--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สุ่มตรวจของรับบริจาคอยุธยาหลังมีร้องเรียนกั๊กของให้พวก

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ รองเลขาธิการคณะการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่มีประชาชนร้องเรียนมายังป.ป.ท. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีนโยบายให้เร่งดำเนินการทันทีหากมีประชาชนร้องเรียน จึงได้ลงพื้นที่จังหวัดอยุธยา และจังหวัดสิงห์บุรีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแจกถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย พบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันอย่างเต็มที่ แม้จะมีประชาชนบางส่วนที่ระบุว่าถุงยังชีพที่ภาครัฐและภาคเอกชนแจกมายังได้รับไม่ทั่วถึงก็ตาม แต่ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงการป้องปรามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับประชาชนทันทีที่ได้รับแจกมาเท่านั้น เพราะหากไม่เร่งดำเนินการและมีประชาชนร้องเรียนมาอีกก็จะตรวจสอบหาหลักฐานดำเนินคดี พร้อมทั้งส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“ถ้าประชาชนพบเห็นการทุจริต และพบเห็นว่ามีหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่คนใดทุจริต ไม่นำสิ่งของที่ได้มาแจกจ่ายให้กับประชาชนขอให้แจ้งมายังกระทรวงยุติธรรมหรือป.ป.ท.เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอลทันที โดยยืนยันการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่การกดดันหรือจับผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด” นายประยงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสายนายประยงค์ เจ้าหน้าที่ ปปท.และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภอ.อินทร์บุรีได้เข้าตรวจสอบจุดที่ประชาชนมาเข้าคิวรับของบริจาคพื้นที่บริเวณเขต ต.ท่างาม จ.สิงห์บุรี ซึ่งพบว่าถนนเส้นดังกล่าวยังคงมีปริมาณน้ำท่วมสูง การเดินทางจะต้องใช้เรือแม้ว่าขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ด้านใน ขณะที่ทางอบต.ท่างามซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะต้องกระจายของบริจาคไปให้ประชาชนนั้นได้ตั้งจุดให้บริการและประกาศให้ชาวบ้านมารับบัตรคิวพร้อมทั้งนำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อรอรับของที่จะแจกให้ในเวลา 15.00 น.ของทุกวัน

ชาวบ้าน ต.ท่างามที่มาเข้าคิวรับของบริจาค กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ยังได้รับความเดือดร้อนจำนวนมากเพราะน้ำท่วมมานาน 2 สัปดาห์แล้ว อย่างไรก็ตามแม้ที่ผ่านมาจะได้รับความช่วยเหลือจากการมีผู้นำของบริจาคมามอบให้ รวมทั้งสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯแต่ชาวบ้านก็ได้รับไม่ทั่วถึง เนื่องจากส่วนใหญ่บ้านน้ำท่วมสูงระดับอกไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากไม่มีเรือ และทางอบต.ก็ไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงไปแจกของให้ นอกจากนี้บางครั้งออกมาเพื่อรับของแจกแต่ปรากฏว่าของหมด

ขณะที่นายวิชัย บุญเข็ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี กล่าวว่า หมู่บ้านของตนได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย 6 หมู่บ้าน จำนวน 183 หลังคาเรือน โดยสิ่งของที่ได้รับบริจาคจะมาจากภาคเอกชนเป็นหลัก และยังไม่ได้รับของบริจาคจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งเมื่อได้รับของแล้ว ตนจะประกาศให้ชาวบ้านนำคูปองและบัตรประชาชนมาลงทะเบียนรับของ ในกรณีที่ชาวบ้านอยู่ไกลไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ก็จะพายเรือนำของไปแจกให้ถึงบ้าน ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการไม่ได้รับของแจกหรือการไม่ได้รับความช่วยเหลือ โดยประชาชนในพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบได้รับของแจกมา 7-8 รอบแล้ว

“ชาวบ้านเดือดร้อนกันทุกครอบครัว ผมเองแม้บ้านจะอยู่ข้างนอกน้ำไม่ท่วม แต่ทุกคืนนับตั้งแต่มีปัญหาน้ำท่วมชาวบ้านต้องมาตั้งเต๊นท์พักบนถนน ผมก็มานอนกับลูกบ้านทุกคืน มันทิ้งกันไม่ได้ ทุกวันนี้เครียดมากอยากให้น้ำลงเร็วๆ” นายวิชัย กล่าว

นอกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้วปปท.ยังเข้าไปตรวจสอบบริเวณเขตพื้นที่ ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงหมู่บ้านชีน้ำร้าย หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการยักยอกสิ่งของบริจาค และนำของที่ได้รับบริจาคไปคัดแยกแจก จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านนั้น

