--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทีแบบนี้มีตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ บอกว่าเป็นห่วง" สงครามชนชั้น "


เจอวลี กินใจ "หรือเลือดไพร่มันไร้ค่า"

จนไปถึงสงครามระหว่างอำมาตย์ กับไพร่ ทำดัดจริตเป็นสะอึก

น้ำหูน้ำตาเล็ด ตามนายชวน หลีกภัย บุรุษผู้ไม่เคยได้รับรายงานตลาดกาล ที่ดัดจริตออกมาสร้งภาพว่าเป็นห่วงว่าสังคมไทยจะแตกแยกหนัก เพราะการใช้คำแบบนี้มันกินใจ และสร้างกระแสแตกแยกสูง

"ไพร่" ใครกันหละ.เป็นผู้ใช้คนแรก

"ไพร่อุปถัมภ์" ใครกันเล่า เป็นคนพูด

เมิงไม่ใช่เหรอ ไอ้แสรดม๊าก ...ที่เอื้อนเอ่ยวจีนี้ เพื่อตอบโต้จักรภพ เพ็ญแข เรื่องสังคมอุปถัมภ์ในขณะนั้น

นปช. เขาก็เอาคำที่เมิงกล่าวหา

"วลีที่เมิงเคยใช้"

definition( คำจำกัดความ ) ที่เมิงชี้นิ้วมาที่พวกกูว่าเป็น"ไพร่" นั่นแหละ มาเป็นม๊อตโต้...ในการตั้งธง

แหม...ทำเป็นตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพราก ๆ ด้วยความห่วงใย กูไม่ใช่ไอ้ภาค แห่งเรื่องดาวพระศุกร์ จะได้หูเบาหลงคารมนังมาหยารัศมี เยี่ยงเมิงงง

"ถ้าเลิกตอแหลจะให้แม่มาขอ" ม๊ากไม่เคยอ่านสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถสองแถว ซอยจรัญ 13 หละสิ

ไปอ่านบ้างนะ เผื่อมันจะออสโมสิต เข้าหัวมาร์คบ้าง

คนไทยไม่ได้ลืมง่าย ไปทุกคน

คนไทยเจ็บแล้วจำ และพร้อมจะเอาคืน

วันนี้ เมิงโครตรสับปรับ ปลิ้นปล้อน เป็นมะกอกสามตระกร้า ฉายาหลักลอย ที่สื่อตั้งให้ไม่ได้มาด้วยโชคช่วยนะม๊าก ผลงานปลิ้นปล้อนพูดให้เป็นสีดำ หรือสีขาว ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกันเนี่ยต้องมีประกอบเป็นเวลายาวนานอย่างชัดเจน เขาถึงได้มีมติยกให้เป็นเอกฉันท์

ไม่มีหน้าไหนในปฐพีนี้อีกแล้วที่จะสู้ม๊าก

เรียกร้องให้เคารพกติกา แต่กูขอนายกฯ พระราชทานงี้

เรียกร้องให้แก้ไขการเมืองกันในสภา แต่ทะลึ่งไปเล่นการเมืองนอกสภา จนทุกวันนี้ ยังตอบแทนบุญคุญพันธมิตรฯกันไม่จบ

พร้อมจะเป็นนายกฯ แต่เสือกไม่พร้อมจะเลือกตั้ง

ม๊าก...ที่นี่ประเทศไทย ไม่ใช่เมืองของคณะลิเกนะเว้ยยยย

ที่มา.ไทยฟรีนิวส์
*************************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น