--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พาณิชย์ดิ้น ปรับวิธีประมูลข้าว !!??

นิวัฒน์ธำรง” ชง กขช. อนุมัติขายตรงข้าวในสต็อก ให้รัฐวิสาหกิจ-เอกชนต่างประเทศ พร้อมปรับเงื่อนไขประมูลใหม่ เตรียมหารือชาวนาถกแนวทางจำนำรอบใหม่ 2556/57 พร้อมดึงเงินกองทุนส่งออก 240 ล้านบาท วางมัดจำระบายข้าวผ่านเอเฟต ล็อตแรก 1.4 แสนตันต้น ก.ย.นี้
   
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการระบายข้าว ได้พิจารณาแนวทางการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลเพิ่มเติม โดยเห็นชอบแนวทางการเปิดระบายข้าวให้กับรัฐวิสาหกิจในต่างประเทศ หรือเอกชนต่างประเทศที่ติดต่อขอซื้อเข้ามาโดยตรง แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องซื้อข้าวสต็อกรัฐไม่ต่ำกว่าราคาประมูลทั่วไป และราคาที่แบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับต่างประเทศ พร้อมกับจะต้องมีการส่งออกจริง หรือมีเอกสารการส่งออกมายืนยัน
       
แนวทางดังกล่าวจะต้องเสนอให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อนุมัติก่อน ซึ่งจะมีการประชุมวันที่ 26 ส.ค.นี้ เชื่อว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลระบายข้าวในสต็อกได้มากขึ้น และขณะนี้ก็มีเอกชนต่างประเทศเข้ามาเสนอซื้อข้าวในสต็อกหลายราย ทั้งจากจีน และประเทศในตะวันออกกลาง
   
ส่วนวิธีการประมูลข้าวให้กับภาคเอกชนในประเทศ ยังจะใช้วิธีนี้อยู่ แต่จะมีการปรับหลักเกณฑ์การประมูลจากเดิมที่ให้ประมูลแบบยกคลัง เป็นสามารถซื้อย่อยแยกกองได้ เพื่อจูงใจให้เอกชนมาเข้าร่วมประมูลมากขึ้น
   
สำหรับการกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกในโครงการรับจำนำฤดูกาล 2556/57  จะมีการหารือกับตัวแทนเกษตรกร ทั้งจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมส่งเสริมชาวนาไทย สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และสมาคมชาวนาข้าวไทย เพื่อหารือถึงแนวทางการรับจำนำข้าวในรอบใหม่ ทั้งเรื่องราคาและหลักเกณฑ์ เมื่อได้ข้อสรุปจะนำแนวทางทั้งหมดเสนอให้ กขช.พิจาณาว่าจะเลือกแนวทางใด ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป คาดว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะทันกับการเปิดรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ในเดือน ต.ค.นี้
   
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมชี้แจงโครงการประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (AFET) ว่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนภาคเอกชนที่สนใจ ได้ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการในการประมูลเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประมูลข้าวในตลาดเอเฟต โดยการนำข้าวออกมาประมูลผ่านตลาดเอเฟต ถือเป็นการสะท้อนราคาตลาดที่แท้จริง และจะทำให้เกิดความโปร่งใส สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มาก
   
สำหรับข้าวล็อตแรก จะเป็นข้าวขาว 100,000 ตัน และข้าวหอมมะลิ 40,000 ตัน รวมเป็น 140,000 ตัน ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากการชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว จะเริ่มประมูลรอบแรกในต้นเดือน ก.ย.นี้ และจะมีการรับมอบข้าวตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้เป็นต้นไป
   
ส่วนการติดขัดในขั้นตอนการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมในการนำข้าวสต็อกรัฐบาลในการซื้อขายผ่านตลาดเอเฟต จำนวน 240 ล้านบาทนั้น นายนิวัฒน์ธำรงได้เห็นชอบที่จะนำเงินจากกองทุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมาใช้ในการค้ำประกัน โดยระบุว่าไม่ได้ผิดหลักเกณฑ์ในการใช้เงินกองทุน เพราะเป็นเพียงการนำเงินมาค้ำประกันเท่านั้น.

ที่มา.ไทยโพสต์
/////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น