โฆษกเพื่อไทยเผยได้ข้อมูลใหม่ที่จะช่วยไขความกระจ่างเรื่องการโกงสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ แนะประธานศาลเรียกข้าราชการระดับ 9 ชื่อ “ส” ที่มีชื่อเป็นกรรมการจัดสอบแต่ยื่นลาออก เชื่อรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลจึงไม่อยากติดร่างแหด้วย “จาตุรนต์” เรียกร้องคนในแวดวงกฎหมาย ทั้งตุลาการ นักวิชาการ และนักศึกษา ตั้งวงถกปัญหาคลิปฉาวอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ถูกเบี่ยนเบนมุ่งเอาผิดเฉพาะคนถ่ายกับคนเผยแพร่โดยละเลยเนื้อหาในคลิป โฆษกประชาธิปัตย์เรียกร้องศาลรัฐธรรมนูญอย่ายอมจำนนกับการข่มขู่คุกคาม ต้องยึดกฎหมายและข้อเท็จจริงตัดสินคดียุบพรรค
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย เรียกร้องให้ผู้ที่อยู่ในวงการตุลาการ นักกฎหมาย อาจารย์สอนกฎหมาย นักศึกษา และสื่อมวลชน นำเรื่องคลิปฉาวที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกเผยแพร่มาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างจริงจัง
งงการเอาผิดแตกต่างจากกรณีอื่น
“เรามีกรณีศึกษามากมายในเรื่องลักษณะนี้ เช่น ตำรวจถูกให้ออกจากราชการเพราะถูกถ่ายคลิปพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การลงโทษนักเรียนที่ตบตีกันแล้วมีคนถ่ายคลิปเอาไว้ได้ หรือแม้แต่การสึกพระที่มั่วสีกา กรณีเหล่านี้จะเห็นว่าผู้ทำความผิดที่ปรากฏในคลิปจะถูกลงโทษโดยไม่ได้สนใจว่าใครเป็นคนถ่าย ใครเป็นคนเผยแพร่ แต่กรณีคลิปที่เกี่ยวกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกลับปฏิบัติในสิ่งที่แตกต่างกันออกไป” นายจาตุรนต์กล่าวพร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมายอะไรไปสั่งบล็อกการเผยแพร่คลิปบนเว็บไซต์ รวมทั้งการสั่งยกเลิกพาสปอร์ตของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ทราบว่าใช้อำนาจตามกฎหมายใดดำเนินการ เพราะนายพสิษฐ์ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหา การยกเลิกพาสปอร์ตจึงน่าจะขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
ต้องสอบเนื้อหาคลิปก่อนตัดสินคดี
นายจาตุรนต์กล่าวว่า เนื้อหาของคลิปมีประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่คือ กรณีที่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่มีความพยายามนำนายทะเบียนพรรคการเมืองมาเป็นพยานในชั้นศาล โดยไม่ต้องการให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คนอื่นมาร่วมเป็นพยานเบิกความ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อพรรคประชาธิปัตย์เอง ซึ่งควรมีการสอบสวนข้อเท็จจริงตามเนื้อหาที่ปรากฏในคลิป เพราะคดียุบพรรคประชาธิปัตย์มีความสำคัญต่อบ้านเมือง เนื่องจากเป็นพรรคใหญ่และบริหารประเทศอยู่ หากไม่มีการสอบสวนข้อเท็จจริงของเนื้อหาให้ชัดเจนก่อนการตัดสินคดี ผลการตัดสินคดีนี้จะไม่เป็นที่เชื่อถือของประชาชน
จี้เรียกข้าราชการ “ส” สอบ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโกงสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2552 คือมีข้าราชการระดับ 9 ชื่อ “ส” ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการดำเนินการสอบขอถอนตัวออกจากการเป็นกรรมการ เพราะไม่อยากร่วมสังฆกรรมกับการจัดการสอบที่ส่อว่าจะมีปัญหา จึงอยากเรียกร้องให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญไปตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือไม่ หากเป็นจริงแสดงว่าคลิปโกงสอบที่ถูกนำมาเผยแพร่มีมูล
ปชป. ป้อง “จุติ” ไม่ได้ทำอะไรผิด
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ไม่เป็นการยุติธรรมหากพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่สั่งปิดเว็บไซต์ที่เผยแพร่คลิปเกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ
“ที่บอกว่าไม่เป็นธรรมเพราะพรรคเพื่อไทยมีส่วนในการตัดต่อคลิปที่บิดเบือนความจริงนำมาเผยแพร่ ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะเป็นการจัดฉากที่มีเป้าหมายในการข่มขู่คุกคามกระบวนการยุติธรรม”
เรียกร้องศาลอย่ายอมแพ้แรงกดดัน
นพ.บุรณัชย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีความพยายามเคลื่อนไหวกดดันการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ามีการใช้ 2 มาตรฐาน ทั้งที่กรณียุบพรรคประชาธิปัตย์มีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากคดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน
“คดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนเป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง แต่คดีของพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมือง พฤติการณ์ของคดีก็แตกต่างกัน เพราะคดีของพรรคประชาธิปัตย์เป็นการดำเนินการโดยคนนอกที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคและไม่เกี่ยวกับพรรค ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการโดยยึดกฎหมาย แสดงที่มาของรายได้และรายจ่ายอย่างชัดเจนโดยตลอด ดังนั้น ความเชื่อที่ว่ายุบพรรคหนึ่งต้องยุบอีกพรรคจึงไม่ถูกต้อง อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญยึดหลักการในการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์”
ที่มา.หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น