กลายเป็นคำคุ้นเคยติดปากคนไปแล้วกับคำว่า”สัญญาณ” และ “สัญญาญพิเศษ” ซึ่งก็ไม่รู้มันต่างกันตรงไหน??
ยิ่งเป็นข้าราชการด้วยแล้วจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรมักจะอ้างว่าเพราะได้รับสัญญาณมา หรือยังไม่ได้รับสัญญาณ
แทนที่จะเป็นผู้ดูแลให้บริการประชาชน..กลายไปเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ มนุษย์พันธุ์รอรับสัญญาณไปเสียแล้ว
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสัญญาณที่ว่านี้เครื่องส่งมันอยู่ที่ไหน?? คลื่นความถี่เท่าไหร่?? จัดส่งโดยวิธีใด??
ยิ่งฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการด้วยแล้ว ผู้มีอำนาจแต่งตั้งแทบทำอะไรไม่ถูกเพราะต้องรอรับสัญญาณก่อนถึงจะคลานได้เดินเป็น
นี่แสดงว่าเครื่องส่งสัญญาณนั้นมันมีอิทธิฤทธิ์อิทธิพลรุนแรงเหลือคณานับจนมิอาจทานทัดเป็นแน่แท้!!
ระวังให้ดีก็แล้วกัน สมัยนี้อะไรๆ มันไฮเทค
ไอ้สัญญาณที่รับมาอาจเป็นสัญญาณเก๊ที่มือดี ดอดส่งมาก็ได้นะ...นักลวงโลกมันเยอะ??
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทำแบบนี้มันเสียบุคลิคภาพนะ??
กำลังดูหนังดูละครอยู่มันๆ ดันมีการส่งสัญญาณภาพและเสียง “มาร์คไขสือ" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โผล่จอทีวีออกมาขัดจังหวะเอาดื้อๆ
ก็เรื่องการแถลงผลงานช่วยเหลือเรืองพายุกระหน่ำบ้านน้ำท่วมเมืองของรัฐบาลนั่นแหละ
โดนสื่อแยงเข้านิด ประชาชนบ่นเข้าหน่อย ถึงเดินได้เต้นเป็น
ฝอยเป็นฉากๆ ถึงแนวทางช่วยเหลือทั้งขณะและหลังน้ำลด
แต่ที่เห็นแล้วทำให้ท่านผู้นำดูประหนึ่งว่าจะไม่จริงใจเท่าไหร่นัก...นั่นก็คือบุคลิก
ก็เล่นทำตาล๊อกแล๊ก..เหลือบซ้ายทีเหลือบขวาที เปลี่ยนเป้าไวชะมัดยาด
ดีนะที่เป็นสมัยนี้...ขืนเป็นสมัยก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่คงไม่ยอมให้ลูกหลานคบด้วยแน่เลยล่ะ???
++++++++++++++++++++++++++++++
ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก??
โดนศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนจากการเป็น ส.ส.
สองรัฐมนตรีจากสองพรรคร่วม
บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มท. อดีต ส.ส.โคราชจากภูมิใจไทย
เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา จากพรรคชาติไทยพัฒนา
กำลังยักแย่ยักยันไม่อยากถอนสมอลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม
มันก็เป็นยุทธการวัดใจกันดีๆ นี่แหละ...ระหว่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับพรรคร่วมรัฐบาล
ลองพรรคร่วมรัฐบาลดึงดันไม่ยอมให้สองรัฐมนตรีลาออกเพื่อเลือกตั้งซ่อม
ก็อยากรู้เหมือนกันว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะกล้าหักด้ามพร้าด้วยเข่าไหม??
ขาดพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติพัฒนาเมื่อไหร่ “มาร์คไขสือ” จะรู้สึก
กล้าๆ หน่อย “เนวิน ชิดชอบ” และ “บรรหาร ศิลปอาชา”!!!
+++++++++++++++++++++++++++++++
อยากปรองดองจริงหรือเปล่า??
