--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ไขปมแพ้โหวตวัดใจ-โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี "หวังว่านายกรัฐมนตรีจะมีวุฒิภาวะมากขึ้น"

สัมภาษณ์พิเศษ

หากไม่มีพรรคภูมิใจไทยเป็น องค์ประกอบ รัฐบาล "เทพประทาน" ก็ยากจะ เกิดขึ้น

ตลอดเวลากว่า 2 ปีของการร่วมหอ-ลงโรง ระหว่างประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย จึงมีแต่ความราบรื่น แทบไม่มีโครงการใด ที่ภูมิใจไทยต้องการแล้วไม่ได้

แต่เมื่อประชาธิปัตย์รอดพ้นคดี ยุบพรรค-วาระการดำรงตำแหน่งอีก ไม่น้อยกว่า 9 เดือน

นาฬิกาการเมืองถูกนับถอยหลังไปสู่การเลือกตั้ง

ความสัมพันธ์ฉันพรรคร่วมจืดจาง-หมางเมิน

"นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไขปมสัมพันธ์ร้าว

- เบื้องหลังการโหวตลงมติ ครม.ให้แก้ กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 22 เพื่อแก้ไขปัญหาบัตรสมาร์ทการ์ด

รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย งดออกเสียง ก็เพื่อป้องกันปัญหาหากมีการฟ้องร้องกันขึ้น และทุกฝ่ายจะได้ทราบจุดยืนของกระทรวงว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข กฎกระทรวงเพื่อรองรับบัตรที่ผลิตขึ้นไม่ ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในเมื่อที่ประชุม ครม.นายกฯขอให้โหวตเพื่อให้แก้กฎกระทรวง มติส่วนใหญ่ออกมาก็ต้องกลับ ไปแก้ ถือเป็นทางออกเพื่อช่วยประหยัด งบประมาณ

- ถูกหักหน้าอย่างนี้ พรรครู้สึกเสียหน้าหรือไม่

ไม่ถือว่าพรรคภูมิใจไทยเสียหน้า แต่การที่กระทรวงมหาดไทยคัดค้านไม่รับรองบัตรสมาร์ทการ์ดที่ผลิตไม่ถูกต้องตามกฎกระทรวง เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนได้ใช้บัตรที่ถูกต้อง เพราะบัตรที่ภาคเอกชนผลิตมาทำผิดกฎกระทรวง ข้อที่ 22

- ถ้าไม่เห็นด้วย ทำไมไม่โหวตสวนหรือวอล์กเอาต์

การไม่ออกเสียงก็ถือว่าเนกาทีฟ- negative (เป็นเรื่องลบ) แล้ว ที่มีมติอย่างนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเราไม่เห็นด้วย ผมมองดูแล้วออกเสียงอย่างไรเราก็แพ้เขา (พรรคประชาธิปัตย์) วันยังค่ำ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่น่าจะให้โหวตอยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไรเขาก็ชนะอยู่แล้ว เราแพ้น็อกอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีจะให้โหวตไปทำไมไม่ทราบ

ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะอยากให้เห็นว่าเป็นประชาธิปไตย ผมคิดบวก ไม่อยากคิดลบให้เครียด

- ในเมื่อฝ่ายกระทรวงมหาดไทย ยืนยันโดยเอกสารในข้อเสนอเพื่อพิจารณาว่า ถ้าแก้จะผิดกฎหมาย ทำไมไม่ยืนยันให้ หนักแน่น เมื่ออภิปรายถกกันใน ครม.

เราหนักแน่น เรายืนยันว่าผิดกฎหมาย นี่ยังไม่หนักแน่นพออีกหรือ เรายืนยัน หลักการที่ถูกต้องเป็นหลัก

- ในที่ประชุมเลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกาช่วยอธิบายว่า แก้ได้ไม่ผิดกฎหมายใช่หรือเปล่า

การแก้กฎหมายรองรับการ์ด-บัตรประชาชนที่ทำไว้แล้ว ไม่ได้ทำให้ใคร เดือดร้อน ถ้าถามว่าใครถูก ใครผิด ก็ตอบได้ว่า ถูกทั้งคู่ ฝ่ายเขา (ประชาธิปัตย์) ต้องการประหยัดงบประมาณ ฝ่ายเรา (ภูมิใจไทย) เรายึดกฎหมายเป็นหลัก

เราถือว่าเรา protect (ป้องกัน) ไว้แล้ว เราห่วงว่าจะถูกฟ้องร้องเพราะไปออกกฎกระทรวง แก้กฎหมายรองรับสิ่งที่ไม่ถูก เรา defend (ออกตัว) อีกครั้ง ประเด็นอื่นเราก็เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีหมด

