--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

‘กลฟ้าสนั่นเสียง’

ช่วงนี้ข่าวสารการเมืองมีการแตกฉาน ซ่านเซ็นไปหลายทิศทางหลากประเด็น แต่ ที่ฮอตที่สุดคงไม่พ้นเรื่องยุบสภาฯ

“ไม่มีอะไรกดดันผม การที่ผมมีความเห็นเช่นนี้ก็ไม่ได้เป็นเพราะพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าจะยุบสภาก็ต้องยุบ และการยุบสภาก็ดีกว่าการปฏิวัติ เพราะกลุ่มคน เสื้อเหลืองจะมาชุมนุมวันที่ 11 ธันวาคมนั้น จะมาชุมนุมกันเพื่ออะไร ตอนนั้นสภา ก็ปิดแล้ว แต่เขาตั้งเป้าจะชุมนุมเพื่อยั่วยุให้ทหารออกมาควบคุมสถานการณ์และ นำไปสู่การรัฐประหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าขณะนี้ทหารมีแนวคิดจะรัฐ ประหาร ดังนั้น ยุบสภาก็ดีกว่า”

เฉพาะข่าวนี้เรื่องเดียวคลายปมการ เมืองไปได้เยอะที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งในการแก้รัฐธรรมนูญ รมว. จอมดื้อ ไปยันชายแดนภาคตะวันออก เพราะชั่วโมงนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่อง นี้ขึ้นแน่ เพราะกำลังจกกันมือเติบ

ทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ทำให้อีฉันอดคิด ถึงเรื่องตำราพิชัยสงครามแบบไทยโบราณ เป็น 21 กลยุทธ์ ที่ถูกผูกขึ้นเป็นร้อยกรอง เสนาะหูอยู่ไม่น้อยทีเดียว ความหมายก็ลึกซึ้ง

มีอยู่บทหนึ่งชื่อว่า “กลฟ้าสนั่นเสียง” ...มีเนื้อหาดังนี้

“กลชื่อฟ้าสนั่นเสียง


เรียงพลพยุหกำหนด


กฎประกาศถึงตาย


หมายให้รู้ถ้วนตน


ปรนปันงานณรงค์


ยวดยงกล่าวองอาจ


ผาดกำหนดกฎตรา


ยามล่าอย่าลืมตน


ทำยุบลสีหนารท


ดุจฟ้าฟาดแสงสาย


สำแดงการรุกรัน


ปล้นปลอมเอาชิงช่อง


ลวงเอาบุรีราชเสมา


ตรารางวัลเงินทอง


ปองผ้าผ่อนแพรพรรณ


ยศอนันต์ผายผูก


ไว้ชั่วลูกชั่วหลาน


การช้างม้าพลหาญ


ใช้ชำนาญการรบ


สบได้แก้จงรอดราษฎร์


ดุจฟ้าฟาดเผาผลาญ


แต่งทหารรั้งรายเรียง


เสียงคะเครงคะคร้าน


ทังพื้นป่าคะครัน


สนั่นฆ้องกลองไชย


สรในสรรพแตรสังข์


กระดึงดังฉานฉ่า


ง่อนงาช้างรายเรียง


เสียงบรรณพาคร้านครั่น


กล่าวกลศึกนั้น


กลยุทธ์ฟ้าสนั่นเสียง”

กลยุทธ์ฟ้าสนั่นเสียง ปกติเป็นการใช้กำลังทางทหารบุกตะลุยรวดเร็วอย่างฉับพลัน ใช้ฆ้อง กลอง แตร สร้างเสียงข่มขวัญข้าศึก ทำให้ไม่มีกำลังใจที่จะต่อกร กับเรา ประดุจเราตกใจกลัวเสียงฟ้าร้อง หากแต่เมื่อนักปกครอง หรือนักการตลาด ใช้ย่อมต้องมีการปรับเปลี่ยนการใช้นิดหน่อย คือคงแนวคิดไว้ หากแต่เปลี่ยนรูปแบบวิธีการ

เรามักจะเคยได้ยินว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง แต่หากจะต่อยอดความคิดอีกสักนิด คือให้เขารู้ในสิ่งที่เราอยากให้รู้นั่นย่อมหมายถึงการคอนโทรลเกมให้เป็นไปตามใจเราจะบังคับทิศทาง และนี่ก็เป็นความช่ำชองที่พรรคแม่ธรณีบีบ มวยผมสั่งสมมากว่า 60 ปี จนสืบทอดมา ถึงทายาทรุ่นปัจจุบันที่ชื่อ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หรืออย่างน้อยงานนี้ก็ไขก๊อกมหาดไทยได้ไม่ยากเย็น...

ที่มา.สยามธุรกิจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น