"ธิดา"เปิดใจฝากพี่น้องว่าการต่อสู้ของนปช. ไม่มีม้วนเดียวจบ มันมีจังหวะก้าว คุณไม่สามารถทำอะไรเกินความเป็นจริงได้
ผศ.ภญ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านทีวีดาวเทียมช่อง Asiaupdate เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแนวความคิดที่ผิดในหมู่มวลสมาชิกคนเสื้อแดงทั้งประเทศ ความคิดที่ผิดนั้น มีทั้ง "ลัทธิสุ่มเสี่ยง" และ "ลัทธิยอมจำนน"
ด้วยเหตุนี้ "ธิดา" จึงอาสาเข้ามาจัดกระบวนทัพเสื้อแดง โดยเน้นเรื่อง "องค์ความรู้" หรือ "ติดอาวุธทางความคิด" ดังจะเห็นได้จากตอนหนึ่งของคำแถลงที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว
"นี่คือการยกระดับการต่อสู้ของประชาชน ด้วยองค์ความรู้ มิให้ลื่นไถลไปทางความคิดสุ่มเสี่ยง หรือความคิดยอมจำนนอย่างไร้หลักการ"
สิ่งที่ "ธิดา" ได้เปิดใจในวันนั้น สะท้อนว่า ขบวน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะเคลื่อนไหวตามธรรมชาติแบบที่ "แกนนอน" สมบัติ งามบุญอนงค์ กำลังทำอยู่ คงเป็นไปไม่ได้แล้ว มันต้องมี "การจัดตั้ง" อย่างเป็นระบบ
จตุพร พรหมพันธุ์ ได้ทำการปรึกษาหารือกับแกนนำที่ติดคุกอยู่ รวมถึงแกนนำที่หลบหนีอยู่ในเขมร และลาว จึงได้ข้อสรุปออกมาว่า ต้องมีการเลือก "แกนนำ นปช.ชุดเฉพาะกิจ" ขึ้นมาโดยเร่งด่วน
ซึ่งผู้นำ นปช. ในสถานการณ์การต่อสู้ยืดเยื้อยาวนาน คงไม่มีเหมาะสมเท่ากับ "ธิดา" ครูใหญ่โรงเรียน นปช.
คนทั่วไปอาจคิดว่า "ธิดา" เป็นแค่ "เมียหมอเหวง" แต่ในกลุ่มคนเสื้อแดงรู้จักมักคุ้นกับบทบาท "นักวิชาการประจำ นปช." ของครูใหญ่คนนี้มานานแล้ว
ว่ากันว่า "ธิดา" ยังเป็นคนปั้น "เต้น" ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จากนักจ้อแห่งสภาโจ๊ก ให้เป็น "ผู้ถ่ายทอด" ทฤษฎีว่าด้วยการต่อสู้ทางชนชั้น หรือเรื่องไพร่-อำมาตย์ ผ่านเวที นปช. ให้คนรากหญ้าได้เข้าใจด้วยภาษาง่ายๆ และกลายเป็น "ขวัญใจแม่ยก" คนเสื้อแดงไปโดยปริยาย
ฉะนั้น ยุทธวิธีของ นปช.ยุคแม่ทัพหญิงคือ ต่อสู้ด้วยภูมิความรู้และสติปัญญา โดยมีภาระหน้าที่สำคัญคือ
1.การรณรงค์เพื่อให้ปล่อยตัวแกนนำ มวลชนคนเสื้อแดง และผู้ถูกจับกุมคุมขังโดยมิชอบให้ได้รับอิสระภาพ การประกันตัวเพื่อดำเนินคดีอย่างมีนิติรัฐนิติธรรม
2.ช่วยเหลือเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัวตลอดจนการประกันตัวและต่อสู้คดี
3.เรียกร้องความยุติธรรมและการใช้กฎหมาย มาตรฐานเดียวกันและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
4.ยกระดับการต่อสู้ของประชาชนให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้
การปรากฏตัวของครูใหญ่ธิดา ในฐานะประธาน นปช. ได้มีปฏิกิริยาจากคนเสื้อแดงบางกลุ่มทักท้วงว่า แนวทาง นปช.เปลี่ยนไปแล้วใช่ไหม? และภาระหน้าที่เป็นนโยบายหรือไม่?