- ในเมื่อมหาดไทยมีหลักฐานว่าอาจจะถูกฟ้องร้อง ทำไมไม่แสดงหลักฐานออกมา

ผมไม่ทราบ ต้องไปถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านก็ผ่านการกลั่นกรองมากแล้ว และต้องอนุมานได้ว่าการประมูลมีความโปร่งใส

- จากนี้ไปกระทรวงมหาดไทยต้องทำอย่างไร

เราก็ต้องแก้กฎหมาย เพราะเราแพ้โหวต เสียงคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่เขาเห็นด้วยที่จะแก้กระทรวง เมื่อ ครม.มีมติออกมาต้องรอให้กระทรวงไอซีทีส่งเรื่องมา กระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาแก้ มีกรมการปกครองเป็นเจ้าของเรื่อง คาดว่าจะเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ แต่ขั้นตอนอื่น ๆ เช่น ขั้นตอนการพิมพ์บัตรและการส่งมอบคงต้องใช้เวลาอีก 1 เดือนจึงจะให้บริการบัตรสมาร์ทการ์ดกับประชาชนได้

- พรรคร่วมรัฐบาลที่สำคัญ 2 พรรคมีเรื่องขัดแย้งกันหนัก จะอยู่ด้วยกันไปอีกยาวหรือไม่

ไม่มีอะไรหรอกครับ ทำงานก็ต้องเห็นแย้งกัน ถ้าทำงานแล้วมีความเห็นเหมือนกันหมดก็เปลืองงบประมาณแย่

- ทำไมมีเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ในคณะรัฐมนตรีทีไร ต้องเป็นเรื่องระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย

ก็เป็นเพราะ 2 พรรคนี้เป็นพรรคใหญ่ พรรคเราอันดับ 2 แต่ก็ต้องไปถามผู้กระทำ อย่ามาถามผู้ถูกกระทำ (หัวเราะ) ผมไม่น้อยใจ...ให้ตาย ไม่เลย เราต้องทำงาน มันก็เป็นอย่างนี้ตลอด สมัยก่อนผมทำธุรกิจ คุยกับลูกน้องในโต๊ะประชุม เขาเถียงกับ เราคอเป็นเอ็น แต่เราก็ต้องเข้าใจว่า ข้อมูลลูกน้องอาจจะถูกก็ได้

แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องกฎหมาย มันหมิ่นเหม่ที่จะถูกกล่าวหา เพราะฉะนั้นเราต้อง protect ตัวเอง ไม่งั้นอนาคตอาจต้อง ไปสำนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือต้องไปสำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลักทางด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มันมีทุกข์มากว่าการบริหารธุรกิจเอกชนเยอะ

เปรียบเทียบกับงานภาคธุรกิจเอกชน มีการถกเถียงกัน แต่พอออกจากห้องประชุม ก็จบ แต่ราชการฝ่ายบริหารตัดสินใจอะไรไปแล้วยังมี consequence (ผลที่เกิดขึ้นตามมา) อีกเยอะ

- หากเป็นองค์กรธุรกิจ ผู้จัดการฝ่ายทะเลาะกับซีอีโอหนักทุกครั้ง ประชุมคราวหน้าจะมองหน้ากันติดหรือ

เราทะเลาะกันด้วยหลักการ ฝ่ายหนึ่งพิจารณาความจำเป็นตามหลักเศรษฐกิจ ฝ่ายหนึ่งก็ถือหลักกฎหมายไม่มีใครผิด ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะซีอีโอก็ต้องการประหยัดงบประมาณเพราะมันต้องใช้เงินหลายร้อยล้าน

- ท่านมีข้อสงสัยเรื่องกระทรวงไอซีทีมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่

เราไม่ทราบว่ากระทรวงไอซีทีไปเจรจากับใคร กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่พิมพ์บัตร ออกบัตร เราไม่มีหน้าที่ไป เจรจากับใคร

- 2 พรรคขัดแย้งกันหลายครั้งหลายโครงการ หากจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้ายังจะร่วมรัฐบาลกันได้อีกหรือไม่

ผมหวังว่าตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะมี maturity (วุฒิภาวะ) มากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น (หัวเราะ)

- หมายความว่า หลังเลือกตั้งใหญ่สมัยหน้าก็ร่วมรัฐบาลกันอีก

ไม่มีปัญหา

- ในแง่พื้นที่เลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยก็ทำพื้นที่ภาคอีสานแทนพรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่า

โอย...การทำพรรคการเมืองต้อง ขี้เหนียว...โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีหรอก

- เป็นนักธุรกิจมาทำงานการเมือง ตอนนี้คิดเรื่องวางมือจากการเมืองบ้างหรือไม่

ผมอยากจะวางนะ แต่ยังไม่มีคนมาทำแทน เพราะเขาอยู่ในบ้านเลขที่ 111 บางส่วนก็อยู่ในกลุ่ม 109 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง

