ถึงคราวมูลนิธิรัฐบุรุษ "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ถูกคนร้ายปาเอ็ม67 เข้าใส่อาคารถูกหม้อแปลงไฟฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว อีกจุดเป็นเต็นท์พระสนาม หลวง ฝั่งมธ. ไร้ผู้ใดบาดเจ็บ "อนุพงศ์"ประชุม ศอ.รส.ย้ำทหาร-ตำรวจหยุดให้อยู่ สนั่นนำทีมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ"บรรหาร"
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 30 มีนาคม ได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อ สีและทะเบียน ผ่านหน้าอาคารมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เลขที่ 84 ถนนอู่ทองนอก เขตดุสิต กทม. จากนั้นคนร้ายได้ขว้างระเบิดชนิด เอ็ม 67 ผ่านรั้วเข้าไปในอาคารถูกหม้อแปลงเสาไฟฟ้าเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไป
ต่อมาพล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รองผบก.น.1 พ.ต.อ.ชยุตร์ มารยาท ผกก.สน.สามเสน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระเดื่องเอ็ม 67 ตกห่างจากรั้วริมฟุทบาธ 30 เซ็นติเมตร ส่วนตัวอาคารไม่ได้รับความเสียหายใดๆ โดยใช้เวลา 5 นาที หลังจากนั้นพล.ต.ท.สัณฐานเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่กำชับตำรวจพื้นที่ให้พยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริเวณภายในมูลนิธินั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงตามปกติ ขณะที่ภายนอกไม่มีกำลังตำรวจหรือทหารอารักขาความปลอดภัยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกันเกิดเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นหลังเต็นท์พระภิกษุที่สนามหลวง ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้เกิดกลุ่มควันแต่ไม่มีพระภิกษุรูปใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นระเบิดปิงปอง เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อกวน
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรบาห์เรน ถึงการก่อเหตุป่วนเมือง ทั้งยิงและระเบิดสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ว่า รัฐบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ อย่างน้อยคดีหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนการเฝ้าระวัง ก็ต้องทำเต็มที่ แต่ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เพราะว่าการป้องกันพื้นที่นั้นกว้างขวางมาก
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้สรุปสถานการณ์ให้ ครม.รับทราบ พร้อมยืนยันว่า ยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลควบคุมได้ แต่ที่ห่วงคือ การข่าวแจ้งว่าแนวโน้มการก่อวินาศกรรมตามสถานที่ราชการ เพื่อหวังผลในเชิงสัญลักษณ์ ยังมีความพยายามต่อเนื่อง ซึ่งจากการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงเห็นควรให้ปรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ล่อแหลมและจุดเสี่ยง โดยให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธประจำกายได้
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศอ.รส. เป็นประธานประชุม ศอ.รส. ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าร่วมการประชุม โดยไม่มีตัวแทนฝ่ายการเมืองเข้าร่วม เนื่องจากเวลาการประชุมตรงกับการประชุม ครม.
