--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ความมีอยู่ของมาตรฐานการเมือง.

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเชือด 6 ส.ส.ให้พ้นสมาชิกภาพ กรณีถือครองหุ้น สื่อและสัมปทานกับรัฐ ซึ่งผิดรัฐธรรมนูญ งานนี้มีพ่วงรัฐมนตรีเข้าไป 2 คน คือ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม

แน่นอนว่างานนี้ต้องมีการแก้มือ คือ เลือกตั้งซ่อม...แต่สิ่งที่เป็นประเด็น คือ การ เลือกตั้งซ่อมจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องลาออก จากตำแหน่งรัฐมนตรี ???กรณีแบบนี้มี

ให้เห็นอยู่บ่อยจะว่าไป ก็ก่อนท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ถูกยกขึ้น มาเป็นบรรทัดฐานของท่านนายกฯ ด้วยซ้ำไป

บรรทัดฐานการเมืองควรเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน จะไปเทียบเคียงกับ กรณีที่มีการยุบสภาไม่ได้ เพราะเมื่อมีการ ยุบสภา

แล้วมีการรักษาการณ์ ซึ่งสภาพโดยธรรมชาติจะแตกต่าง มีบทบัญญัติที่ รองรับไว้ในการไม่ให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจ เต็มที่ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องเข้ามาดูเรื่องงบประมาณ และการโยกย้ายแต่งตั้งด้วยŽ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

จะว่าไปแล้วก่อนที่คุณสุเทพ จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงไปเลือกตั้งซ่อมที่ จังหวัดบ้านเกิดเรื่องนี้ก็ถือว่าถูกวิพากษ์วิจารณ์ ไม่น้อยในวงสังคมถึงความไม่เหมาะสม มีทั้งนักวิชาการ นักการเมืองออกมาโต้แย้งกันเป็นวงกว้าง แต่สุดท้ายคุณสุเทพก็ลาออกมาเพื่อความสง่างามในการสู้ศึก... แม้ว่าตอนแรกจะทำท่าดื้อแพ่งอยู่เล็กน้อย ก็ตาม

มาถึงในกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ถูกจับตาว่าจะแหกม่านประเพณี หรือไม่นั้น อาจจะเป็นเพราะการให้สัมภาษณ์ ว่าจะลาออกหรือไม่ แต่กลับตอบว่าอยู่ที่กรรมการบริหารพรรค และต้องเป็นไปตาม กฎหมายซึ่งต่างจากส่ง นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ที่ชี้ชัดไปแล้วว่าจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงเลือกตั้งอีกครั้งจะว่าไปแล้วนักการเมืองไทย

เอะอะ อะไรก็อ้างกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่กฎหมายก็มีพื้นฐานมาจากหลักจริยธรรม เพียงแต่กฎหมายมีช่องว่างให้เอาตัวรอดได้มากกว่า การเมืองกลายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ คุณธรรมและ จริยธรรมจึงมีบทบาทสำคัญกับระบบการ เมือง ลักษณะการเมืองการปกครองเน้นหนัก ในทางที่สะท้อนความหวัง ความปรารถนา ของมวลมนุษยชาติ มีการปกครองที่รัฐบาลมีอำนาจจำกัด เน้นความเสมอภาคโสเครตีส เคยให้ความ

เห็นไว้ว่า คุณธรรมที่แท้จริงมีคุณค่าภายในตัวของมัน คือ ทำให้ผู้ครอบครองความดีเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เพลโต แนะว่า คุณธรรมต้องตั้งอยู่บนความรู้ สิ่งที่ยึดถือว่าเป็นคุณธรรม เช่น ความกล้าหาญ ความพอดี ความยุติธรรม และ

ศาสนกิจ จะไม่เป็นคุณธรรม หากสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไม่มีความรู้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ สังคมที่คนในสังคมไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ก็จะเป็นสังคมไร้ระเบียบ มีการ เบียดเบียนละเมิดและขัดแย้งกันหากแต่สังคมที่เรายืนอยู่นี้นักการ

เมืองก็คือนักการเมือง การใช้ช่องกฎหมาย เพื่อเข้าข้างตัวเองจึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ว่าสร้างมาตรฐานนั้นจริงๆ แล้วก็หาได้มาจากจิตสำนึกไม่ แต่เป็นเพราะ ต้องรักษาหน้าตาและป้องกันตัวเองจากข้อครหาเพื่อรักษาฐานเสียงนั่นเอง

ที่มา.สยามธุรกิจ
*****************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น