จากการสอบถามชาวบ้านหลายคน กล่าวว่า ในช่วงน้ำท่วมระยะแรกได้รับสิ่งของบริจาคแจกน้ำท่วมเป็นถุง แต่ระยะหลังพบว่าของแจกมีเพียงบะหมี่สำเร็จรูป และปลากระป๋องเท่านั้น ส่วนผ้าห่มแม้จะมีข่าวว่าได้มีผู้นำมาบริจาคแล้วแต่ชาวบ้านยังไม่ได้รับและยังเคยไม่เห็น บางรายได้รับของแจกมา 4 ครั้ง ซึ่งก็ได้แต่น้ำกับบะหมี่สำเร็จรูป ส่วนข้าวสารไม่เคยได้รับ

นายเจริญ ศรีกล่อม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลประศุก ชี้แจงเรื่องการแจกจ่ายถุงยังชีพและของช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ว่า ในส่วนของต.ประศุก มีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน 999 ครัวเรือน 3,214 คน โดยขั้นตอนหลังได้รับบริจาคถุงยังชีพจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว จะมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับไปแจกจ่ายแก่ลูกบ้าน และจะมีการประกาศเสียงตามสายเพื่อให้ประชาชนรับทราบวันเวลาที่ต้องมารับถุงยังชีพ โดยผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านจะมีบัญชีรายชื่อประชาชนและจำนวนครัวเรือนที่ชัดเจน และสามารถจัดสรรถุงยังชีพได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งในการแจกถุงยังชีพทุกครั้งจะกำชับว่าหากได้รับมาแล้วจำเป็นต้องแจกจ่ายประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว โดยที่ผ่านมาในพื้นที่ต.ประศุกได้มีการแจกถุงยังชีพไปแล้ว 4 ครั้ง และตนไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนรายใดว่าไม่ได้รับถุงยังชีพ

“ในพื้นที่ไม่มีพฤติกรรมผิดปกติเกี่ยวกับการแจกจ่ายถุงยังชีพ ทั้งเรื่องการแยกของบริจาคออกจากถุง และนำบางส่วนไปเก็บไว้เป็นส่วนตัว หรือการแจกจ่ายถุงยังชีพไม่ทั่วถึง โดยมองว่ากรณีที่เกิดการร้องเรียนไปยังหน่วยงานรัฐนั้น อาจมาจากกรณีที่มีหน่วยงานเอกชนเสนอความช่วยเหลือมายังพื้นที่ แต่เนื่องจากจำนวนสิ่งของที่หน่วยงานเหล่านั้นนำมาไม่ครบกับจำนวนครัวเรือนในพื้นที่ เช่น นำถุงยังชีพมาเพียง 200 ชุด ขณะที่ในพื้นที่มีถึง 999 ครัวเรือน ในกรณีนี้ผมจะหลีกเลี่ยงไม่เป็นตัวแทนในการจัดสรรสิ่งของแต่จะให้หน่วยงานเอกชนเหล่านั้นนำของไปมอบให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเอง เพราะเกรงถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ” นายเจริญ กล่าว

นายไกรลาศ รัตนโอฬาร นายอำเภออินทร์บุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแจกจ่ายถุงยังชีพแน่นอน พร้อมกันนี้ยังได้นำบัญชีรายชื่อหมู่บ้านและจำนวนประชาชนในพื้นที่ต.ประศุกมาชี้แจงด้วย โดยยืนยันทำทุกอย่างตามขั้นตอน ไม่มีการลักลอบนำสิ่งของออกจากถุงยังชีพ เพื่อนำไปเก็บไว้ส่วนตัว เนื่องจากไม่เห็นว่าจำเป็นต้องทำเช่นนั้นในเมื่อมีผู้บริจาคให้คนเดือดร้อนก็ต้องแจกจ่ายไปตามหน้าที่ ย้ำว่าไม่มีสิ่งของใดถูกนำมากักเก็บ สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะที่ทำการอบต. ซึ่งถูกน้ำท่วมเช่นกันคงไม่สามารถใช้เป็นที่ลักลอบกักเก็บสิ่งของใดได้ ส่วนกรณีที่มีอ้างว่าในพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพไม่ทั่วถึงก็ขอผู้ที่ร้องเรียนย้อนกลับไปมองตัวเองว่าได้ติดตามข่าวสารจากในพื้นที่บ้างรึเปล่า เพราะทุกครั้งที่แจกจ่ายประชาชนส่วนใหญ่ก็ได้รับสิ่งของครบถ้วน

ทั้งนี้ระหว่างการชี้แจงข้อสงสัยกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.และสื่อมวลชน นายกอบต. ประศุก พยายามจะสอบถามถึงรายชื่อผู้ที่ร้องเรียนไปยังป.ป.ท.ด้วย

ที่มา.เนชั่น
************************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น