โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล
วิพากษ์ วิจารณ์กันไม่น้อยกับกรณี Technical Recession การถดถอยทางเศรษฐกิจของไทยในเชิงเทคนิคที่เกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจหดตัวสองไตร มาสติด โดยสื่อยักษ์อย่างบีบีซีมองในเชิงกังวลผ่าน
ตัวเลขจีดีพีของสภาพัฒน์ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่หดตัวต่อเนื่องลักษณะนี้อาจยังไม่ถึงกับรุนแรง แต่เป็นข้อกังวลในแบบ Mild Recession หรือเศรษฐกิจถดถอยอย่างอ่อนนั่นเอง ซึ่งก็มาจากข้าวของแพง กำลังซื้อภายในหด การกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศยังทำได้ยาก หันไปดูกลุ่มผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชนต่างก็ไม่มั่นใจ แต่ก็พูดในทิศทางคล้ายกันคือ รอความหวังกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท (ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...)
แต่ทิศทางงบฯเมกะโปรเจ็กต์นี้ยังใช้เวลายืดเยื้อออกไป จากปัญหาในสภา...
ตามกำหนดของวิปรัฐบาล ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านมีกำหนดเข้าพิจารณาวาระ 2-3 ในสภาสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน แต่การพิจารณากฎหมายหลายฉบับก่อนหน้านี้ในสภายื้อเวลาจนกระทบกับกฎหมาย 2 ล้านล้านที่รอจ่อคิวแต่ก็ร่นเวลาออกไป
แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากจนน่าเชื่อว่าการลงมติผ่านกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลผลักดันจะไม่ใช่เรื่องหืดขึ้นคอแต่ปัญหาที่ผ่านมากฎหมายหลายฉบับกว่าจะผ่านแต่ละขั้นไม่ใช่ทำได้รวดเร็ว เมื่อพบเกมตีรวนในสภา (พ่วงนอกสภา) ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านน่าจะเผชิญศึกหนักอย่างไม่ต้องสงสัย
ตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กว่าจะผ่านวาระรับหลักการแทบวุ่น ยังนึกเห็นภาพรำไรว่ายังต้องสู้กันอีกยก (ใหญ่) ในวาระ 2, 3 ต่อแน่นอน
มาถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 ที่อภิปรายขยายเวลาประชุมลากยาวเกินกำหนด จนล่าสุดการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. ก็สะบักสะบอมเป็นสัปดาห์ ที่สุดจึงกระทบตารางพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน
ยิ่งอภิปรายยืดเยื้อ ประท้วงและวุ่นวายในประเด็นไม่เป็นสาระสำคัญ ผู้ชมคนติดตามนึกแทบไม่ออกว่าฝ่ายค้านอภิปรายอะไร ชี้ให้เห็นปัญหาอะไร และโน้มน้าวให้สาธารณชนได้รับรู้อะไร เพราะพื้นที่ข่าว ยิ่งในโซเชียลมีเดีย ถูกกลบทับด้วยประเด็นสีสัน การประท้วงอีนุงตุงนัง
เห็นทางรำไรขนาดนี้ ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านจะได้เนื้อหาสาระในการประชุมวาระ 2, 3 แค่ไหน ขณะเดียวกันยังไม่รู้จะต้องเสียเวลาพิจารณากันกี่วัน เพราะเอาแน่นอนไม่ได้ ว่าสภาจะชุลมุนแค่ไหน
หากจำกันได้ ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านผ่านที่ประชุมสภาวาระแรกด้วยมติ 284 เสียง ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 21 ไม่ลงคะแนน 7 เสียง มาในวาระ 2 และ 3 ต้องลุ้นว่าจะใช้เวลาอภิปรายยืดเยื้อมีเหตุให้เกินปกติหรือไม่
ยังไม่นับการตรวจสอบโดยยื่นผ่านองค์กรอิสระอีกหรือไม่
แม้จะเป็นเสียงข้างมาก แต่เมื่อไม่สามารถไว้ใจในสถานการณ์ได้ ภาคการลงทุนจึงไม่หวังอะไรได้ทันในไตรมาสสุดท้ายของปี ข่าวการชะลอการลงทุน รอสังเกตการณ์กันอีกทีในปีหน้าจึงออกมา
กระนั้นแม้รัฐบาลยังเชื่อมั่นงบฯ 2 ล้านล้านบาทจะผ่านการพิจารณาจากสภา แต่หากร่าง พ.ร.บ.นี้ไปค้างเติ่งในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง สิ่งที่ต้องชัดเจนแบบเฉพาะหน้าคือ รัฐบาลมีมาตรการหรือช่องทางอย่างไร...ที่เคยประกาศว่า มีเตรียมทางเลือกไว้เพื่อให้การลงทุนไม่หยุดชะงักก็ต้องส่งสัญญาณออกมาตรการทางเลือกให้เห็นทิศทาง เพราะแม้นักลงทุนเพียงชะลอเพื่อสังเกตการณ์ แต่ด้านหนึ่งมีรายงานสถิติที่ต่างชาติยังแห่เข้ามาลงทุนเช่าพื้นที่ออฟฟิศในไทย เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการลงทุนและเออีซีในอนาคต
ดังนั้นรัฐบาลต้องประกาศให้ชัด จะเร่งรัดเดินหน้าก่อสร้างโครงการใด โดยใช้งบฯปี57 ศึกษาโครงการ แล้วจึงลงทุนในช่วงงบฯ 2 ล้านล้านบาทภายหลัง เพราะสภาพที่ปรากฏคือการเมืองยังถูกมองว่ามีความเสี่ยง ทุกอย่างจึงยังมั่นใจไม่ได้มากนัก
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////
วิพากษ์ วิจารณ์กันไม่น้อยกับกรณี Technical Recession การถดถอยทางเศรษฐกิจของไทยในเชิงเทคนิคที่เกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจหดตัวสองไตร มาสติด โดยสื่อยักษ์อย่างบีบีซีมองในเชิงกังวลผ่าน
ตัวเลขจีดีพีของสภาพัฒน์ช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่หดตัวต่อเนื่องลักษณะนี้อาจยังไม่ถึงกับรุนแรง แต่เป็นข้อกังวลในแบบ Mild Recession หรือเศรษฐกิจถดถอยอย่างอ่อนนั่นเอง ซึ่งก็มาจากข้าวของแพง กำลังซื้อภายในหด การกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศยังทำได้ยาก หันไปดูกลุ่มผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจเอกชนต่างก็ไม่มั่นใจ แต่ก็พูดในทิศทางคล้ายกันคือ รอความหวังกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท (ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...)