ข่าวแจ้งว่า พล.อ.อนุพงษ์ได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีมาตรการหาผู้ก่อเหตุระเบิดมาลงโทษให้ได้ พร้อมแสดงเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การก่อวินาศกรรม โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมสถานการณ์ไว้ให้ได้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในงานวันกาชาด ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-7 เมษายน เนื่องจากสถานที่จัดงานใกล้เคียงกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า ขอเตือนกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ก่อเหตุป่วนเมือง ซึ่งล่าสุดก่อเหตุที่ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้ประทัดกระเทียมมัดรวมกันก่อนใช้หนังสติ๊กยิงเข้าไปในในจุดที่เจ้าหน้าที่ยืนอยู่ ซึ่ง ศอ.รส.สั่งให้ตำรวจดำเนินการอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีการจับภาพเอาไว้ได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว พร้อมแจ้งให้การ์ดคนเสื้อแดงช่วยกันหา หากเป็นคนเสื้อแดงก็ให้ประสานมา และเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา พบของกลางจำนวนหนึ่ง จึงให้ตำรวจประสานงานเพื่อรับภาพกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 1 แล้ว ส่วนจะเป็นกลุ่มใดขอให้จับตัวได้ก่อน
ส่วนพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานขาว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ได้ส่งพยานที่เห็นหน้าคนร้ายไปทำการสเก๊ตช์ภาพที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร และพยานยืนยันว่ามีลักษณะคล้ายเหมือนคนร้าย 70% นอกจากนี้ยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารและของ กทม. ที่เห็นผู้ต้องสงสัยมีผ้าปิดคาดปากสีขาว ใส่เสื้อคลุมแจ๊คเก็ตเขียว กางเกงสแล็คส์สีดำ หมวกแก๊ปสีแดง เป็นชายไทยสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผิวสีดำแดง อายุประมาณ 30 ปี พร้อมตั้งรางวัล 2 แสนบาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ของตน 08-1443-2639
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการก่อเหตุยิงถล่มธนาคารกรุงเทพหลายแห่งว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ และ พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป. จัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนในเชิงลึก และดูว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างไรบ้าง โดยจะสืบสวนคนละส่วนกับชุดสืบสวนของ บช.น. ซึ่งเบื้องต้นได้ข้อมูลบางอย่างมาแล้วว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่า กลุ่มใดบ้างที่เป็นผู้ลงมือก่อเหตุป่วนดังกล่าว
ข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนของ กก.1 บก.ป.ยังจัดชุดสืบสวนแกะรอยเส้นทางเงินของกลุ่มผู้ต้องสงสัย เพื่อดูว่ามีการเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่
ส่วนกรณีคนร้ายขว้างระเบิดใส่บริเวณบ้านพักนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ กทม. เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น เมื่อเวลา 14.00 น. แกนนำ และ ส.ส.ชทพ. นำโดย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษา ชทพ. นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้า ชทพ. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้า ชทพ. และอดีตแกนนำพรรคชาติไทย ทยอยเข้ามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจนายบรรหาร ทั้งนี้ พล.ต.สนั่นกล่าวให้กำลังใจนายบรรหารว่า ทุกคนใน ชทพ.เห็นด้วยกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของนายบรรหาร และขอยืนเคียงข้างนายบรรหาร เพราะทุกคนมั่นใจว่านายบรรหาร คิดดีทำดีต่อบ้านเมืองที่ทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้
ด้านนายบรรหารกล่าวตอบว่า ตกเป็นเป้าทางการเมืองตั้งแต่สมัยเสื้อเหลือง เคยถูกขู่เผาบ้าน แต่ไม่กลัว เพราะทำงานการเมืองมา 30 ปี อะไรที่คิดว่าเป็นทางออกให้บ้านเมืองก็จะช่วย และขอขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่น การมาให้กำลังใจทำให้มีกำลังใจ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤต จึงขอให้ทุกคนช่วยกันประคับประคอง
ต่อมานายบรรหารให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ไม่รู้สึกเครียดกับเหตุที่เกิดขึ้น สบายๆ เมื่อถามย้ำว่า กลัวหรือไม่ที่จะถูกเหตุร้ายเข้าตัว นายบรรหารกล่าวว่า "ไม่กลัว คนเราเมื่อทำถูกต้องเสียอย่างจะกลัวอะไร พระต้องคุ้มครอง"
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค ว่านายสุเทพได้ชี้แจงเรื่องการยิงระเบิดที่เกิดขึ้นมาในช่วงนี้ว่า กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังมีหลายกลุ่ม และจ้างกันเป็นทอดๆ มีทั้งนายทหารเก่าและตำรวจเก่า ที่รู้ช่องทาง ทำให้ยากต่อการจับกุม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธทุกจุด โดยเฉพาะสายตรวจ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่ชุมนุม
ที่มา.มติชนออนไลน์
*************************************************
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น