“จตุพร” จี้ตำรวจ อัยการชันสูตรศพคนเสื้อแดงภายใน 30 วัน หลังดีเอสไอสรุปผลสอบสวนเบื้องต้นเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อส่งคดีให้ศาลพิจารณา ระบุคนสั่งปราบปรามและคนลงมือสังหารประชาชนใกล้คุกเข้ามาทุกทีแล้ว ย้ำชุมนุม 19 พ.ย. รำลึก 6 เดือนราชประสงค์ไม่รุนแรง ทำกิจกรรมชั่วโมงเดียวเลิก “ธาริต” ไม่หวั่นถูกฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ยันอำนาจสอบสวนเป็นของเจ้าหน้าที่ เรื่องทำงานเร็วช้าอยู่ที่พยานหลักฐาน ผบช.น. เข้มห้ามตั้งเวที ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ห้ามปิดถนน ภายใน 2 ชั่วโมงต้องเลิก โฆษก “มาร์ค” ติงไม่รู้ข้อเท็จจริงอย่าวิจารณ์ผลสอบสวนสาเหตุการตาย เกรงทำให้สังคมสับสน
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ระบุว่า การที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงความคืบหน้าผลสอบการเสียชีวิต 89 ศพว่า บางส่วนอาจเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ และการตายในวัดปทุมวนารามราชวรวิหารเป็นฝีมือของทหาร ก็ชัดเจนว่าผู้นำรัฐบาลและผู้นำทหารใกล้คุกเข้าไปทุกทีแล้ว
จี้ชันสูตรศพเสื้อแดงใน 30 วัน
“เมื่อแถลงออกมาชัดเจนอย่างนี้แล้วขอให้ตำรวจและอัยการเร่งดำเนินการชันสูตรพลิกศพภายใน 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด เพราะไม่มีเหตุผลที่จะประวิงเวลากันอีกต่อไป และขอให้ดีเอสไอเร่งแถลงผลการสอบสวนการเสียชีวิตของประชาชนที่เหลือโดยเร็ว เพราะทำงานมานานกว่า 7 เดือนแล้ว” นายจตุพรกล่าวพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นดีเอสไอ ตำรวจ หรืออัยการ ขอให้ผู้นำรัฐบาล ผู้นำทหารประกาศความพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาสั่งฆ่าประชาชนในชั้นศาล และสุดท้ายขอเรียกร้องถึงศาลยุติธรรมให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงตรง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้สังคม
นำผลสอบดีเอสไอฟ้องศาล
นายจตุพรกล่าวอีกว่า จะนำข้อมูลในส่วนที่ดีเอสไอแถลงและผลของคดีไปฟ้องต่อศาลโลก แม้จะมีข้อกล่าวอ้างว่าทำตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในข้อเท็จจริงไม่ว่าจะใช้กฎหมายใดก็ไม่มีสิทธิเข่นฆ่าประชาชน สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเองนั้น คนเสื้อแดงทุกคนพร้อมต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ในเรื่องนี้ ส่วนแกนนำและแนวร่วมที่อยู่ในเรือนจำจะพยายามยื่นประกันตัวต่อไป
พร้อมไปพบ ศอฉ. ตามนัดหมาย
นายจตุพรกล่าวอีกว่า พร้อมไปพบกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อหารือเรื่องการจัดงานรำลึก 6 เดือน 6 โมงเย็น ที่ราชประสงค์ ในวันที่ 19 พ.ย. โดยจะไปที่ห้องประชุมกองทัพบก เทเวศน์ ในวันที่ 18 พ.ย. เวลา 11.00 น.