แต่ทิศทางงบฯเมกะโปรเจ็กต์นี้ยังใช้เวลายืดเยื้อออกไป จากปัญหาในสภา...
ตามกำหนดของวิปรัฐบาล ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านมีกำหนดเข้าพิจารณาวาระ 2-3 ในสภาสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน แต่การพิจารณากฎหมายหลายฉบับก่อนหน้านี้ในสภายื้อเวลาจนกระทบกับกฎหมาย 2 ล้านล้านที่รอจ่อคิวแต่ก็ร่นเวลาออกไป
แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากจนน่าเชื่อว่าการลงมติผ่านกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลผลักดันจะไม่ใช่เรื่องหืดขึ้นคอแต่ปัญหาที่ผ่านมากฎหมายหลายฉบับกว่าจะผ่านแต่ละขั้นไม่ใช่ทำได้รวดเร็ว เมื่อพบเกมตีรวนในสภา (พ่วงนอกสภา) ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านน่าจะเผชิญศึกหนักอย่างไม่ต้องสงสัย
ตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กว่าจะผ่านวาระรับหลักการแทบวุ่น ยังนึกเห็นภาพรำไรว่ายังต้องสู้กันอีกยก (ใหญ่) ในวาระ 2, 3 ต่อแน่นอน
มาถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2557 ที่อภิปรายขยายเวลาประชุมลากยาวเกินกำหนด จนล่าสุดการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. ก็สะบักสะบอมเป็นสัปดาห์ ที่สุดจึงกระทบตารางพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน
ยิ่งอภิปรายยืดเยื้อ ประท้วงและวุ่นวายในประเด็นไม่เป็นสาระสำคัญ ผู้ชมคนติดตามนึกแทบไม่ออกว่าฝ่ายค้านอภิปรายอะไร ชี้ให้เห็นปัญหาอะไร และโน้มน้าวให้สาธารณชนได้รับรู้อะไร เพราะพื้นที่ข่าว ยิ่งในโซเชียลมีเดีย ถูกกลบทับด้วยประเด็นสีสัน การประท้วงอีนุงตุงนัง
เห็นทางรำไรขนาดนี้ ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านจะได้เนื้อหาสาระในการประชุมวาระ 2, 3 แค่ไหน ขณะเดียวกันยังไม่รู้จะต้องเสียเวลาพิจารณากันกี่วัน เพราะเอาแน่นอนไม่ได้ ว่าสภาจะชุลมุนแค่ไหน
หากจำกันได้ ร่าง พ.ร.บ. 2 ล้านล้านผ่านที่ประชุมสภาวาระแรกด้วยมติ 284 เสียง ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 21 ไม่ลงคะแนน 7 เสียง มาในวาระ 2 และ 3 ต้องลุ้นว่าจะใช้เวลาอภิปรายยืดเยื้อมีเหตุให้เกินปกติหรือไม่
ยังไม่นับการตรวจสอบโดยยื่นผ่านองค์กรอิสระอีกหรือไม่
แม้จะเป็นเสียงข้างมาก แต่เมื่อไม่สามารถไว้ใจในสถานการณ์ได้ ภาคการลงทุนจึงไม่หวังอะไรได้ทันในไตรมาสสุดท้ายของปี ข่าวการชะลอการลงทุน รอสังเกตการณ์กันอีกทีในปีหน้าจึงออกมา
กระนั้นแม้รัฐบาลยังเชื่อมั่นงบฯ 2 ล้านล้านบาทจะผ่านการพิจารณาจากสภา แต่หากร่าง พ.ร.บ.นี้ไปค้างเติ่งในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง สิ่งที่ต้องชัดเจนแบบเฉพาะหน้าคือ รัฐบาลมีมาตรการหรือช่องทางอย่างไร...ที่เคยประกาศว่า มีเตรียมทางเลือกไว้เพื่อให้การลงทุนไม่หยุดชะงักก็ต้องส่งสัญญาณออกมาตรการทางเลือกให้เห็นทิศทาง เพราะแม้นักลงทุนเพียงชะลอเพื่อสังเกตการณ์ แต่ด้านหนึ่งมีรายงานสถิติที่ต่างชาติยังแห่เข้ามาลงทุนเช่าพื้นที่ออฟฟิศในไทย เพื่อใช้เป็นฐานรองรับการลงทุนและเออีซีในอนาคต
ดังนั้นรัฐบาลต้องประกาศให้ชัด จะเร่งรัดเดินหน้าก่อสร้างโครงการใด โดยใช้งบฯปี57 ศึกษาโครงการ แล้วจึงลงทุนในช่วงงบฯ 2 ล้านล้านบาทภายหลัง เพราะสภาพที่ปรากฏคือการเมืองยังถูกมองว่ามีความเสี่ยง ทุกอย่างจึงยังมั่นใจไม่ได้มากนัก
ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
///////////////////////////////////////////////////
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น