--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อุตสาหกรรมโรจนะสบช่อง ลุย ทวายโปรเจกต์ !!?

แม้ว่าโครงการ "ทวายโปรเจกต์" ในพม่าจะได้ข้อสรุปถึงรูปแบบการระดมทุน ด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้ง คอมปะนี โดย เป็นการถือหุ้นร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและพม่า และจัดตั้งนิติ บุคคลย่อย (Special Purpose Companies : SPCs) ขึ้น อีก 7 บริษัท เพื่อให้ภาคเอกชนที่สนใจเข้าลงทุนในแต่ละสาขา ได้แก่ ท่าเรือ ถนน ผลิตไฟฟ้า ผลิตน้ำและบำบัดน้ำเสีย นิคมอุตสาหกรรม สื่อสารโทรคมนาคม และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์..

โดยเฉพาะการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นหัวใจของโครงการ รองรับ อุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะเข้าไปลงทุน ซึ่งยังไม่มีเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมไทยรายใดตัดสินใจเดินหน้า

บางรายถึงขั้นปฏิเสธ เพราะมองว่าความเสี่ยงสูง

ยกตัวอย่าง นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้ความเห็นว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลไทยและพม่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันในการผลักดันโครงการทวาย แต่ถึงยังไงโครงการนี้ยังมีความเสี่ยงสูงในการขับเคลื่อน เนื่อง จากปัญหาความขัดแย้งภายในของพม่าที่มีชนกลุ่มน้อยหลายชาติพันธุ์ ขณะที่กฎหมายการลงทุนก็ยังไม่นิ่ง เปลี่ยน แปลงได้ตลอดเวลา

ประกอบกับโครงการนี้เป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากกว่าแสนล้านบาท ถ้าตัดสินใจลงทุนแล้วมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังจะเกิดความเสียหายมหาศาล

หันไปมองด้านกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อมตะ แม้จะมีความสนใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจว่าจะเข้าไปลงทุนในรูปแบบไหน

โดย นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่ามีความสนใจที่จะเข้า ไปลงทุนในทวาย เนื่องจากอยู่ในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ เบื้องต้นมีการพูดคุยกับคณะกรรมการของอมตะฯ แล้ว ทุกคนเห็นด้วยกับการเดินหน้าโครงการนี้

แต่หนึ่งรายที่วันนี้ตัดสินใจแล้วคือส่วนอุตสาหกรรมโรจนะ

โดยทำสัญญาร่วมทุนกับอิตาเลียน ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก่อตั้งบริษัทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ครอบคลุมพื้นที่ 127,000 ไร่ ตั้งเป้ารองรับการลงทุนในอาเซียนที่กำลังขยายตัว

ซึ่งนายจิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนอุตสาหกรรม โรจนะ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เล็งเห็นถึงโอกาสการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้ตกลงทำสัญญาร่วมทุนกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ในการก่อตั้งบริษัทเพื่อดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า ครอบคลุมพื้นที่ 127,000 ไร่

โดยจะมีการทยอยพัฒนาเป็นขั้นตอนในแต่ละเฟส ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพารา เฟอร์นิเจอร์ทั้งจากไม้และยางพารา พลาสติก วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องหนัง และอาหารทะเล

"การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเกิดความคล่องตัวมากขึ้น เราจึงต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับความเปลี่ยน แปลงและความต้องการของนักลงทุน โดยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงการลงทุนไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพ ซึ่งพม่าถือเป็นประเทศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ทวายซึ่งเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมต่อระบบลอจิสติกส์ไปยังประเทศแถบตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว สำหรับโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการและทำการตลาดได้ภายในสิ้นปี 2556 โดยผู้ซื้อจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณ ต้นปี 2557" นายจิระพงษ์ กล่าว

นายอู เย เมียน ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กล่าวว่า แผนดังกล่าวซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินงานเฟสละ 5 ปี แบ่งเป็น 3 เฟส คือ โครงการ เฟสแรกจะเน้นอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า เครื่องหนัง อาหาร ยางพารา อุตสาหกรรม ที่ใช้ผลิตผลเกษตรเป็นพื้นฐานและเฟอร์นิเจอร์ มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 5 ปี บน พื้นที่ราว 6,025 ไร่ โครงการ เฟสสอง 5 ปีเช่นเดียวกัน บนพื้นที่ 5,000 ไร่ ประกอบด้วย โรงงานเหล็ก ปุ๋ย โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานผลิตรถยนต์ โครงการระยะที่สาม 10 ปี ประกอบด้วยโรงงานผลิตพลาสติก เคมีภัณฑ์ และโรงกลั่นน้ำมันดิบ

"ธุรกิจที่ดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจะต้องไม่สร้างมลภาวะ ต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายถือเป็นโครงการแรกของประเทศ ที่เน้นในเรื่องนี้และเราพร้อมจะเดินหน้าเต็มที่" นายอู กล่าว

ที่มา.สยามธุรกิจ
/////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น