“เท่าที่ทราบ ศอฉ. เรียก พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ไปพบด้วยในวันที่ 19 พ.ย. นี้ ไม่รู้ว่ากำลังคิดทำอะไร แต่ยืนยันว่าพวกผมไม่เคยคิดหนี” นายจตุพรกล่าวพร้อมยืนยันว่า ไม่ต้องเป็นห่วงการชุมนุมวันที่ 19 พ.ย. นี้ เพราะจะทำกิจกรรมกันเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น โดยนอกจากจะร่วมกันรำลึกถึงเหตุการณ์แล้ว จะร่วมกันกราบไหว้ท้าวมหาพรหมเพื่อขอพรให้ท่านช่วยดลบันดาลให้พี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ในเรือนจำได้รับการปล่อยตัว และให้คนที่สั่งฆ่าประชาชนได้รับโทษ
“ธาริต” ไม่กลัวถูกฟ้อง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ไม่กังวลหากนายจตุพรจะยื่นฟ้องปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมล่าช้า
“การสรุปสำนวนเพื่อสั่งฟ้องคดีเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน เมื่อทำคดีเสร็จต้องส่งเรื่องให้อัยการพิจารณา และเรื่องนี้ดีเอสไอไม่ได้ทำงานเพียงหน่วยเดียว แต่ทำร่วมกับตำรวจและอัยการ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมายังไม่เคยมีประวัติว่าพนักงานสอบสวนถูกฟ้องร้องด้วยเรื่องแบบนี้” นายธาริตกล่าวพร้อมยืนยันว่า จากการผลการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆเชื่อได้ว่าการเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการ พล.ร. 2 รอ. เสียชีวิตจากการกระทำของคนเสื้อแดงหรือผู้สนับสนุน ส่วนที่นายจตุพรยืนยันว่ามีพยานเห็น พ.อ.ร่มเกล้าถูกทหารยิงนั้น อยากทำความเข้าใจว่าการทำงานของดีเอสไม่ได้ฟังข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาจากหลายองค์ประกอบ
“สุเทพ” มั่นใจ ศอฉ. คุมเสื้อแดงได้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่า ศอฉ. จะสามารถควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 พ.ย. นี้ได้ เพราะการเคลื่อนไหวในช่วงหลังๆไม่มีเหตุการณ์อะไรบ่งบอกว่าจะเกิดความรุนแรง ส่วนการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นนายกรัฐมนตรีให้นโยบายชัดเจนว่า เมื่อสถานการณ์ปรกติก็จะยกเลิกทั้งหมด
นายสุเทพระบุว่า ผลการสอบสวนการเสียชีวิตที่ดีเอสไอแถลงออกมา เชื่อว่าจะคลายความสงสัยของสังคมได้ระดับหนึ่งว่าเราดำเนินการตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง
ทหารอากาศปฏิเสธหมิ่นเบื้องสูง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล น.ต.ชนินทร์ คล้ายคลึง หัวหน้าฝ่ายกรมช่างทหารอากาศ ผู้ต้องหาคดีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คไม่เหมาะสมและพาดพิงสถาบันเบื้องสูง เข้ารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เป็นผู้รับเรื่อง
ตำรวจตั้ง 2 ข้อหาส่งตัวให้ศาลทหาร
พล.ต.ต.อำนวยเปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อคือ ทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นสถาบัน แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่าอาจมีคนปลอมชื่อเข้าไปโพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสม ซึ่งต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงกันต่อไป
“เมื่อรับมอบตัวแล้วจะส่งตัวไปยังศาลทหาร ส่วนศาลทหารจะให้ควบคุมตัวได้หรือให้ประกันตัวก็สุดแล้วแต่”
ผบช.น. ห้ามเสื้อแดงตั้งเวที
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. กล่าวว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงวันที่ 19 พ.ย. นี้จะใช้มาตรการเดิมในการควบคุมคือ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ห้ามตั้งเวที ห้ามปิดหรือกีดขวางการจราจร ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. ไปประสานทำความเข้าใจกับแกนนำแล้ว
ภายใน 1-2 ชั่วโมงต้องเลิกชุมนุม
“เท่าที่ทราบการชุมนุมจะมี 3 จุด ช่วงเช้าคนเสื้อแดงจะไปรวมตัวกันที่เรือนจำเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและแนวร่วม ช่วงสายๆจะไปที่ดีเอสไอ และช่วงเย็นไปร่วมตัวกันที่แยกราชประสงค์” พล.ต.ท.จักรทิพย์กล่าวและว่า ไม่อยากให้การชุมนุมยืดเยื้อเพราะกลางคืนควบคุมดูแลยาก ควรเลิกชุมนุมภายใน 1-2 ชั่วโมง
โฆษก “มาร์ค” ห่วงมือที่สามแทรก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมความพร้อมในการเข้าไปควบคุมดูแลการชุมนุม หากไม่เตรียมความพร้อมอาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์เพื่อโยนความผิดมาให้รัฐบาลได้
นายเทพไทตำหนินายจตุพรว่า ไม่ควรออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของดีเอสไอ เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสน การสอบสวนจะต้องเป็นไปตามขั้นตอน ต้องมีการพิสูจน์กันด้วยข้อมูลหลักฐาน ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกตัดสิน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซง พร้อมพิสูจน์ความจริงในทุกข้อกล่าวหาบนพื้นฐานของกฎหมาย หากนายจตุพรเชื่อว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้เสียหายก็หาพยานหลักฐานมายื่นฟ้องรัฐบาล
ที่มา.หนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
**********************************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น