--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ภาคเอกชนวอน..สภาไทย อย่าเลียนแบบไต้หวัน !!??

บางคนชอบใจแต่บางคนเน็จอนาจใจอับอายขายหน้าชาวโลกที่การประชุมรัฐสภาของผู้ทรงเกียรติช่วง2-3 วันที่ผ่านมาปั่นป่วนสับสนวุ่นวายสภาไทยกลายเป็นเหมือนสภาไต้หวันไปเสียแล้ว  นับเป็นบทเรียกแรกกับประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของส.ว.ยังยืดเยื้อนบานปลายเท่านี้ ต่อไปถึงคิวพิจาณาพ.ร.บ.งบประมาณปี 57,พ.ร.บ.  เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท พ.ร.บ.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทยิ่งจะไม่ยื้อกันไปใหญ่โตทำร้ายเศรษฐกิจที่กำลังจมน้ำอยู่เวลาให้ดำดิ่งยิ่งนักแล้วประชาชนคนรากหญ้ายิ่งจะลำบากแสนเข็ญเดือนร้อนกว่าเก่า
   
ไม่เท่านั้น หากเป็นพ.ร.บ.นิรโทษกรรม พ.ร.บ.ปรองดองหรือพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องอื่นๆประเทศนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภา  จะยิ่งขัดแย้งรุนแรงกลายเป็นชนวนเกิดสงครามกลางเมืองเอาตัวอย่างอียิปต์ก็ได้
   
ดังนั้น วันนี้มารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนว่าเขามองการประชุมสภาอย่างไรและเขาขอฝากวิงวอนอะไรเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อประชาชนคนจนๆกันบ้าง

พยุงศักดิ์  ชาติสุทธิผล
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ภาคเอกชนมองการประชุมรัฐสภาพิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนุญว่าด้วยที่มาของส.ว.1-2 วันที่ผ่านมาเป็นอย่างไรและเห็นว่าควรเป็นอย่างไร
   
คงไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์มากนัก แต่ว่าการประชุมนั้นก็มีกฎระเบียบอยู่ การประชุมแล้วประชุมให้แล้วเสร็จจะเป็นเรื่องที่ดีต่อส่วนรวม ผมคิดว่าอย่างนั้นคงไม่อยากวิจารณ์ในเชิงลึก  ผมคิดว่าคงเข้าใจกันได้ว่า สิ่งที่ออกมานั้นสะท้อนถึงอะไรบ้าง ไม่ว่าเรื่องอะไร คิดว่ามีการประชุมตามกฎระเบียบของการประชุมตามขั้นตอนอะไรต่างๆในระเบียบวินัยที่เขาใช้อยู่ในสภา  โดยปกติอยู่แล้วจะดีกว่า
   
แต่ช่วงหลังๆการประชุมสภาของเรารู้สึกจะมีเรื่องของอะไรที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในอดีตมากขึ้น ไม่ว่าครั้งก่อนที่มีความวุ่นวายอยู่ช่วงหนึ่ง มาคราวนี้รู้สึกว่าจะเยอะกว่าคราวที่แล้วอีกด้วย

ต่างประเทศเขามองการเมืองเราแบบว่าด้อยประชาธิปไตยหรือด้อยพัฒนาหรือเปล่า
     
เมื่อเป็นอย่างนี้คงอยู่ที่ความเข้าใจด้วย จริงๆเขาคงอยากเห็นการประชุมที่ไปตามเหตุผล กฎระเบียบที่มีอยู่แล้ว ทำให้ให้เห็นไปตามกฎระเบียบที่ใช้กันมานานแล้ว

 ความคิดเห็นที่แตกต่างของนักการเมืองในสภาจะแก้ไขได้อย่างไร
     
เข้าใจว่าประเด็นความเห็นเขามีต่างกันมากอยู่แล้วสุดท้ายก็คงใช้วิธีการของสภาในการที่จะพูดคุยกันนะครับ

 การประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของส.ว.ยังยืดเยื้อวุ่นวายมากขนาดนี้แล้วการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท พ.ร.บ.การบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ถ้ายืดเยื้ออีกจะมีปัญหาต่อประเทศเพราะกระทบเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวลง
     
ใช่ ครับ ถ้าหากยืดเยื้อเราจะเสียเวลาในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ รวมทั้งด้านการพัฒนาและทุกคนคงอยากจะเห็นการพัฒนาทางด้านต่างๆมากขึ้น

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี
นายกสมาคมค้าทองคำ

 ขอความเห็นกรณีการประชุมรัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดความวุ่นวายเรื่องที่มาของส.ว.นั้นเป็นอย่างไร
     
เท่าที่รับฟังๆมาแล้วมันไม่ดีหรอก ครับ ไม่ดีเหมือนกับสภาไต้หวัน ไม่ว่าใครถูกหรือใครผิด  ดูภาพรวมที่ปรากฎออกมาแล้วไม่ดี

การประชุมสภายิ่งวุ่นวายยิ่งกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอยู่ในขณะนี้
     
ผมว่ามันควรจะหาวิธีพูดคุยกัน น่าจะคุยกันดีๆ ไม่อยากให้มีปัญหา ตอนนี้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ยิ่งถดถอยก็ไม่ดีอยู่แล้ว
     
ผมว่าแต่ละคนช่วยกันถอยออกมาสักนิดหนึ่ง แล้วพูดคุยกันก็จะดีนะครับ
ถ้าต่างคนต่างถือทิฐิ มันก็มีปัญหาถ้าคุยกันแล้วได้ตกลงกันได้  น่าจะดีเหมือนกันน่าจะเป็นที่ออกที่ดีที่สุดของประเทศ

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ
ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิยาล สถาบันพระปกเกล้า

ขอความเห็นต่อการประชุมรัฐสภาที่เกิดความวุ่นวายขึ้น
     
ผมคิดว่าไม่น่าที่จะเกิดอะไรวุ่นวายแบบนี้ ไม่เคยเห็นกันมาก่อน อีกหน่อยคงเป็นเหมือนกับสภาไต้หวันแล้วจะเห็นความวุ่นวาย บางทีผุ้หญิงก็มาขว้างสิ่งของหรือมีชกต่อยกัน ซึ่งไม่ดีเลย ตอนนี้ประเทศเราถือว่าเป็นประเทศที่เรียกได้ว่าพัฒนาแล้ว การประชุมสภาน่าจะมีความเป็นอะไรที่อาริยะมากกว่านี้
     
ขอฝากไปถึงทุกฝ่ายการทำแบบนี้ไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์มีแต่ประเทศชาติที่เสียประโยชน์ ประเทศของเราจะตกต่ำไปลงไปเรื่อยๆ  ยิ่งเวลานี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่รายได้น้อย ข้าวงยากหมากแพงยิ่งจะเดือดร้อน น่าจะออกกฎหมายหรือบังคับใช้กฎหมายที่จะมีผลออกมาช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ของประเทศได้
     
ความจริงแล้วน่าที่จะยอมโดนอ่อนผ่อนให้กันขอกันทีแบบนี้ไปก่อนได้ใหม่ คราวหน้าค่อยว่าแก้กันใหม่ ยอมกันบ้างก็ได้ ตอนนี้ต่างฝ่ายเขาคงคิดว่าไม่มีทางออก ต้องเอาชนะกันใหม่ได้ แต่ผมว่าจริงๆทางออกมีเยอะแยะ เพียงแต่ไม่เลือกเอาเท่านั้น

  ที่มา.สยามรัฐ
////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น