อ.ธิดา จึงให้สัมภาษณ์ทีวีดาวเทียมช่องเอเชียอัพเดทเพิ่มเติมว่า "แนวทางนโยบาย นปช.ยังเหมือนเดิม คือเราทำงานแบบรวมหมู่ เรามีนโยบาย ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่ผ่านการรับรอง และเปิดสอนในโรงเรียนมาตลอด พูดง่ายๆเรายังเหมือนเดิม"
ในวันแถลงข่าวที่อิมพีเรียล อ.ธิดา หยิบยกนโยบาย 2 ข้อจากนโยบายเฉพาะหน้าของ นปช. 6 ข้อคือ สร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และ ยึดแนวทางการต่อสู้สันติวิธี มาตอกย้ำให้รู้ว่า นปช.ยุคอดีตคอมมิวนิสต์ไทยเป็นผู้นำ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ!
"เรายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นอกจากจะจัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง การทำงานเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยุทธวิธี หรือภาระหน้าที่ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง"
อ.ธิดารู้อยู่แก่ใจว่า คนเสื้อแดงบางกลุ่มไม่ค่อยพอใจนัก แต่จำเป็นต้องย้ำอีกหน
"ข้อที่ 1 สำคัญที่สุด เป้าหมายของเรา สร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย เป้าหมายของเราคือร่วมกันเพื่อให้เกิดระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ฉะนั้นข้อนี้จะกล่าวหาว่าล้มเจ้าไม่ได้"
คนเสื้อแดงมักตกเป็นเป้าโจมตีว่า "ล้มเจ้า" อ.ธิดาก็ทราบดี จึงพยายามตักเตือนคนเหล่านั้นว่า "มีบางคนก็ไม่เห็นด้วย แต่เป็นคนส่วนน้อยนะ เช่นทำไมจะต้องห้อยยาวรุงรัง เราบอกว่านี่คือมตินะ คือคนบางส่วนชอบคิดในเชิงอัตวิสัยของตัวเอง...ความคิดฝันความใฝ่ฝันของคนมันมีได้ แต่ว่าบางครั้งมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แล้วเราต้องรับผิดชอบคำพูดและการกระทำของเรา ว่าทำไปแล้ว มันเสียหายอย่างไร ต่อขบวน ไม่ใช่พูดเอามัน พูดไม่ต้องรับผิดชอบ มันต้องรับผิดชอบต่อขบวนด้วยนะ"
จุดอ่อนอีกประการหนึ่งของคนเสื้อแดงคือ การต่อสู้ด้วยความรุนแรง "การต่อสู้ของเรา ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอาวุธ เรายืนยันเรื่องนี้มาโดยตลอด มันจะเอาข้อหาก่อการร้ายมายัดเยียดให้เราไม่ได้ ในที่นี้ หนทางการต่อสู้ของเรา นอกจากจะไม่ใช้อาวุธแล้ว เราจะใช้องค์ความรู้ สติปัญญา เพื่อกดดันให้เขา เห็นคนเป็นคน เท่าเทียมกันให้ได้ เพราะนี่คือคำตอบเดียวของประเทศไทย ถ้าเห็นคนเป็นคนเท่าเทียมกัน มันแก้ปัญหาได้หมดทุกอย่างเลย"
ส่วนโรงเรียนการเมือง นปช.อันโด่งดัง และ ศอฉ.กำลังเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด อ.ธิดา ยืนยันว่า ต้องเปิดต่อแน่
"ในระยะยาวหากเป็นไปได้ เราจะรื้อฟื้นโรงเรียน นปช. ขึ้นมาอีกครั้ง และยืนยันว่าไม่ใช่โรงเรียนล้มเจ้าอย่างแน่นอน"
กล่าวโดยสรุป นปช.ยุค "ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้" ประธานคนใหม่ได้ชี้แนะไว้ชัดว่า ต้องกุมเข็มมุ่ง "2 ไม่" ให้มั่นคือ ไม่ล้มเจ้า และไม่ต่อสู้ด้วยอาวุธ
จากนี้ไปต้องจับตาดูว่า คนเสื้อแดงกลุ่มอื่นๆจะยึดกุมเข็มมุ่งนี้หรือไม่? เป็นสิ่งที่ท้าทายแม่ทัพหญิงคนใหม่อย่างน่าระทึกใจ
ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
--------------------------------------------------
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น