ไม่อยากเห็นบ้านเมืองแตกแยกวุ่นวาย
พญาชาละวันแห่งโคกเจริญจังหวัดพิจิตร พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกรัฐมนตรีแห่งพรรคชาติไทยพัฒนา ลงทุนเป็นหนุมานขันอาสาเป็นกาวใจ ยอมเหม็นน้ำลายที่ถาโถมใส่
เข้าคุกไปคุยกับแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกขังก็ถูกกระแนะกระแหนถากถาง
ล่าสุดก็ไปจับเข่าคุยกับ “แม้วพลัดถิ่น” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขาใหญ่พรรคเพื่อไทยที่นอร์เวย์ ก็ยังไม่วายมีเสียงเสียดว่าระวังจะโดนข้อหาละเว้นปฏิบัติการตามหน้าที่ที่ไปคุยกับผู้ต้องหา ทั้งๆ ที่เสธ.หนั่นหรือกฌไม่ได้มีหน้าที่ในการจับกุมใครแต่อย่างใด
แม้จะเห็นลู่ทางแห่งความปรองดอง...แต่หนทางนั้นมันเต็มไปด้วยขวาก??
ไอ้ปากว่าตาขยิบมันเยอะ
แบ่งแยกแล้วปกครองมันคงง่ายกว่า??
ปรองดองจะสัมฤทธิ์ผลได้หรือไม่มันอยู่ที่ผู้มีอำนาจ!!
ลองเพิ่งจะเริ่มก็มีเงื่อนไขเสียแล้ว
ถ้าต่างจะเดินหน้าอย่างเดียวโดยไม่ยอมถอยกันบ้าง....เลือดนองแผ่นดินอีกครั้ง ถ้าชาติยังไม่สิ้นถึงจะได้เห็นความปรองดองมั้ง??
+++++++++++++++++++++++++++++++
ทำให้เห็น ไม่ใช่เป็นแต่พูด??
อย่าได้นึกว่าประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้มอย่างเดียวเป็นอันขาด
เพราะนอกจากจะเป็นสยามเมืองยิ้มแล้ว บ้านเรายังเป็นเมืองนักพูด เป็นเมืองนักประชาสัมพันธ์อีกต่างหาก
ไม่เชื่อก็ลองดูเอาตามข้างถนนรนแคม แม้กระทั่งหน้าจอทีวี ก็ได้
หมู่บ้านปลอดยาเสพติดที่ติดไว้หน้าหมู่บ้านมากมี แต่ยาเสพติดก็ไม่เคยลดมีแต่เพิ่มเพราะการดำเนินการเพื่อให้เป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดแทบไม่มีเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็น นอกจากป้ายที่ติดไว้โก้ๆ
นี่ก็คงมาอีหรอบเดิมอีกแล้ว ยอมทุ่มงบประมาณมาทำสปอตโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของกองทัพบกและ กอ.รมน.
ในโครงการทำดีมีอาชีพ
หลักในการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตามกระแสพระราชดำรัสนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมควรทำเป็นอย่างยิ่ง
ว่าแต่ว่า กองทัพบกและ กอ.รมน.เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาไปแล้วมากน้อยแค่ไหนเพียงใด??
ถ้ายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ก็ไปเร่งไปทำความเข้าใจให้ถูกต้อง
ถ้ายังเข้าไม่ถึงก็ไปหาทางเข้าให้ถึง
ถ้ายังพัฒนาไม่เต็มที่ก็ไปเร่งพัฒนาให้เต็มที่
ลงมือทำอย่างจริงจังย่อมดีกว่าพูดมากทำน้อยเสมอ
จริงไหมท่าน ผบ.ทบ. พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา และ เสนาธิการ กอ.รมน. พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก??
**********************************************
คอลัมน์:ตอดนิดตอดหน่อยใต้ฟ้า
บางกอกทูเดย์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น