กว่า 113 ปีแห่งความสัมพันธ์ของ 2 ราชอาณาจักรไทยกับรัสเซีย ตั้งแต่ยุคสมัยของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้สานสัมพันธ์กับราชวงศ์โรมานอฟ ในยุคแห่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซีย
แม้ว่าในช่วงระยะเวลา 113 ปีที่ผ่านมา อาจจะมีบางช่วงบางเวลาที่ห่างเหินกันบ้างด้วยเงื่อนไขของระบบการปกครองที่เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยให้สอดรับกับกระแสการเมืองภาย ในของแต่ละประเทศ และสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นภาพของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองรัฐ
คือในช่วงที่ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนแปลง การปกครอง คือในช่วงปี 2460 เมื่อรัสเซีย เกิดการปฏิวัติสังคมนิยม และสถาปนาประเทศสหภาพโซเวียต ก่อนที่เราจะเปลี่ยน ตัวเองมาเป็นประชาธิปไตย 15 ปี ไทยได้ถอนการมีผู้แทนทางการทูตที่ดูแลรัสเซีย และยุติความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ลงชั่วคราว หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างดำเนิน ความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยความระมัดระวัง
แม้ว่าในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คือช่วงปี 2482 จะมีความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ แต่ด้วยเรื่องของสงครามเย็นระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจทางโลกเสรี และคอมมิวนิสต์บีบบังคับให้กลุ่มโลกที่ 3 อย่างเราต้องเลือก ฝ่าย และมันก็ชัดเจนในคำตอบอยู่แล้วที่ประเทศไทยต้องยืนอยู่มุมขวา
แต่ภายหลังการล่มสลายของสหภาพ โซเวียต ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-รัสเซียกลับเจริญงอกงามขึ้นตามลำดับ มาจนถึงปัจจุบันลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซียในปัจจุบัน เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” ซึ่งงานนี้ต้องยกผลประโยชน์ให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยมีการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการเมื่อ 2545
การเยือนรัสเซียของคุณทักษิณในครั้งนั้นก่อให้เกิดการกระชับความร่วมมือในทุกมิติและทุกสาขาในเวลาต่อมา โดยมีกลไกความสัมพันธ์ทวิภาคีด้านการเมืองเป็น เครื่องผลักดัน และนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ที่ลึกและรอบด้านยิ่งขึ้น
ก่อนที่จะเกิดข้อพิพาทของ “ลอร์ด ออฟ วอร์”....มร.วิคเตอร์ บูต อดีตสายลับ KGB ผู้กุมความลับขององค์กร ชายที่ได้ชื่อว่า “พ่อค้าแห่งความตาย” เชื่อกันว่าชายผู้นี้สามารถค้าขายได้กับทุกๆ คนที่พร้อม จะควักสตางค์จ่าย โดยไม่คำนึงถึงแนวคิด ทางการเมือง แม้กระทั่งกับกลุ่มที่ไม่น่าคบค้าอย่างตาลีบัน และชาร์ลส์ เทเลอร์ แห่งไลบีเรีย ยูเอ็น และสหรัฐ ก็เคยใช้ บริการการบินของลอร์ด ออฟ วอร์ ผู้นี้
และด้วยเหตุและผลนี้ ทำให้สหรัฐ อยากได้ตัว และต้องการตัวนายคนนี้มาก แต่ทว่า รัสเซียก็ต้องการนายคนนี้กลับ ไปที่รัสเซีย เพราะเชื่อได้ว่าหากสหรัฐได้ตัวไป สหรัฐจะเค้นข้อมูลทุกสิ่งอย่าง จากนายบูต ในเรื่องขององค์กรลับๆ หรือหน่วยงานในรัสเซียที่หนุนหลังอยู่ อย่างแน่นอน
และหลังจากที่ประเทศไทยตัดสินใจส่งตัวนายวิคเตอร์ บูต ให้กับ สหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าทางรัสเซีย ต้องไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงขนาดคำรามข้ามโลกมาว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย และยกเลิก โครงการร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรื่องนี้ไม่จบ ง่ายๆ เพียงเท่านี้แน่ ทางรัสเซียต้องมีมาตรการตอบโต้ไทยให้ถึงที่สุดแน่
แม้ข่าวนี้จะเงียบหายไปจากกระแส ข่าวบ้านเราไปแล้ว...แต่อย่าลืมว่ายังมี นักลงทุนชาวไทยอีกหลายคนที่เข้าไปลงทุนในรัสเซีย และเชื่อว่างานนี้เขาเหล่านั้นอาจต้องตกเป็นเหยื่อของการ เมืองอย่างยากที่จะหนีพ้น...
ที่มา.สยามธุรกิจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น