--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

จ็อบปกขาวของ "วัชระ เพชรทอง" แฉเรื่องฉาวและความลับของ "จตุพร"

พรรคอนุรักษนิยม-ฝ่ายขวา แบ่งงานกันทำทั้งใน-นอกสภาผู้แทนราษฎร

งานมวลชนใต้ดิน-บนดิน อยู่ในหน้าที่- จ็อบพิเศษของ ส.ส.ที่มีประวัติเคลื่อนไหวการเมืองบนท้องถนน

วัชระ เพชรทอง อดีตนักกิจกรรม-การเมืองจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่แปลงร่างเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคประชาธิปัตย์ จึงปรากฏชื่อ-เสียงในวาระแห่งการ "แฉ-ฉาว" และเรื่องราว "ลับ ๆ"

ล่าสุดเขาเปิดโปงหนังสือ "ปกขาว" ที่ไม่ปรากฏผู้เรียบเรียง แต่เป็นเสียงจากฝ่าย "ทักษิณ ชินวัตร" ในนามผู้จัดทำที่ชื่อสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์เปรอฟ

เป็นเรื่องราวที่ว่าด้วยเหตุการณ์ หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549-กระบวนการยุติธรรมของไทย-เหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2553 และเรื่องที่ว่าด้วยหนทางสู่การรัฐประหาร 2549 การฟื้นคืนชีพของระบอบอำมาตยาธิปไตย

พร้อมด้วยบทสรุปร้อน ๆ เรื่องฤดูร้อนอำมหิตของประเทศไทย : การสังหารหมู่คนเสื้อแดง ฤดูกาลใหม่ของการปกครองโดยทหาร

ภายหลังการเปิดแถลงข่าวของ "วัชระ" ไม่ถึงชั่วโมง หนังสือชื่อ "ร้อน" ถูกปลดออกจากแผง

- สาเหตุที่หยิบยกเรื่อง "สมุดปกขาว" มาเป็นประเด็น มีการหวังผลยังไงบ้าง

ทำหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ปกปักรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อมีการร้องเรียนว่า สมุดปกขาวการสังหารหมู่ที่กรุงเทพฯ หมิ่นทั้งศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เห็นว่าเจตนาผู้เขียนกำลังละเมิดสิทธิประชาชนชาวไทย เป็นการใช้สิทธิสภาพนอก อาณาเขตจากนักกฎหมายต่างชาติ ซึ่งใช้นามว่าสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์เปรอฟ

- ลำพังการอภิปรายในสภาอย่างเดียวจะมีค่าบังคับตามกฎหมายอย่างไร

ผมได้อภิปรายต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันศักดิ์สิทธิ์ และได้กระจายเสียงไปทั่วประเทศ ได้ส่งหนังสือฉบับนี้ให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเฉียบขาด

- หวังผลจริงจังในเรื่องการดำเนินคดี ไม่ใช่แค่พูดในสภาใช่หรือไม่

ใช่ครับ ผมในฐานะ ส.ส.ทำหน้าที่ในการอภิปรายเป็นช่องทางในการที่จะดำเนินการสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์เปรอฟ เพราะถ้าผมไม่อภิปราย ในสภาผู้แทนราษฎรเท่ากับว่าผมไม่ได้ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานชัยในฐานะประมุขนิติบัญญัติก็จะต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่

- จะเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีในความผิดกฎหมายอะไร มาตราใดบ้าง

ตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 และในความผิดฐานหมิ่นศาลก็มีมาตรา 198

- ข้อความใดที่เห็นว่าผิดกฎหมาย

ข้อความที่ผมคิดว่าดูหมิ่นศาลอย่างชัดเจนก็คือ ในหน้า 76 ที่บอกว่า... คำพิพากษาตามอำเภอใจที่มีออกมาเป็นลำดับ...แสดงว่าเราไม่ใช่นิติรัฐ ไม่มีหลักนิติธรรม หรือการกล่าวในหน้า 134 ว่า...ครอบงำศาลยึดทรัพย์สินของทักษิณ ชินวัตร...ตรงนี้ก็ชัดเจนว่าเป็นการหมิ่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนข้อความที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่ในหน้าที่ 20 และข้อความที่หมิ่นเหม่อยู่ในหน้าที่ 77 และข้อความที่หมิ่นชัดเจนอยู่ในหน้า 123

