--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทรพี..ทรพา?

นิทานปรัมปราบอกเล่าเก้าสิบถึงเรื่องราวของ “ทรพี ทรพา” ไว้ว่า..

เดิมที “ทรพา” เป็นยักษ์เฝ้าประตูวังชั้นในของ “พระอิศวร” ชื่อ “นนทกาล” แต่แอบหลง รักนางรับใช้ “พระอิศวร” จึงถูกสาปให้เกิดเป็น “ควายเผือก” ซึ่งจะพ้นคำสาปก็ต่อเมื่อถูกลูกชายฆ่าตาย

“ทรพา” จึงได้ฆ่าลูกตัวผู้ของตนจนหมด มีนางควายตัวหนึ่งคลอดลูกออกมาเป็นกายสีดำ และตั้งชื่อให้ว่า “ทรพี” และฝากเทวดาช่วยเลี้ยง ดู เทวดาจึงมาสิงอยู่ในร่าง “ทรพี” 6 องค์ จนเติบใหญ่มีรอยเท้าเท่ากับพ่อ จึงได้ท้า “ทรพา” ผู้พ่อมาสู้กัน

สุดท้าย “ทรพี” เป็นฝ่ายชนะและฆ่า “ทรพา” ส่งผลให้ “ทรพา” พ้นคำสาปไปเป็นยักษ์เฝ้าประตูดังเดิม ภายหลัง “ทรพี” ต้องตายด้วยความคะนอง ในฤทธิ์ของตนเอง และไปท้า “พระอิศวร” มาสู้ “พระอิศวร” โกรธจึงสาปให้ไปสู้กับ “พาลี” และถูก “พาลี” ฆ่าตายและไปเกิดเป็นลูก “พญาขร” ชื่อว่า “มังกรกัณฐ์” และให้ตายอีกครั้งด้วย “ศรพระราม”

กระทั่งนิทานเรื่องนี้กลายเป็นที่มาของคำศัพท์ เชิงกระทบกระเทียบที่ว่า..“ลูกทรพี” ซึ่งหมาย ความว่า ..ลูกอกตัญญู ให้โทษแก่บิดา มารดา เช่นเดียวกับควายทรพี ที่ฆ่า พ่อของตน และคำว่า..“วัดรอย เท้า” ซึ่งหมายถึงคิดเปรียบเทียบ หรือคิดแข่งขันกับผู้มีคุณหรือผู้อาวุโสกว่า

จูนชุดความคิดกลับเข้าสู่ปริมณฑลการเมืองไทย เผอิญและบังเอิญเกิดปรากฏการณ์ “ชีวิตนักเลือกตั้ง เป็นดั่งนิทาน”เรื่องราวในวันวาน ก็มี “ทีมงานงูเห่า”...เมื่อไม่นานมานี้ก็มีวาทะหัก “เหลี่ยม”..“จบแล้วนาย”

แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด ขึ้นเมื่อไวๆ นี่เอง..นั่นก็คือสถานการณ์ความสัมพันธ์ ที่เปลี่ยนแปลงไประหว่าง “นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับ “ม็อบพันธมิตรฯ” รวมไปถึงความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวระหว่าง “นายกฯ อภิสิทธิ์” เจ้าเดิม กับ “นายหัวชวน หลีกภัย” และ “บัญญัติ บรรทัดฐาน”

อันมีที่มาที่ไปมาจากต้นเรื่องคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 มาตราร้อน โดยไม่ผ่านการคัดกรอง ในชั้น “ประชามติ”

เป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้น “บัญญัติ บรรทัดฐาน” วอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุมพรรค ซึ่งเกี่ยวเนื่องมา จากคำขู่ที่ว่า..หากผู้ทรงเกียรติท่านใดทะลึ่งฟรีโหวตและโหวตสวน พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ส่งผู้ ทรงเกียรติท่านนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งที่พร้อมจะเกิด ขึ้นได้ในทุกสถานการณ์

แม้สองผู้เฒ่าจะผนึกกำลังต้าน แต่ก็มิอาจ ต้านทานผู้ถือสิทธิ์ขาดในการยุบสภาได้แม้แต่น้อย

และเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้น ม็อบพันธมิตรฯ หนึ่งในทีมงานที่ทำคลอด “รัฐบาลเทพประทาน” และปลุกปั้น “อภิสิทธิ์” ขึ้นมา เป็นนายกฯ ต้องเฮโลลงถนนออกมาคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญฉบับ “เตี้ยอุ้มห้อย” ในรอบนี้

หักหาญน้ำใจผู้มีอุปการคุณอย่างรุนแรงและมีนัยซ่อนเร้น ที่เผอิญสอดรับกับข่าวลือที่ดังออกมาจาก “เนวินกรุ๊ป” และ “ทักษิณ ชินวัตร”

ว่ากันว่า ถึงขั้นอาจมีงานพักรบเพื่อ พบรักเป็นการเฉพาะกิจ ในกรณีที่ “นายกฯ อภิสิทธิ์” บิดพลิ้วไม่แก้รัฐธรรมนูญ อาจมีการเขี่ย ลูกให้ “ปู่ชัย ชิดชอบ” หยิบ “รัฐธรรมนูญฉบับเหวงๆ” ที่คาอยู่ในสภาขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีหมัด เด็ดสอดไส้ติดดาบวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจแนบเข้า ไปอีกหนึ่งขยัก

ล็อกเป้าตัดตอนอำนาจยุบสภาให้หลุดออกจาก มือ “เด็กดื้อ” และปล่อยให้ประชาธิปัตย์ไปวัดดวง บนชั้นศาลรัฐธรรมนูญในวันที่คลิปฉาวกำลังว่อนเน็ต

จากคำร่ำลือดังกล่าว จึงกลายเป็นที่มาของคำถามใน 2 สมมติฐาน...ตกลงความบาดหมางระหว่าง “เด็กดื้อ” กับ “ผู้มีอุปการคุณ” อันมีต้นเรื่องจาก การแก้รัฐธรรมนูญ นั่นเป็น “เรื่องจริง” หรือ “จำอวดระดับออสการ์”

จะ “จริง จริง เท็จ เท็จ” หรือ “เท็จ เท็จ จริง จริง” ก็ดี แต่มันก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงคำถามระดับมหาชนว่า..สิ่งที่นักเลือกตั้งกำลังเล่นเกม แก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้..ประชาชนนั้นได้อะไรบ้าง??? อนิจจา นักเลือกตั้งสวมบท “ทรพี-ทรพา” เดินสวนสนามบนความไว้วางใจของประชาชนกันอย่างสนุกสนาน.. การเมือง น้ำเน่าอันฟอนเฟะยังเป็นนิรันดร์ คู่ฟ้าประเทศไทย!!!

ที่มา.สยามธุรกิจ
-----------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น