ส่วนตัวผมไม่ค่อยซีเรียส ตอนอยู่ภาคธุรกิจโดนหนักกว่านี้ ผมยังอยู่นิ่งเฉยได้...เจ็บนะ แต่ทนได้ ก็ยึดหลักขันติให้ มากที่สุด

ตอนทำธุรกิจเป้าหมายคือกำไร สร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ผู้ซื้อยอมรับ แต่ทำการเมืองเป้าหมายคือการสร้างพื้นที่ยุทธศาสตร์ไม่เหมือนกัน

ในใจผมไม่ได้อยากมาทำการเมือง แต่เมื่อมาทำแล้วก็ 50/50 ยังอยากจะมีอิสระ ไปไหนมาไหนได้บ้าง นี่ไปเที่ยวไหนไม่ได้เลย ออกทีวีถี่เกินไปคนจำได้หมด

- เลือกตั้งคราวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชูนโยบายอะไรบ้าง

ผมกำลังวาง master plan (แผนแม่บท) ผมจะทำแคมเปญเลือกตั้งที่ยิ่งใหญ่มาก จะ change (เปลี่ยนแปลง) พลิกโฉมหน้าประเทศไทยอย่างชัดเจน ทำแล้วคนรากหญ้าสบายเลย ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ทำให้ประเทศไทยไม่มีคำว่า ยากจน ผมอยากให้ประเทศไทยมีรายได้ ต่อหัวไม่ห่างกันมาก

- คุณเนวิน ชิดชอบ ที่เป็นครูใหญ่ของพรรค ร่วมงานกับท่านได้ดี

เขาก็คิดด้วยกันกับผม เขาคิดเร็วทำเร็ว ทำงานเก่งจนทำให้คนอื่นอิจฉาเขาเยอะ ข้อเสียคือแก (เนวิน) เหยียบหลายคนขึ้นมา คนที่ถูกเหยียบไหล่ก็เลยแค้น แต่ตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีบันไดให้เขาเหยียบเท่าไร (หัวเราะ)

- คุณเนวินมีศัตรูทางการเมืองเยอะ การเป็นรัฐบาลสมัยหน้าจะยากหรือไม่

ผมว่าสักวัน...ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานพอควรที่จะพิสูจน์ว่าคนอย่างเขา (เนวิน) ก็อาจจะใช้มือดึงคนที่เขาเคยเหยียบไหล่ให้ขึ้นมาก็ได้ เพราะบางทีคุณเนวินแกก็เคยถูกเหยียบไหล่เหมือนกัน...แกคงเข้าใจ

- กระทรวงมหาดไทยจะขึ้นเงินเดือนให้ ผู้บริหาร อบต.ถูกประชาธิปัตย์ขวาง

การปรับเงินเดือนผู้บริหาร อบต.ไม่ได้หวังผลทางการเมืองหรือเตรียมเลือกตั้ง และไม่ใช่การหาเสียงเลือกตั้งแข่งขันกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เตรียมขึ้นเงินเดือนข้าราชการในเดือน เม.ย. 2554 แต่เป็นการขึ้นค่าครองชีพให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ และได้พิจารณาจาก พื้นฐานเงินเดือนค่าตอบแทนที่ผู้บริหารจะได้รับ เพราะเห็นว่ายังมีสัดส่วนที่ต่ำกว่าหน่วยงานอื่น การปรับครั้งนี้แต่ละคนจะได้รับเงินประมาณ 7,900-9,200 บาท ปรับขึ้นเพียงร้อยละ 60-70 เท่านั้น โดยใช้งบประมาณปีละกว่า 1,000 ล้านบาท หาก ส.ก.และ ส.ข.จะขึ้นเงินเดือนตาม โดยมีเหตุผลก็ต้องยอมรับ

- ที่สุดแล้วเงินเดือนของ อบต.ก็ได้ตามเสนอ เพียงแต่นายกรัฐมนตรีอยากร่วมพิจารณาในรายละเอียด

ใช่ครับ คงได้ขึ้น แต่ได้ให้อธิบดีกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทำตารางตัวเลขเปรียบเทียบอัตราการขึ้นเงินเดือนและตัวเลขงบประมาณ เพื่อเสนอนายกฯให้ทันก่อนการประชุม ครม.สัปดาห์หน้า แต่ผมได้ลงนามการปรับขึ้นเงินเดือน ผู้บริหาร อบต.ไปแล้ว คงมีผลหลัง ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

การขึ้นเงิน อบต.เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการนำเรื่องเข้าพิจารณาใน ครม. แต่เป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงและขอให้ยื่นตารางเปรียบเทียบค่าตอบแทนระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทั้ง อบต. อบจ. เทศบาล และสภา กทม. ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
--------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น