เป็นที่น่าสังเกตว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ระบุชื่อคนไทยผู้รับผิดชอบหนังสือนี้แต่อย่างใด แต่กลับมีคำนำของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งไม่ยอมใส่ยศพระราชทาน (พ.ต.ท.) ในหน้าคำนำด้วยซ้ำ ผมไม่ได้คิดเป็นเรื่องการเมือง แต่มองเป็นเรื่องกฎหมาย

- ถ้าประธานสภาชัย ชิดชอบ ไม่ดำเนินเรื่องถึง ผบ.ตร. แล้วคุณวัชระจะทำอย่างไรต่อไป

ประธานชัยก็ต้องถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง เพราะว่าไม่มีความจงรักภักดี ผมมีหลักฐานคือหนังสือเล่มนี้ และขีดไฮไลต์ข้อความไว้แล้ว

- เป็นเพื่อนกับจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

เขาก็มีสิทธิเลือกเดินตามหลังคุณทักษิณ ซึ่งคุณทักษิณสามารถที่จะเลี้ยงคนด้วยเงินไม่จำกัด และมีเงินมากมายมหาศาลที่สามารถจ้างใครก็ได้ เราไม่อาจร่วมทางกันได้ ตั้งแต่เขาได้ไปเอาเงินทักษิณ ชินวัตร ไปใช้ในการเลือกตั้งที่รามคำแหงตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา เขารับใช้ทักษิณตั้งแต่นำพลังนักศึกษารามคำแหงไปเป็นเครื่องมือให้แก่ระบบทักษิณ ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ เอาไปเป็นเครื่องมือ เอาไปเป็นกองกำลัง ซึ่ง ไม่แท้จริง แต่เอาไปสร้างภาพ ก่อม็อบ

- เป็นการโหนกระแสในช่วงที่มีข่าวคดีหมิ่นเบื้องสูงจำนวนมากหรือไม่

จริง ๆ แล้วผมไม่อยากจะเอ่ยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ถ้าไม่จำเป็น เพราะในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรก็พูดชัดว่า ถ้าไม่มีความจำเป็นก็จะไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ในกรณีนี้เมื่อนักกฎหมายตาน้ำข้าวมาตบหน้าประชาชน ชาวไทยทั้งประเทศ และตบหน้า นักกฎหมายไทย ผมก็ยอมไม่ได้จริง ๆ

แม้กระทั่งบอกว่า...มีการจับกุมคุมขังคนจำนวนมากภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ...ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเท็จอย่างชัดเจน เพราะจริง ๆ แล้วไม่ได้มีการจับกุมคุมขังคนจำนวนมากภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด ไม่รู้ถึงร้อยคนหรือเปล่า ฉะนั้นเขาได้เขียนความเท็จต่อประชาคมโลก และผมเชื่อว่าต้องมีฉบับภาษาอังกฤษที่เขาใส่ลงในเว็บไซต์เผยแพร่ไปทั่วโลก

- มีข้อห่วงใยจากหลายฝ่ายที่ว่า กฎหมายหมิ่นเป็นดาบสองคมเอามากลั่นแกล้งกันก็ได้

ปัจจุบันเราต้องยอมรับสภาพปัญหา ก่อนว่า มีขบวนการที่จะล้มสถาบัน พระมหากษัตริย์อยู่จริง และคนเหล่านี้ก็ทำลายล้างสถาบันเพื่อจะสถาปนาอีกระบบขึ้นมา ผมเป็น ส.ส.ก็ต้องต่อสู้ทุกวิถีทางกับกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีไม่ว่าจะเป็นใคร เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยยิ่งใหญ่

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
*******************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น