ปชป.รอดตายเพราะ ‘ยาหมดอายุ’
ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา..ในคดีที่นายทะเบียน พรรคการเมืองได้ยื่นให้ศาลท่านสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย โดย ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้จัดทำรายงานค่า ใช้จ่ายของพรรคให้ถูกต้องตามความเป็นจริง..ซึ่งชาวบ้านร้านตลาดต่างปูเสื่อข้ามคืน นอนรอฟังผลแห่งคดีดังกล่าวกันค่อนประเทศ..
หลังจาก “กิตินันท์ ธัชประมุข” อัยการพิเศษทนายของฝ่ายผู้ร้อง (กกต.) ได้ร่ายยาวถึงข้อเท็จจริงแห่งคดี..ก็ทำเอา แฟนคลับ ปชป.ที่ติดตามการถ่ายทอดสด ทางทีวีถึงกับนั่งกันก้นไม่ติดพื้น..
แต่พอท่านอดีตนายกรัฐมนตรี “ชวน” ผู้ไม่เคยหลบภัยได้แถลงปิดคดีด้วยวาจาเท่านั้นแหล่ะครับ...ทุกคนในห้อง พิจารณาคดีเหมือนต้องมนต์สะกดนะจังงัง.. น้ำตาคลอเบ้ากันโดยไม่รู้ตัว.. ทุกคนต่างซาบซึ้ง สงสารพรรคเก่าแก่ที่สุดของแผ่นดินไทย..
ว่าใครกันหนอ?? ช่างใจดำอำมหิตก่อตั้งขบวนการทั้งกด..ทั้งดัน..“กกต.” และกระทำการข่มขู่ “ศาล รธน.” หวังเจาะไข่แดงท่านประธานศาล..ด้วยการแอบ ถ่าย “คลิปร้อน”
แต่หลังจากท่าน “อุดมศักดิ์ นิติมนตรี” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้เป็นตัวแทนขององค์คณะฯ อ่านคำคำวินิจฉัยเท่านั้นแหละ!!! ทุกคนก็ถึง “บางอ้อ”.. เพราะกระบวนการยื่นคำร้องยุบ ปชป.นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย..
ด้วยเหตุที่ กกต.นั้นตายน้ำตื้น.. ดันไป “ยื่นคำร้องล่าช้า” เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนดนะจ๊ะจะบอกให้?!?! มติเสียง ข้างมากขององค์คณะตุลาการศาล รธน. จึงออกมา 4 ต่อ 2 ให้ “ยกคำร้อง”.. ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็พลอยถูกสอยร่วงไม่ต้องนำมาวินิจฉัยไปโดยปริยาย..
อันที่จริงหลังจาก “คลิปแห้ว” ไม่สามารถระคายผิวอันอยู่ยงคงกระพันของ พรรคประชาธิปัตย์ลงได้.. ทุกคนก็พอรู้แล้ว ว่า “ปชป.” จะต้องเป็นพรรคตัวยืนของประเทศไทยไปอีกนานแสนนาน..
แต่ “กระบี่ปราบมาร” เองก็ไม่นึกไม่ถึงว่าคดีประวัติศาสตร์ทางการเมืองของ ไทยที่มี “พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2550” ที่เปรียบเสมือนตะแกงอันทรงพลัง..นั้นถูก สร้างมาเพื่อเอาไว้คัดกรองนักการเมือง “น้ำเน่า”.. มันจะจบลงเหมือน “ละครหลังข่าว”
ราวกับว่า “พรรคประชาธิปัตย์” ที่รอลุ้นการถูก “ยุบพรรค” เมื่อต้นสัปดาห์ ที่ผ่านมานั้น..เหมือนจะมีใครบางคนหรือไม่??? ที่มีญาณวิเศษ “ฝัน” เห็นผลแห่งคดีจากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาเป็นเช่นใด???
ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์อะไรหรอกครับท่านผู้อ่าน..แต่ไม่เชื่อก็อย่าได้ลบหลู่ เป็นอันขาด..เพราะคู่ความครั้งนี้ระหว่างผู้ร้อง “กกต.” กับผู้ถูกร้อง “ปชป.” นั้นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย..
แต่สิ่งที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจด ใจจ่อนั้น.. ผลการวินิจฉัยของกรรมการบนเวทีกลับจับ “กกต.มุมแดง” แพ้ฟาวล์เพราะน้ำหนักเกินพิกัดไปซะอย่างงั้น!!! เล่นทำเอา “ปชป.มุมน้ำเงิน” ที่รูปร่าง ผอมแห้งบักโกรกยืนหน้าซีดรอการชกอยู่นั้น..ถึงกับอ้าปากค้างงุนงงในชัยชนะของตนเอง..
อ้าว!!! พวกเราชาวค่าย “มาร์ค หน้าหมองลูกพระแม่ธรณี” ชนะแล้ว หรือนี่?!?!
“กระบี่ปราบมาร” เห็นท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เดินลงจากบันไดศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ..ไม่เป็น “มาร์คหน้าใส” ตามที่คาดการณ์ไว้.. ก็คงพอจะรู้แล้วว่าหลังจากนี้คงเกิด “สงครามยืดเยื้อ” ระหว่างรัฐบาลกับซีกฝ่ายค้านอีกยาวนานแน่นอน.. เพราะวันนี้สังคมไทยบางส่วนกำลังจับจ้องมองเรื่อง 2 มาตรฐานกันอย่าง ไร้สติ..
แต่ในความเป็นจริงนั้น “เมืองไทย” มีอยู่เพียงมาตรฐานเดียว..มันเป็นมาตรฐานของคนที่มี “อำนาจ” เท่านั้นครับ...
ที่มา.สยามธุรกิจ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น