--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ฟองสบู่แตก !!!!!??

แดงเคลื่อนให้ขวักไขว่ คล้อยหลังเหลืองก็ขยับ เข้าใกล้หายใจรดต้นคอ โดยไม่อินังขังขอบว่าเขียวจะถอยรถถังออกมาเอ็กซ์เซอร์ไซส์ จัดระเบียบการเมืองเพื่อรักษาความสงบในวงเล็บแห่งชาติ!!!

กระนั้น ฝ่ายการเมืองโดยนายกฯ เด็กดื้อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังคงสวมบทใจดีสู้เสือ ปุเลงปุเลงกระเตงเตี้ยอุ้มห้อย ลุยไฟฝ่าดงบาทา โดยไม่แยแสเสียงทักท้วง

ประหนึ่งมั่นใจในอำนาจยุบสภา..จะเป็นคำตอบสุดท้ายแห่ง วาระซ่อนเร้นทั้งหมดทั้งปวง “อภิสิทธิ์ชน” เอาหลังพิงกติกาประชาธิปไตย ท่องคาถาคงกระพัน เอามือกุมหลวงพ่อรอด ท่องทะเลโต้คลื่นสึนามิ มิยำเกรงว่า “รัฐนาวาเทพประทาน” จะล่มคาปาก อ่าวประชาธิปไตย

“นายกฯ อภิสิทธิ์” ทุบโต๊ะกลางวง ครม. อุ้มสมพรรคร่วม รัฐบาล ชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 มาตรา โดยไม่ต้องผ่านประชามติ ล่อเป้าพันธมิตรฯ ให้เปิดวาระชุมนุมโหนฟ้าเกลื่อนถนน เด็กดื้อวางยาซ้ำอย่างมีนัย “หากการชุมนุมแล้วทำให้เกิดการรัฐประหาร สู้ยอมยุบสภาเสียดีกว่า”

แทงกั๊กล็อกคออำนาจพิเศษ ไม่ให้ทะลุกลางปล้องออกมาในยามบ้านเมืองเกิดอาการวังเวง แต่อีกนัยก็มองกันได้ว่าเกมนี้มีงานขุดบ่อล่อปลา ก่อนอาญายุบพรรคประชาธิปัตย์จะตกผลึก

เนื่องด้วยการเมืองภายในพรรคสะตอเอง “นายหัวชวน หลีกภัย” และ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” 2 ผู้เฒ่าก็โดดขวางวาระ แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยอาการสุดลิ่มทิ่มประตู

สรุปความคือ วาระนี้จะแก้รัฐธรรมนูญหรือแก้ผ้าตัวเองให้ เปลือยเปล่าล่อนจ้อนต่อหน้าเพื่อนพ้องและไพร่ฟ้าประชาชน คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามแบบตาห้ามกะพริบ


แต่ที่แน่ๆ คือทีมงานเสื้อแดงภาครัฐสภา ตีธงไอ้เข้ขวางคลอง ไม่ร่วมสังฆกรรมแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้ด้วยประการทั้งปวง และหาก เคราะห์ซ้ำกรรมซัดส่งผลให้วาระร้อนนี้ต้องประสบอุบัติเหตุด้วยน้ำมือคนกันเอง

มโหรีที่ตีฆ้องร้องป่าวมหกรรมตีปี๊บแก้ไขรัฐธรรมนูญ...คงต้องเอวังไปด้วยประการฉะนี้!!! ถ้าสมมติฐานดังกล่าว เผอิญเป็นจริง มันก็จะเข้าอีหรอบเดิม ในท่วงท่าการซื้อเวลาของเซียนเขี้ยวอย่างพรรคประชาธิปัตย์ แต่ ที่จะงามหน้ากว่าใครเพื่อนก็คงไม่พ้น “นายกฯ อภิสิทธิ์” ที่ไร้วาจาสิทธิ์ในการสั่งการอยู่บนหัวโขน “ท่านนายกฯ”

ภาพการเมืองอาจจะแก้ปัญหาแบบ “บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น” แต่ภาพลักษณ์ส่วนตัวที่สั่งสมมา อนิจจา “นายกฯ อภิสิทธิ์” สภาพไม่ต่างจากยาใกล้หมดอายุ

ยิ่งชำเลืองไปที่การโดดลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ของ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” แคนดิเดตม้าแข่งตัวใหม่ในเก้าอี้ “นายกฯ สำรอง” ย่อมสะท้อนให้เห็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่างที่น่าสนใจยิ่ง

โดยเฉพาะในระยะหลัง “นายกฯ อภิสิทธิ์” กับ “รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ” ดันกลับมาแนบแน่นกันจนผิดสังเกต บ่งบอกถึงทิฐิแห่งวาระหวงอำนาจที่ปรากฏให้เห็นเป็นเค้าราง เพราะงานนี้ หากจัดแถวใหม่โดยไม่ลงแข่งในสนามประชาธิปไตย

หัวโขนใหญ่เปลี่ยนใหม่หมด มีหวัง “นายกฯ อภิสิทธิ์” และ “รองนายกฯ สุเทพ” รวมไปถึง “เครือเนวินกรุ๊ป” ต้องตกสวรรค์ โลว์โปรไฟล์ทางการเมืองไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กระนั้นก็ตาม ก็ดูเหมือนว่า “นายกฯ อภิสิทธิ์” จะมั่นอกมั่นใจในอาญาสิทธิ์ยุบสภาในมือตัวเองยิ่งนัก แต่คงลืมไปว่า แรกเริ่ม เดิมทีนั้น บรรดาศักดิ์ของท่านได้มาแต่แห่งหนใด และนั่นก็อาจเป็น ไปได้ว่า กระบวนการเก่าซ้ำซาก จะย้อนรอยเกวียนกลับมาเหยียบ รอยตีนควายอำนาจคุมประเทศอาจไม่เปลี่ยนมือ แต่ดูเหมือนวันคืนของ “นายกฯ อภิสิทธิ์” ใกล้ฟองสบู่แตกแล้ว!!!!


ที่มา.สยามธูรกิจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น