่วมขบวนโค่นล้มระบอบทักษิณ แต่จะเดินอย่างสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง โดยมวลชนจะมีเพียงดอกไม้กับนกหวีดเท่านั้น
   
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก กระทั่งช่วงเย็น ได้มีประชาชนต่างแห่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของแกนนำอย่างคึกคัก โดยทางแกนนำได้มีการขยายพื้นที่การชุมนุมมากขึ้น เพื่อรองรับการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 24 พ.ย.นี้

ที่มา.สยามรัฐ
---------------------------------



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น